โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยิ่งให้ยิ่งได้.. 5 ประโยชน์จากการ “บริจาคเลือด” ที่คุณอาจคาดไม่ถึง!

LINE TODAY

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 15.04 น. • nuchthawat_p
ภาพจาก shutterstock.com

"การบริจาคเลือด" นับเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ หากเรามีคุณสมบัติตรงตามที่ศูนย์รับบริจาคโลหิตต้องการ เป็นต้นว่าสุขภาพของเราสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว มีอายุระหว่าง 17-70 ปีบริบูรณ์ มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป ฯลฯ ก็สามารถบริจาคเลือดได้ 

เห็นขนาดเข็มเจาะเลือดอาจจะออกอาการใจสั่นครั่นคร้ามบ้าง แต่หากนึกถึงการได้มีส่วนช่วยต่ออายุให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน บวกความอิ่มเอิบใจกับการที่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าแล้ว ความกลัวเหล่านั้นก็จะค่อย ๆ จางหายไป ไม่เพียงสัมผัสถึง "สุข" จากการให้ แต่การบริจาคเลือดยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง… 

ถ้า "น้ำใจ" ยิ่งให้ยิ่งได้ การให้ "เลือด" ก็เช่นเดียวกันนั่นแหละ

1. ตรวจสุขภาพเบื้องต้นฟรี!

ตาโตเท่าไข่นกกระจอกเทศเลยค่ะพอได้ยินคำว่า "ฟรี" เพราะก่อนจะบริจาคเลือดได้ เราจะต้องผ่านพิธีการตรวจร่างกายเบื้องต้นเสียก่อน เช่น การวัดความดันโลหิต การตรวจค่าความเข้มข้นของเลือด รวมไปถึงการซักถามประวัติด้านสุขภาพ หากผลการตรวจเบื้องต้นผ่านเกณฑ์ สำทับด้วยเสียงยืนยันจากคุณหมอลงความเห็นหนักแน่นว่าสุขภาพแข็งแรงดี เราถึงจะสามารถบริจาคเลือดได้ 

นอกจากนี้ เลือดที่เราบริจาคจะต้องถูกนำไปทดสอบหาความผิดปกติอย่างละเอียดว่ามีเชื้อไวรัสเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ซิฟิลิส หรือไม่ ก่อนจะนำไปเก็บไว้เป็นเลือดสำรองในคลัง เพื่อให้มั่นใจว่าเลือดของเรานั้นสมบูรณ์พร้อมนำไปใช้งาน

ภาพจาก shutterstock.com

2. ช่วยเผาผลาญแคลอรี

อย่าทำเป็นหัวเราะคิกเชียว จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานดิเอโก พบว่าการบริจาคเลือดประมาณ 450 มิลลิลิตร สามารถเผาผลาญพลังงานได้ราว 650 กิโลแคลอรี อย่างไรก็ตามการบริจาคเลือดไม่เท่ากับการออกกำลังกายนะจ๊ะเธอจ๋า จะมาทำตีเนียนลดน้ำหนักเป็นศรีธนญชัยไม่ได้นา พลังงานที่สูญเสียไปนั้นเรียกว่าเป็นผลพลอยได้จากการ "ให้" จะดีกว่า

3. ช่วยป้องกันภาวะธาตุเหล็กเกินในร่างกาย

จริงอยู่ว่าธาตุเหล็กนั้นเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในกระบวนการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง อย่างไรก็ตาม หากในร่างกายของเรามีธาตุเหล็กสะสมอยู่มากจนเกินไป อาจทำให้เกิด "ภาวะเหล็กเกิน" หรือ "ฮีโมโครมาโตซิส" (Hemochromatosis) ซึ่งสามารถทำอันตรายต่ออวัยวะต่าง ๆ ได้ เนื่องจากเหล็กจะเข้าไปสะสมในอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ตับ ตับอ่อน ไต กระทั่งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพขึ้น แม้จะไม่ทำให้รู้สึกเจ็บป่วยในทันที แต่ย่อมมีอันตรายต่อตัวเราเมื่อกาลเวลาผ่านไป ดังนั้นการบริจาคเลือดจะทำให้ปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายน้อยลง จึงช่วยลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดภาวะเหล็กเกินได้

การมีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากเกินไปนั้นอันตรายกว่าที่คุณคิด เนื่องจากมันยังมีแนวโน้มสัมพันธ์กับโรคร้ายชนิดไม่ติดต่อในอีก 2 ข้อถัดไปด้วย

ภาพจาก shutterstock.com

4. ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะหัวใจวาย

จากการศึกษาในวารสารทางการแพทย์ American Journal of Epidemiology พบว่าการบริจาคเลือดอย่างน้อยปีละครั้งจะช่วยลดระดับธาตุเหล็กในร่างกายซึ่งส่งผลทำให้หลอดเลือดทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด "ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย" หรือ "หัวใจวาย" ได้สูงถึง 88 เปอร์เซ็นต์ สำหรับคนไทย โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันถือเป็น 1 ใน 3 สาเหตุของการเสียชีวิตสูงสุดใกล้เคียงกับการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุและโรคมะเร็ง

5. ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด

งานวิจัยบางชิ้นระบุว่าการบริจาคเลือดเป็นประจำมีแนวโน้มช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งอันมีสาเหตุจากร่างกายมีธาตุเหล็กสูงเกินไป เช่น การศึกษาจากศูนย์บริการโลหิตมิลเลอร์-คีย์สโตน (Miller-Keystone Blood Center) พบว่าการบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่องมีความสัมพันธ์ต่อความเสี่ยงที่ลดลงของโรคมะเร็งหลายประเภท เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งลำคอ

.

อ้างอิง

- https://www.pobpad.com

- https://www.rasmussen.edu

- https://www.redcross.or.th

- https://www.stmaryskc.com

- https://www.thairath.co.th

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...