โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาธิต ลุยสร้าง 'รพ.ปลวกแดง 2' รัฐร่วมทุนเอกชนครั้งแรกในไทย ชี้ เพื่อดูแลคนในเขตอีอีซี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 ม.ค. 2566 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2566 เวลา 06.43 น.

สาธิต เผย สธ.ร่วมบอร์ดอีอีซี เห็นชอบสร้าง รพ.ปลวกแดง 2 ทลายขีดจำกัด รพ.ในเขตเศรษฐกิจอีอีซี โดยเฉพาะผู้ประกันตนกว่า 2 แสนคน ให้มีสถานพยาบาลใกล้แหล่งทำงาน-ที่อาศัย ชี้ รัฐลงทุน 5% เพื่อให้เอกชนเช่าพื้นที่ยาว 50 ปี จากนั้น คืนกลับเป็นของรัฐ

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นางธัญรัตน์ อินทร รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ คณะกรรมการนโยบายอีอีซี แถลงข่าว “รพ.ปลวกแดง 2 การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) แห่งแรกของประเทศ”

นายสาธิต กล่าวว่า เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีการเติบโตของเมืองมาก มีปัญหาโครงสร้างเรื่องประชากรแฝง ซึ่งประชากรตามทะเบียนราษฎร์มีประมาณ 78,531 คน มีผู้ประกันตนเข้ามาทำงานถึง 2.13 แสนคน มีความแออัดของโรงงานอุตสาหกรรม ขณะที่งบประมาณของ สธ.มีจำกัด โดยในพื้นที่มี โรงพยาบาล (รพ.) ปลวกแดง 1 ซึ่งเป็น รพ.ชุมชนขนาด 60 เตียง รองรับประชากร 5-8 หมื่นคน ทำให้มีการส่งต่อผู้ป่วยที่เกินขีดความสามารถไปยัง รพ.ทั่วไป รวมถึงผู้ประกันตนก็ต้องกระจายไปใช้สิทธิประกันสังคมยัง รพ.ชลบุรี รพ.พื้นที่ใกล้เคียง หากปล่อยให้บริการสาธารณสุข หรือการรักษาเป็นไปตามระบบปกติ อาจทำให้ประชาชนกระทบการเข้าถึงการรักษา ดังนั้น หากทำให้การบริการอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้านใกล้ที่ทำงานก็จะลดภาระของผู้ประกันตนในการเดินทาง สธ.จึงร่วมมือบอร์ดนโยบายอีอีซี พัฒนา รพ.ปลวกแดง 2 จ.ระยอง เป็น รพ.ทั่วไปขนาด 200 เตียง โดยใช้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ถือเป็นรูปแบบการพัฒนา รพ.แห่งแรกของ สธ.และไทย ซึ่งแตกต่างจาก รพ.บ้านแพ้ว ที่ทั้งหมดยังลงทุนและดำเนินการโดยรัฐ แต่ให้ประชาชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน

“หากยกระดับ รพ.ปลวกแดง 2 ขึ้นมา ก็จะทำให้ผู้ประกันตนกว่า 2 แสนคนกลับมารักษาอยู่ที่นี่ ความคุ้มทุนก็จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ หากยังเป็นระบบบริการตามปกติ กรอบอัตรากำลังบุคลากรจะยึดตามจำนวนคนไข้ก็จะถูกจำกัด แต่การร่วมทุน PPP ดำเนินการโดยเอกชนจะทำให้มีแพทย์และบุคลากรเข้ามาดูแลมากขึ้น กรอบอัตรากำลังจะไม่เป็นข้อจำกัดอีกต่อไป รวมถึงรัฐลงทุนน้อย คือ มีที่ดินและอาคารหลังแรก อนุมัติงบแล้ว 230 ล้านบาท จะมีเอกชนมาลงทุนอีก 2,000 กว่าล้านบาท รัฐจะได้เงินจากการให้เช่าพื้นที่กับเอกชน และประชาชนได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพ โดยมีระยะเวลาสัญญา 50 ปี หลังครบสัญญาทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นของรัฐตามเดิม” นายสาธิตกล่าว

นายสาธิตกล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานหลังบอร์ดนโยบายอีอีซีออกมาให้ดำเนินการแล้ว เราก็จะเสนอให้ ครม.รับทราบ จากนั้นจะมีการเซ็นตั้งคณะกรรมการที่มีหัวหน้าหน่วยงานนั้นเป็นประธาน คือ ปลัด สธ. ที่จะมากำหนดข้อตกลงในการไปประมูล จากนั้นเข้าสู่กระบวนการประกาศเชิญชวนและนำไปสู่การเปิดประมูลเพื่อให้เอกชนที่สนใจเข้ามาเสนอตามกติกาที่คณะกรรมการชุดนี้กำหนด โดยตั้งเป้าจะให้ได้ภาคเอกชนใน มี.ค.นี้ จากนั้นจะมีการทำสัญญาและให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ สำหรับโอกาสต่อไปของ สธ.จะไม่ได้เป็นการตัดเสื้อโหลให้ทุกที่ใส่ แต่ปัญหาพิเศษพื้นที่พิเศษก็จะมีรูปแบบเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นทางเลือกให้กับอนาคต

ด้าน นางธัญรัตน์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมทางการแพทย์เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมสำคัญที่อีอีซีเข้ามาลงทุน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุด เข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐาน รพ.ปลวกแดง 2 ถือเป็นต้นแบบของการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน เป็นโมเดลสำคัญของประเทศที่อีอีซีต้องการขับเคลื่อน โดยรัฐลงทุน 5% แต่ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการมากขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ลดการส่งต่อผู้ป่วยเข้า กทม.

ด้านนพ.สุริยะ คูหะรัตน์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 6 กล่าวว่า รพ.ปลวกแดง 2 ที่ยกระดับขึ้นมาจะเป็นศูนย์เชี่ยวชาญหรือ Excellence ระดับ 80-90% เพราะพื้นที่รอบๆ ปลวกแดงศูนย์เชี่ยวชาญ Excellence ต่างๆ ทั้งศูนย์มะเร็ง ศูนย์ผ่าตัดที่ระดับสูงกว่าอยู่แล้ว สำหรับเรื่องบุคลากรเมื่อครบ 50 ปี อาจจะมีการต่อสัญญาหรือไม่ ถึงเวลานั้นจะมีการหารือพิจารณาอีกครั้ง

นพ.พีรพล กล่าวว่า สิทธิประกันสังคมในพื้นที่ปลวกแดงส่วนใหญ่ต้องออกไปใช้สิทธิ รพ.ที่ไกลกว่านั้นเช่น รพ.ระยอง เราต้องการ รพ.เพื่อลดการส่งต่อ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้ประกอบการมั่นใจว่าลูกจ้างจะไม่เจ็บป่วย ดูแลได้ทันท่วงที พนักงานอุ่นใจว่ามี รพ.ใกล้บ้าน เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น เนื่องจากมี รพ.ระดับจังหวัดเกิดขึ้น การร่วมลงทุน PPP ดังกล่าวถือเป็นแห่งแรกในไทย มีการเสนอบอร์ดนโยบายอีอีซีเห็นชอบให้มีการร่วมลงทุน โดยภาครัฐมีที่ดินให้ 30 ไร่ มีอาคารแห่งแรกให้มูลค่า 230 ล้านบาท โดยเอกชนที่ชนะประมูลก็จะมาสร้างอาคารเสริม 2, 3 และ 4 เพื่อให้ครบรูปแบบเป็น รพ.ขนาด 200 เตียงภายในเวลา 3 ปี สร้างเรียบร้อยจะโอนทุกอย่างเป็นของรัฐ เป็นการร่วมทุนประเภท Build-Transfer-Oporate (BTO) โดยรัฐจะให้กรรมสิทธิ์เอกชนคืนไปประกอบการเป็นเวลา 50 ปีตามสัญญา เอกชนก็ลดการลงทุนลงเราก็จะมีภาคเอกชนมาให้บริการ โดยแบ่งผลตอบแทนให้เรา ซึ่งเราไม่ได้ต้องการเป็นตัวเงิน แต่หวังให้ประชาชนได้รับการดูแล ส่วนครบ 50 ปี รัฐจะประกอบการเองหรือไม่ หรือจะเปิดให้ประกอบการรอบ 2 ก็ได้ซึ่งยังมีเวลาในการพิจารณา

“สำหรับอาคารแรก 60-100 เตียง คาดว่าจะเสร็จในสิ้นปี 2566 เอกชนก็รับไปรีโนเวตแล้วเปิดทำการได้ก่อน อาจจะเป็นกลางปีหรือปลายปี 2567 ก็จะเปิดให้บริการได้ ส่วนตึกที่เหลือก็จะต้องสร้างควบคู่กันไป ทั้งหมดจะสมบูรณ์แบบภายใน 3 ปี จะรองรับได้ถึง 200 เตียง ดังนั้น ปี 2567 อ.ปลวกแดง จะมี รพ.ใกล้บ้านที่มีศักยภาพสูงขึ้น โดยรูปแบบบริการจะรองรับตามมาตรฐานของประกันสังคมด้วย” นพ.พีรพลกล่าว และว่า สำหรับการพิจารณาเอกชนที่จะร่วมทุน จะมี 2 คณะกรรมการ โดยจะดูเรื่องของเทคนิคก่อนให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชน และอีกชุดจะดูเรื่องของการยื่นราคา ซึ่งสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ได้ศึกษาคำนวณอย่างต่ำที่เอกชนต้องให้ภาครัฐคิดเป็นมูลค่าสุทธิ 567 ล้านบาท หากรายใดที่ผ่านมาตรฐานและยื่นราคาสูงกว่านี้ก็จะเป็นผู้ชนะโครงการ ส่วนอนาคตพื้นที่ใดจะใช้รูปแบบ PPP สธ.อาจต้องออกระเบียบและทำ PPP ได้ทั่วประเทศ แต่ที่ดำเนินการในปลวกแดงเราใช้กฎหมายอีอีซี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...