แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในไทย ปีนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
คอลัมน์ Pawoot.com โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
บนเวทีThailand Zocial Awards 2020 ผมได้เชิญ 5 แพลตฟอร์มหลักที่คนไทยใช้กันมากที่สุดมานั่งคุยกัน มีตัวแทนจาก Facebook, Google (YouTube), LINE, Twitter และแพลตฟอร์มของไทยหนึ่งเดียวคือ Pantip
ในปีที่ผ่านมาที่เห็นได้ชัดคือนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจเองใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มมากขึ้น มีตัวเลขที่น่าสนใจว่าปัจจุบันคนไทยใช้ Facebook 50 กว่าล้านคนแล้ว เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มขยับจากเดิมที่เป็นโซเชียลมีเดียมาเป็น conversational commerce และเริ่มให้น้ำหนักกับ story ในทุกบริการของ Face-book ใช้ story ในการเล่าถึงสินค้า ใช้ในการดึงลูกค้า
LINE สำรวจพบว่า ตอนนี้ LINE เป็นแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่น ทำให้กระโดดไปทำ commerce มากขึ้น ที่ผ่านมา LINE ได้ซื้อทีมของ Selsuki ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซบนโซเชียลมีเดีย และปีนี้ก็มี LINE MyShop ให้คนที่ใช้ LINE ทำร้านค้าขายของโดยเชื่อมเข้าระบบของ LINE ได้เลย
อีกสิ่งหนึ่งที่ LINE กำลังจะเปิดคือ LINE Advertising Platform ซึ่งการซื้อโฆษณาผ่าน LINE ในปัจจุบันต้องซื้อผ่านเอเยนซี่เท่านั้น แต่ในเดือนเมษายนนี้ LINE จะเปิดให้บริการที่คนทั่วไปซื้อโฆษณาผ่าน LINE ได้เองเลย
การซื้อโฆษณาผ่าน LINE จะคล้าย กับ Facebook ก็คือสามารถเลือกเซ็กเมนต์ได้เลยว่าต้องการกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มไหน เพศไหน อายุเท่าไหร่ อยู่ภาคไหน เป็นใคร เพื่อโพสต์โฆษณาลงไปใน LINE Timeline ทำโฆษณาไปยังกลุ่มคนที่กดติดตามแอ็กเคานต์ของเราได้ด้วย ทำให้เจ้าของธุรกิจโฆษณาได้แม่นยำมากขึ้น
สำหรับ Twitter เติบโตสูงมากทีเดียว คาดว่ามีผู้ใช้เกือบ 20 กว่าล้านคนแล้ว และเดิมคือกลุ่มวัยรุ่น แต่ตอนนี้กลุ่มคนที่ทำธุรกิจก็หันไปใช้ Twitter มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับต่าง ๆ เช่น พวกติ่งเกาหลีหรือ “นุช” แฟนคลับของเป๊ก ผลิตโชค ฯลฯ ในปีที่แล้วมีคนพูดถึงกลุ่มนุชกว่า 133 ล้านข้อความ และยังเห็นการใช้ Twitter รวมตัวออกไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม
ส่วน Pantip เป็นแพลตฟอร์มของไทยหนึ่งเดียวที่ผมเชียร์และอยากให้อยู่ต่อ โดยส่วนตัวเท่าที่เห็นต้องบอกว่า Pantip ได้รับผลกระทบเพราะโซเชียลมีเดียจากต่างประเทศเข้ามากินเวลาของคนไทยมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจของ Pantip คือ เริ่มมีบริการใหม่ ๆ เกิดขึ้น มีบริการโฆษณา บริการเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยนักการตลาดให้สามารถใช้ Pantip เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น เช่น บริการ comment ads คือ เราสามารถลงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับกระทู้ในหน้านั้น ๆ ได้
และตอนนี้ Pantip มีความห่วงใยผู้ประกอบการที่เกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 โดย Pantip จะแจกโฆษณาในห้องบลูแพลนเน็ตฟรีให้กับคนเหล่านี้ สามารถติดต่อไปที่ Pantip ได้เลย มีโควตาให้ 120 โรงแรมเท่านั้น
สำหรับทาง Google พูดในเชิงของ YouTube ได้น่าสนใจว่า Google จะเริ่มพยายามหล่อหลอมบริการทุกอย่างที่มี ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา ยูทูบ หรือจะเป็นในโทรศัพท์แอนดรอยด์ที่จะมี Google Map ฯลฯ สังเกตได้ว่าชีวิตของเราในแต่ละวันจะอยู่บน Google เยอะมาก จากเดิมโฆษณาจะพยายามไปหาลูกค้าโดยไม่รู้ว่าลูกค้าอยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ Google กำลังจะเปลี่ยนคือจะใช้วิธีการเฝ้าสังเกตและคาดการณ์ว่าการลงโฆษณานั้นลูกค้าน่าจะอยู่ที่ไหนแล้วไปดักรอลูกค้า
แพลตฟอร์มที่ Google จะเริ่มเอามาใช้จะเอา AI และ machine iearning เข้ามาช่วย จะทำให้โฆษณาเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้นในทุก ๆ แพลตฟอร์ม เช่นเดียวกันเมื่อลงโฆษณากับ Google ที่เดียว โฆษณาของคุณจะเข้าไปถึงทุก ๆ บริการของ Google ได้หมด เช่น ไปอยู่ใน YouTube ใน Google Map ใน Gmail ฯลฯ ฉะนั้นโฆษณาของ Google จะตามไปในทุก ๆ ที่ นี่เองจุดแข็งของ Google
จะเห็นว่าแต่ละคนพยายามจะเอาจุดแข็งของตัวเองมาดึงคนให้อยู่ในแพลตฟอร์มของตนให้มากขึ้น โดยพยายามจะแย่งเวลาของคน ใครก็ตามที่สามารถทำให้ผู้ใช้อยู่กับแพลตฟอร์มของตนได้มากที่สุดคนนั้นจะเป็นผู้ชนะ เพราะยิ่งใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มได้มากเท่าไหร่โอกาสที่เขาจะเห็นโฆษณา จะเห็นสินค้าและบริการบนแพลตฟอร์มนั้นมากขึ้นด้วยเช่นกัน