โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในไทย ปีนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2565 เวลา 09.04 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2563 เวลา 07.39 น.
file. Photo by Jaap Arriens/NurPhoto via Getty Images

คอลัมน์ Pawoot.com โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

บนเวทีThailand Zocial Awards 2020 ผมได้เชิญ 5 แพลตฟอร์มหลักที่คนไทยใช้กันมากที่สุดมานั่งคุยกัน มีตัวแทนจาก Facebook, Google (YouTube), LINE, Twitter และแพลตฟอร์มของไทยหนึ่งเดียวคือ Pantip

ในปีที่ผ่านมาที่เห็นได้ชัดคือนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจเองใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มมากขึ้น มีตัวเลขที่น่าสนใจว่าปัจจุบันคนไทยใช้ Facebook 50 กว่าล้านคนแล้ว เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มขยับจากเดิมที่เป็นโซเชียลมีเดียมาเป็น conversational commerce และเริ่มให้น้ำหนักกับ story ในทุกบริการของ Face-book ใช้ story ในการเล่าถึงสินค้า ใช้ในการดึงลูกค้า

LINE สำรวจพบว่า ตอนนี้ LINE เป็นแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่น ทำให้กระโดดไปทำ commerce มากขึ้น ที่ผ่านมา LINE ได้ซื้อทีมของ Selsuki ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซบนโซเชียลมีเดีย และปีนี้ก็มี LINE MyShop ให้คนที่ใช้ LINE ทำร้านค้าขายของโดยเชื่อมเข้าระบบของ LINE ได้เลย

อีกสิ่งหนึ่งที่ LINE กำลังจะเปิดคือ LINE Advertising Platform ซึ่งการซื้อโฆษณาผ่าน LINE ในปัจจุบันต้องซื้อผ่านเอเยนซี่เท่านั้น แต่ในเดือนเมษายนนี้ LINE จะเปิดให้บริการที่คนทั่วไปซื้อโฆษณาผ่าน LINE ได้เองเลย

การซื้อโฆษณาผ่าน LINE จะคล้าย กับ Facebook ก็คือสามารถเลือกเซ็กเมนต์ได้เลยว่าต้องการกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มไหน เพศไหน อายุเท่าไหร่ อยู่ภาคไหน เป็นใคร เพื่อโพสต์โฆษณาลงไปใน LINE Timeline ทำโฆษณาไปยังกลุ่มคนที่กดติดตามแอ็กเคานต์ของเราได้ด้วย ทำให้เจ้าของธุรกิจโฆษณาได้แม่นยำมากขึ้น

สำหรับ Twitter เติบโตสูงมากทีเดียว คาดว่ามีผู้ใช้เกือบ 20 กว่าล้านคนแล้ว และเดิมคือกลุ่มวัยรุ่น แต่ตอนนี้กลุ่มคนที่ทำธุรกิจก็หันไปใช้ Twitter มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับต่าง ๆ เช่น พวกติ่งเกาหลีหรือ “นุช” แฟนคลับของเป๊ก ผลิตโชค ฯลฯ ในปีที่แล้วมีคนพูดถึงกลุ่มนุชกว่า 133 ล้านข้อความ และยังเห็นการใช้ Twitter รวมตัวออกไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม

ส่วน Pantip เป็นแพลตฟอร์มของไทยหนึ่งเดียวที่ผมเชียร์และอยากให้อยู่ต่อ โดยส่วนตัวเท่าที่เห็นต้องบอกว่า Pantip ได้รับผลกระทบเพราะโซเชียลมีเดียจากต่างประเทศเข้ามากินเวลาของคนไทยมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจของ Pantip คือ เริ่มมีบริการใหม่ ๆ เกิดขึ้น มีบริการโฆษณา บริการเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยนักการตลาดให้สามารถใช้ Pantip เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น เช่น บริการ comment ads คือ เราสามารถลงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับกระทู้ในหน้านั้น ๆ ได้

และตอนนี้ Pantip มีความห่วงใยผู้ประกอบการที่เกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 โดย Pantip จะแจกโฆษณาในห้องบลูแพลนเน็ตฟรีให้กับคนเหล่านี้ สามารถติดต่อไปที่ Pantip ได้เลย มีโควตาให้ 120 โรงแรมเท่านั้น

สำหรับทาง Google พูดในเชิงของ YouTube ได้น่าสนใจว่า Google จะเริ่มพยายามหล่อหลอมบริการทุกอย่างที่มี ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา ยูทูบ หรือจะเป็นในโทรศัพท์แอนดรอยด์ที่จะมี Google Map ฯลฯ สังเกตได้ว่าชีวิตของเราในแต่ละวันจะอยู่บน Google เยอะมาก จากเดิมโฆษณาจะพยายามไปหาลูกค้าโดยไม่รู้ว่าลูกค้าอยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ Google กำลังจะเปลี่ยนคือจะใช้วิธีการเฝ้าสังเกตและคาดการณ์ว่าการลงโฆษณานั้นลูกค้าน่าจะอยู่ที่ไหนแล้วไปดักรอลูกค้า

แพลตฟอร์มที่ Google จะเริ่มเอามาใช้จะเอา AI และ machine iearning เข้ามาช่วย จะทำให้โฆษณาเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้นในทุก ๆ แพลตฟอร์ม เช่นเดียวกันเมื่อลงโฆษณากับ Google ที่เดียว โฆษณาของคุณจะเข้าไปถึงทุก ๆ บริการของ Google ได้หมด เช่น ไปอยู่ใน YouTube ใน Google Map ใน Gmail ฯลฯ ฉะนั้นโฆษณาของ Google จะตามไปในทุก ๆ ที่ นี่เองจุดแข็งของ Google

จะเห็นว่าแต่ละคนพยายามจะเอาจุดแข็งของตัวเองมาดึงคนให้อยู่ในแพลตฟอร์มของตนให้มากขึ้น โดยพยายามจะแย่งเวลาของคน ใครก็ตามที่สามารถทำให้ผู้ใช้อยู่กับแพลตฟอร์มของตนได้มากที่สุดคนนั้นจะเป็นผู้ชนะ เพราะยิ่งใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มได้มากเท่าไหร่โอกาสที่เขาจะเห็นโฆษณา จะเห็นสินค้าและบริการบนแพลตฟอร์มนั้นมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...