โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลัก 4P+1 ของ Pynpy’ กางเกงในอนามัยแบรนด์แรกของไทยที่ใช้แทนผ้าอนามัยได้เลย

Capital

อัพเดต 06 ม.ค. 2566 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2565 เวลา 10.12 น. • Insight

ข้อใดต่อไปนี้ที่มนุษย์เมนส์ต้องพบเจอ

ก. ไม่สบายตัวเพราะความชื้นแฉะและความหนาเตอะของผ้าอนามัย

ข. เสียเงินให้กับผ้าอนามัยเป็นหลักพันหลักหมื่นต่อปี

ค. มีผื่นแพ้ขึ้นจนต้องร้องขอชีวิต

ง. เสี่ยงติดเชื้อจากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด

จ. ถูกทุกข้อ

เชื่อว่ามนุษย์เมนส์ที่แวะเวียนเข้ามาต้องได้กากบาทสักข้อบ้างล่ะ เพราะชาวเมนส์ต่างรู้กันดีว่านับตั้งแต่วันนั้นของเดือนโผล่มาทักทาย ชีวิตของเราก็ไม่เคยสบายอีกเลย เช่นเดียวกับที่ ‘กานต์–อรกานต์ สายะตานันท์’ นักออกแบบสาวชาวไทยรู้สึก

“มันไม่ใช่แค่ไม่สบายตัว แต่เราไม่รู้ว่าเมนส์จะมาเมื่อไหร่ มันเลยพ่วงความกังวลใจให้เราด้วย ถึงจะเคยลองผ้าอนามัยซักได้ หรือถ้วยอนามัยมาก่อน แต่เราก็ยังรู้สึกว่าเราเป็นเมนส์ตลอดเวลาอยู่ดี เราเลยตั้งคำถามกับตัวเองว่ามันพอจะมีสินค้าอะไรบ้างที่ทำให้เรารู้สึกว่าวันนั้นของเดือนก็เป็นแค่วันธรรมดาๆ”

เหตุผลนี้เอง เมื่อคู่รักนักธุรกิจอย่าง ‘Tomas Prochazka’ ชวนเธอลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อเธอและชาวเมนส์คนอื่นๆ กางเกงในอนามัยที่ใช้แทนผ้าอนามัยได้เลยอย่าง Pynpy’ จึงเกิดขึ้น

ฟังไม่ผิด! นี่คือกางเกงในอนามัยที่ไม่ง้อผ้าอนามัยหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ แต่ชาวเมนส์ทุกคนสามารถสวมใส่กางเกงในอนามัย Pynpy’ แบบเพียวๆ ได้เลย ไม่ซึมเปื้อน แห้งสบาย แถมยังเป็นมิตรกับโลก!

อ่านถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยแล้วว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง กานต์และโทมัสสร้าง Pynpy’ ขึ้นมาด้วยความคิดและความเชื่อแบบไหนจนยอดขายช่วงเปิดตัวเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วพุ่งกระฉูดชนิดที่ไม่ทันตั้งตัว ทั้งคู่มากางหลัก 4P+1 ที่ใช้สร้าง Pynpy’ ให้ฟังแล้ว

Product
โปรดักต์ที่เกิดมาเพื่อแก้ไขปัญหา

มันอาจจะฟังดูเป็นคำพูดคลิเช่ๆ แต่สำหรับกานต์ที่เป็นนักออกแบบ โปรดักต์ที่ดีก็ยังคงเป็นโปรดักต์ที่แก้ไขปัญหาได้อยู่วันยังค่ำ

“แน่นอนว่าเรามีปัญหาที่อยากแก้ แต่พอมาทำ Pynpy’ เรายิ่งต้องชัวร์ว่ามันมีปัญหานี้อยู่จริงๆ นะ ไม่ใช่ว่าเราคิดเองเออเองเพื่อให้สินค้าที่ออกมามันแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด” กานต์ขยายความการคิดโปรดักต์จากเพนพอยต์ให้ฟัง

การฟันธงว่าปัญหาที่ทั้งคู่สงสัยนั้นมีอยู่จริง ไม่ได้เกิดขึ้นแบบขอไปที แต่ทั้งคู่รีเสิร์ชจริงจังถึงขั้นทำแบบสอบถามฐานลูกค้าเดิมในธุรกิจที่โทมัสทำอยู่และสัมภาษณ์คนรอบตัวว่านอกจากปัญหาที่กานต์ประสบเอง ยังมีปัญหาอะไรอีกบ้างที่ชาวเมนส์คนอื่นๆ ทุกข์ใจอยู่ จากนั้นทั้งคู่จึงร่วมมือกับนักวิศวกรสิ่งทอทั้งจากไทยและยุโรปเพื่อออกแบบให้กางเกงในอนามัย Pynpy’ แก้ปัญหาทุกจุดให้ชาวเมนส์ได้

ไม่สบายตัวใช่ไหม–กางเกงในอนามัย Pynpy’ บางแทบจะเท่ากางเกงในทั่วไป แต่ใต้ความบางนั้นกลับถักทอด้วยโครงสร้างพิเศษที่ซึมซับประจำเดือนได้เทียบเท่าผ้าอนามัย 2-3 แผ่น ยาวนาน 8-12 ชั่วโมง แถมยังซึมซับได้เร็ว ไม่รู้สึกเฉอะแฉะ คันยิบๆ แถมยังอับชื้นจนมีกลิ่น – กานต์และโทมัสผู้เข้าใจความร้อนชื้นของไทยดีเลือกใช้เส้นใยที่ได้มาตรฐาน OEKO-TEX แถมยังเพิ่มเทคโนโลยีแอนตี้แบคทีเรียเข้าไป เรียกได้ว่าลดกลิ่น ลดคันแบบสุดๆ

ขี้เกียจซักมือใช่ไหม–อดีตคนเคยทดลองใช้ผ้าอนามัยซักได้แบบกานต์เข้าใจความเหนื่อยของชาวเมนส์เป็นอย่างดี เธอจึงออกแบบให้กางเกงในอนามัย Pynpy’ ซักทำความสะอาดง่าย เพียงนำไปผ่านน้ำ โยนเข้าเครื่องซักผ้า แล้วตากได้เลย! คนขี้เกียจแบบเราเลยหลงรักแบบหัวปักหัวปำ

“เราเป็นนักแก้ปัญหา” โทมัสบอกถึงสิ่งที่ทั้งคู่ทำซึ่งอธิบายได้ดีว่าทำไมชาวเมนส์ที่รีวิว Pynpy’ ในเว็บไซต์จึงแฮปปี้กับร่างกายและมั่นใจในตัวเองมากขึ้นจริงๆ

โปรดักต์ที่เป็นมิตรกับทุกคนและสิ่งแวดล้อม

นอกจากความปังเรื่องการซึมซับและการดูแลรักษาที่ง่ายแสนง่ายแล้ว ความน่ารักของกานต์และโทมัสคือการใส่ใจเพื่อนร่วมโลกอย่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ประเด็นแรก เรากล้าพูดได้เลยว่า Pynpy’ นั้นเป็นกางเกงในอนามัยที่ตอบโจทย์คนทุกไซส์เพราะ Pynpy’ มีไซส์ให้ลูกค้าเลือกถึง 11 ไซส์! แถมการตัดเย็บในทุกๆ ไซส์ก็คิดมาแล้วว่าเหมาะกับสรีระคนไทย

ประเด็นที่สอง เพราะนวัตกรรมของ Pynpy’ นั้นไม่เพียงซึมซับได้ดีเยี่ยมแต่ยังคงความสบายและความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ได้ด้วย ลูกค้าของ Pynpy’ จึงไม่ใช่แค่ชาวเมนส์เท่านั้น แต่ยังมีผู้สูงอายุและคุณแม่มือใหม่ที่มีปัญหาปัสสาวะเล็ด รวมถึงกลุ่มทรานส์ที่เลือกใช้กางเกงในอนามัย Pynpy’ หลังผ่าตัดแปลงเพศ

ประเด็นที่สาม นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทั้งกานต์และโทมัสภูมิใจนี้เป็นมิตรกับโลกและเงินในกระเป๋าสุดๆ เพราะผ่านการทดสอบทางห้องทดลองมาแล้วว่าใช้ได้ยาวนาน 2 ปี แต่ถ้าปรับใช้ตามการใช้งานจริงๆ ก็อาจจะนาน 3-4 ปีเช่นที่กานต์ก็ยังใช้ Pynpy’ รุ่นทดลองจนทุกวันนี้!

“เราภูมิใจที่ Pynpy’ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแต่เราไม่ได้สื่อสารออกไปมากเท่านวัตกรรมอื่นๆ เพราะเราเชื่อว่าแต่ละคนต่างมีปัจจัยในชีวิตที่แตกต่างกัน เราไม่ได้อยากเป็นครูที่มาสั่งสอนว่าถ้าใครไม่รักษ์โลกถือว่าผิด” โทมัสอธิบายถึงความเชื่อที่เขามี ก่อนที่กานต์จะเสริมว่า

“เราคิดว่าความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมันเป็นเรื่องปกติที่ทุกธุรกิจต้องใส่ใจและทำให้ได้อยู่แล้ว ไม่ใช่จุดขายหรือเทรนด์ที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้”

โปรดักต์ที่ขับเคลื่อนแบรนด์ด้วยฟีดแบ็กของลูกค้า

นวัตกรรมกางเกงในอนามัยชิ้นแรกของ Pynpy’ คือรุ่น classic cut ที่ไม่ได้เน้นแฟชั่นแต่เน้นฟังก์ชั่นและความเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ซึ่งการออกสินค้าที่กว้างมากๆ ตรงนี้ก็เป็นความตั้งใจของทั้งคู่ที่จะสร้างรากฐานอันแข็งแรงให้ Pynpy’ นั่นเอง

“ตลาดกางเกงในอนามัยถือว่าใหม่มากๆ ในไทย สิ่งที่เราทำอยู่มันเลยเป็นการสร้างตลาดใหม่ขึ้นมา ขั้นตอนแรก เราจึงต้องทำ hero product ที่แข็งแรงและกว้างไว้ก่อนเพื่อให้มันสื่อสารถึงแบรนด์ได้ จากนั้นก็ค่อยเก็บฟีดแบ็กมาพัฒนาต่อ

“เราจะไม่ผลิตสินค้าหลายๆ อย่างแล้วค่อยมาดูว่าอะไรดี ทุกผลิตภัณฑ์จึงไม่ได้อยู่ๆ ก็ทำขึ้นมา แต่เรามีข้อมูลแล้วว่าลูกค้าอยากได้อะไร ถ้าเขาอยากได้กางเกงในอนามัยแบบไม่มีขอบ เราก็ทำรุ่น seamless ให้ หรือหลังๆ เริ่มมีฟีดแบ็กว่าอยากได้กางเกงในอนามัยที่ใส่ในวันก่อนหน้าหรือท้ายๆ ของการมีประจำเดือน เราถึงจะทำรุ่น daily ออกมา” โทมัสเล่า

โทมัสและกานต์ยืนยันว่าการเก็บฟีดแบ็กมาพัฒนาแบรนด์อยู่เสมอตรงนี้เองที่ทำให้ Pynpy’ เอาชนะใจลูกค้าได้

“เราไม่เคยบอกว่าเรารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องประจำเดือนแต่เราเรียกตัวเองว่าเป็นเพื่อนผู้รับฟังที่ดีและเป็นนักแก้ไขปัญหาที่เมื่อลูกค้ามีปัญหาเมื่อไหร่ เราก็พร้อมจะแก้ไขให้เขา” กานต์ว่า

Price
ราคาคุ้มค่าของกางเกงในอนามัยที่มอบอิสรภาพให้ผู้สวมใส่

กางเกงในอนามัยรุ่น Classic Cut ราคา 1,190 บาท กางเกงในอนามัยรุ่น Seamless High Waist ราคา 1,290 บาท ส่วนกางเกงในอนามัยรุ่น Daily ราคา 1,090 บาท

สนนราคาตรงนี้อาจจะดูสูงสำหรับลูกค้าบางกลุ่ม แต่สำหรับการเป็นกางเกงในอนามัยที่ใช้เวลากว่า 2 ปีในการพัฒนาจนทำให้ลูกค้าใส่กางเกงในอนามัย Pynpy’ ได้โดยไม่ต้องใช้ผ้าอนามัย ราคาข้างต้นถือเป็นราคาที่ยอมรับได้กับลูกค้าของ Pynpy’ ด้วยซ้ำ

“คนที่ไม่เคยลองอาจจะมองว่ากางเกงในอะไรทำไมแพงจัง แต่เมื่อได้ลองแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่กลับบอกว่านี่เป็นราคาที่คุ้มค่าและแพงได้มากกว่านี้เพราะมันไม่ใช่แค่การซื้อกางเกงในธรรมดา แต่มันคือการลงทุนซื้อชีวิตและอิสระของเขา” กานต์เล่าถึงฟีดแบ็กของลูกค้า

“Pynpy’ เป็นกางเกงในอนามัยแบรนด์แรกในไทยที่ใส่แทนผ้าอนามัยได้เลย จึงไม่สามารถไปเปรียบเทียบราคากับกางเกงในอนามัยทั่วไปที่แค่ใส่เพื่อรองรับการซึมเปื้อนได้เพราะถือเป็นสินค้าคนละกลุ่มกัน ที่สำคัญ ราคานี้คือราคาปกติของกางเกงในอนามัยนะ เราตั้งราคานี้เพราะเราให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า” โทมัสอธิบาย

Place
พื้นที่การขายที่ควบคุมทุกอย่างได้ด้วยตนเอง

ถ้าใครอ่านถึงตรงนี้แล้วอยากจะสั่งกางเกงในอนามัย Pynpy’ มาลองบ้าง ขอบอกตรงนี้ว่ากางเกงในอนามัย Pynpy’ ไม่ได้มีขายตามแพลตฟอร์มขายของออนไลน์แบบแบรนด์อื่นๆ หรือลงห้างร้าน แต่โทมัสและกานต์ออกแบบเว็บไซต์ให้ลูกค้าเข้าไปเลือกซื้อและกดยกเลิกสินค้าได้ด้วยตนเองแบบครบจบในที่เดียว

ในยุคที่ทั้งแบรนด์แล็กและแบรนด์ใหญ่ต่างกระโดดเข้าแพลตฟอร์มขายของออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและเพื่อเพิ่มยอดขายให้ได้ทุกช่องทาง หลายคนก็คงสงสัยไม่ต่างจากเราว่าทำไม Pynpy’ กลับแยกตัวออกจากแบรนด์เหล่านั้น

“ระบบของเราคือ Inbound Marketing ที่ลูกค้าเข้ามาหาเราเอง เราไม่ได้ไปหาลูกค้า เพราะเราชอบที่จะควบคุมทุกอย่างเอง เราจึงตั้งใจออกแบบให้เว็บไซต์ของเราทำได้ทุกอย่าง และมีช่องทางเสริมอื่นๆ อย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ และทวิตเตอร์ที่ลูกค้าสามารถมาคุยและฟีดแบ็กกับเราได้โดยตรง ลูกค้าเลยไม่ได้มีปัญหากับการสั่งซื้อของผ่านเว็บไซต์เลย

“แต่อย่างที่บอกว่าเราเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจกับฟีดแบ็กของลูกค้ามากๆ ถ้าในอนาคตทีมเราใหญ่กว่านี้ และลูกค้าบอกว่าต้องการแพลตฟอร์มการซื้ออื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ วันนั้นมันก็คงเหมาะสมแล้วที่จะขยายช่องทางการซื้อเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าจริงๆ” โทมัสอธิบาย

Promotion
โปรโมชั่นไม่พร่ำเพื่อคือการตลาดแบบที่เชื่อ

พูดกันตามตรง สงครามราคาในตลาด e-Commerce ของไทยนั้นดุเดือดใช่ย่อย แม้จะไม่กี่บาท หลายครั้งทีเดียวที่ถ้าไม่มีโปรโมชั่นลดราคา ลูกค้าก็ไม่ค่อยอยากซื้อเท่าไหร่ แต่ก็เช่นเดียวกับช่องทางการขายที่ไม่เหมือนใคร กานต์และโทมัสยังคงยืนยันว่า Pynpy’ จะไม่ลดราคาพร่ำเพื่อเพื่อขยายตลาดแน่นอน

“เราไม่เชื่อในการตลาดเก่าๆ ที่ต้องลดราคาสินค้า จ้างอินฟลูเอนเซอร์ ซื้อโฆษณา หรือปล่อยโปรโมชั่นให้ทุกคน แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่มีโปรโมชั่นนะ เรามีสำหรับลูกค้าที่สนใจแบรนด์เราจริงๆ มากกว่า เช่นในระบบเว็บไซต์ ถ้าเราเห็นว่าลูกค้าคนไหนซื้อเยอะ ซื้อหลายครั้ง เราก็อาจจะมีโปรโมชั่นให้เขา” โทมัสว่า

แล้วการตลาดของ Pynpy’ เป็นแบบไหน?

โทมัสและกานต์เน้นสร้างสรรค์บทความเกี่ยวกับประจำเดือน เพศ สิทธิมนุษยชน และปัญหาต่างๆ ของผู้มีประจำเดือนให้ทุกคนได้เข้าไปอ่านจำนวนมาก และเป็นเหตุผลที่ทั้งคู่อยากให้ลูกค้าเข้าไปเลือกซื้อสินค้าในเว็บไซต์เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าใจเรื่องประจำเดือนมากขึ้นนั่นเอง

“เมื่อบทความบางชิ้นมีผลต่อความรู้สึกของลูกค้า เขาก็จะมาหาเราโดยอัตโนมัติ นี่คือการตลาดแบบที่เราสองคนเชื่อ” โทมัสเล่าถึงสิ่งที่ Pynpy’ ทำ

“มีหลายแบรนด์เลยนะที่คัดลอกบทความของเราไป นั่นหมายความว่าเราคือผู้นำของตลาดนี้จริงๆ เป็นผู้นำที่ไม่ได้จะขายสินค้าอย่างเดียวแต่ต้องการขับเคลื่อนสังคมไปด้วยและเป็นผู้นำที่ต้องการให้ลูกค้าเข้าใจว่าประจำเดือนคืออะไร สินค้าเราเป็นยังไง เขาพอใจกับสินค้าเรามั้ย จากนั้น ลูกค้าถึงจะตัดสินใจได้เองว่าสินค้าของเราเหมาะกับเขาหรือเปล่า

“นี่สิถึงจะทำให้ธุรกิจมันยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย” กานต์เสริมถึงความตั้งใจในการทำธุรกิจ

People
ผู้คนคือหัวใจสำคัญ

การคิด product, price, place และ promotion เป็นเช็กลิสต์ที่ผู้ประกอบการต้องตอบให้ได้ก็จริง แต่ก็อย่างที่ทั้งโทมัสและกาต์บอกกับเราเสมอว่า ‘Pynpy’ ไม่ได้เป็นธุรกิจเพื่อธุรกิจเท่านั้น ‘p’ ที่ทั้งคู่คิดว่าสำคัญไม่แพ้กันจึงคือ ‘people’ หรือผู้คนนั่นเอง

คำว่า people ของทั้งคู่จึงอธิบายทุกอย่าง ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ชีวิตที่ดีและสบายขึ้นโดยไม่คำนึงถึงเพศ วัย หรือไซส์ หรือไม่ว่าจะเป็นการทำบทความให้ทุกคนเข้าใจว่าประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติที่พูดถึงได้ และประจำเดือนก็ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น

“หลายครั้งที่มีคนทักเรามาเพื่อปรึกษาปัญหาประจำเดือนและเรื่องเพศ เพราะเขาคิดว่าเราน่าจะมีความรู้และเชี่ยวชาญมากพอ ซึ่งเราก็แฮปปี้มากเพราะเหมือนกับแท็กไลน์ของเราที่ว่า “Pynpy’ Your Best Friend” มันเป็นเรื่องจริง

“ส่วนอีกหนึ่งสเตปที่ทำให้เรารู้สึกประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์มากๆ คือการที่เราทำให้หลายคนกล้าพูดเรื่องประจำเดือนมากขึ้น เข้าใจ และเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้นด้วย มีลูกค้าผู้ชายทักมาถามเยอะมากว่าถ้าจะซื้อให้แฟนใส่ต้องซื้อรุ่นไหนดี หรือบางทีลูกๆ หลานๆ ก็มาซื้อกางเกงในอนามัยของเราให้รุ่นแม่รุ่นยายเขาใช้ มันเหมือนว่ามากกว่าการสร้างแบรนด์มันคือการสร้างคอมมิวนิตี้” กานต์เล่า

“ผมเลยคิดว่าเราไม่ใช่แค่นักธุรกิจแต่คือนักแก้ไขปัญหา นักสร้างความสัมพันธ์และศูนย์กลางการเชื่อมโยงสิ่งดีๆ ในสังคม” โทมัสทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...