โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

2563 ปีทอง "อาเซียน" คาดอีก 5 ปีทะลุ 20 ล้านคน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2563 เวลา 07.39 น.
Photo by David Silverman/Getty Images

จากแนวโน้มปัจจัยด้านความมั่นคงทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจและภาวะการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนและประเทศอื่น ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียนเร่งหาทางออก เพื่อคืนความเชื่อมั่นและหามาตรการส่งเสริมการตลาดแก่ประเทศสมาชิก

“มิ่งขวัญ เมธเมาลี” ประธานสมาคมการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEANTA :ASEAN Tourism Association) กล่าวว่า ปัจจุบันทุกประเทศในอาเซียนล้วนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และหาแนวทางเร่งส่งเสริมการเดินทางในประเทศอย่างหนัก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้ภายในประเทศขึ้น

“ที่ผ่านมา แม้ว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ แต่นักท่องเที่ยวจากตลาดอาเซียนมีอัตราการยกเลิกการจองน้อยมาก คือ ราว 10-20% เท่านั้น เพราะอยู่ใกล้และมีวัฒนธรรมค่อนข้างคล้ายกัน”

“มิ่งขวัญ” บอกด้วยว่า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ขณะนี้ค่อนข้างเชื่อได้ว่านับจากนี้ไปจนถึงเดือนเมษายน นักท่องเที่ยวจากตลาดอาเซียนจะยังคงเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าได้รับความมั่นใจว่าคนไทยก็ยังคงเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยเช่นกัน

ดังนั้น สิ่งที่ควรเร่งทำในขณะนี้คือ การส่งออกภาพความเชื่อมั่นทางด้านสาธารณสุขและความมั่นใจของคนไทยออกไปให้ชาวอาเซียนได้รับรู้

โดยขณะนี้ “อาเซียนต้า” ได้รวบรวมแพ็กเกจและสินค้าทางด้านการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียนแล้ว เพื่อเตรียมนำเสนอให้กับประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนด้วยกันเองได้รับทราบ เพื่อก่อให้เกิดการเดินทางภายในภูมิภาคมากขึ้นนับจากนี้

จากนั้นจะใช้โปรโมชั่นร่วมเพื่อช่วยกระตุ้นการเดินทางภายในภูมิภาคอาเซียน โดยคาดหวังว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะยุติลงได้ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ และทำให้ไตรมาส 3-4 ที่เป็นปีทองของการท่องเที่ยวภายในอาเซียน และตลาดอาเซียนท่องเที่ยวไทยอย่างแน่นอน

“ขณะนี้การสนับสนุนจากภาครัฐที่ทางสมาคมเห็นว่ามีความสำคัญคืออยากขอความร่วมมือในการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความสะอาด ปลอดภัย และสุขลักษณะที่ดี โดยอนุญาตให้สมาคมเข้าถึงพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติสำคัญอย่างสุวรรณภูมิหรือดอนเมือง เพื่อที่จะช่วยนำเจ้าหน้าที่เข้าไปฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในพื้นที่ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากสมาคมต้องการนำเสนอภาพสู่ประชาคมอาเซียน”

สอดคล้องกับ“วิชิต ประกอบโกศล”นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ที่ยอมรับว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ถือว่าหนักมาก เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบกะทันหันบวกกับตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวในปี 2562 ที่ผ่านมามีจำนวนถึง 10.9 ล้านคนซึ่งหากเทียบกับปีที่มีการแพร่ระบาดของโรคซาร์สครั้งนั้นประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงแค่ประมาณ 1 ล้านคนเท่านั้น

ขณะเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ นอกจากตลาดจีนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบแบบเต็ม ๆ 100% ในช่วง 2-3 เดือนนี้ ปัจจุบันผลกระทบเริ่มลามไปตลาดอื่น ๆ แล้ว

ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงปีแรกนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไปราว5 ล้านคน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวจีนราว 3 ล้านคนและนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ อีกราว 2 ล้านคน คิดเป็นมูลค่ารายได้ที่หายไปประมาณ 2.5 แสนล้านบาท

วิกฤตรอบนี้จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ทั้ง “หนัก” และ “เจ็บปวด” ที่สุด

ดังนั้น นอกจากตลาดเที่ยวในประเทศหรือ “ไทยเที่ยวไทย” แล้ว ในระยะสั้น ๆ นี้ตลาดที่มีโอกาสและจะพอเข้ามาทดแทนตลาดจีนได้คือ “ตลาดอาเซียน” เนื่องจากมีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน การเดินทางระหว่างกันใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น รวมทั้งยังสามารถเดินทางโดยรถยนต์และทางรถไฟได้สะดวก นอกจากนี้ยังเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจโดยรวมมีการขยายตัวในอัตราสูง ที่สำคัญคู่แข่งในตลาดยังมีไม่มากนัก

“วันนี้พระเอกของเราคือ ตลาดจีนกำลังป่วยและนอนพักอยู่ในห้องไอซียู สิ่งที่เราทำได้คือ ให้กำลังใจและรอให้เขาพักฟื้นสัก 3-4 เดือน ตลาดอาเซียนจึงน่าจะเป็นตลาดที่เข้ามาช่วยในช่วงนี้ ซึ่งในปี 2562 ที่ผ่านมาตลาดอาเซียนมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวไทยถึง 10.6 ล้านคน” วิชิตย้ำ

พร้อมทั้งบอกด้วยว่า เร็ว ๆ นี้ ทางทางสมาคมแอตต้าจะมีโครงการร่วมกับอาเซียนต้าทำการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าที่เหมาะกับตลาดอาเซียนด้วยกันให้มากขึ้น โดยมั่นใจว่าตลาดอาเซียนจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมกันได้ถึง 20 ล้านคนได้ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...