โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แก่ก่อนรวย “คนไทยวัยเกษียณ” อาการน่าเป็นห่วง

Businesstoday

เผยแพร่ 08 ต.ค. 2562 เวลา 01.57 น. • Businesstoday

ช่วงเดือนกันยายนจนถึงตุลาคมนี้ บรรดาธุรกิจร้านอาหาร ร้านคาราโอเกะ รีสอร์ตพักผ่อนหย่อนใจทั้งหลายคึกคักเป็นพิเศษเพราะเป็นห้วงเวลาเลี้ยงอำลาชีวิตการทำงานของใครหลายๆคน 

แต่ก็มีไม่น้อยแทนที่จะดีใจว่าจะได้พักผ่อนหลังเหน็ดเหนื่อยจากตรากตรำทำงานมานานจนอายุ 60 ปี กลับรู้สึกวิตกกังวลกับเวลาที่เหลืออยู่ว่าจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรให้ตลอดรอดฝั่งเพราะในช่วงที่ทำงานยังพอได้รับเงินเดือนทุกเดือน เมื่อเกษียณก็จะไม่มีรายได้อีกต่อไป ไปดู“เงินออมเพื่อวัยเกษียณ” ก็ไม่ค่อยจะมีเงินเก็บหรือมีเงินออมสักเท่าไหร่

เมื่อไม่นานมานี้มีห้างโมเดอร์นเทรดแห่งหนึ่งที่เพิ่งประกาศเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งไม่กี่วันนี้ประกาศรับคนเกษียณอายุเข้าทำงานหลายอัตรา ร้านค้าในห้างฯบางแห่งก็หันมารับคนสูงอายุเข้าทำงานเพราะคนเหล่านี้มีประสบการณ์เทียบแล้วคุ้มค่ากว่า  บางคนก็ออกมาค้าขายเล็กๆน้อยๆ แต่ก็มีความเสี่ยง ดีไม่ดีเงินที่เก็บหอมรอมริบเข้าตำรา”ทุนหาย กำไรหด”เจ๊งเอาง่ายๆ

เมื่อก่อนคนที่เกษียณอายุ ก็จะอาศัยฝากแบงก์กินดอกเบี้ยไว้เลี้ยงตัวเอง ทุกวันนี้ ดอกเบี้ยเงินฝากบ้านเราต่ำเตี้ยเรี่ยดิน  หวังพึ่งพาไม่ได้แล้ว คนเกษียณส่วนใหญ่รายได้น้อยจึงชักหน้าไม่ถึงหลัง จากข้อมูลธนาคารโลก ระบุว่า คนไทยมีเงินออมรวมกันเพียง 7% ของจีดีพี ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทุกประเทศในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
ขณะที่ระดับหนี้ต่อครัวเรือนยังสูง 130%จีดีพี ถ้ารวมนี้ทั้งหมดทั้งสหกรณ์ หนี้ กยศ.และอื่นๆ
แต่มีเงินออมเพียง 8-10% เท่านั้น ปกติจะต้องออม 10–15% ของรายได้

สมมติรายได้ 2 หมื่นบาท ต้องออมไม่ต่ำกว่า 2 พันบาทต่อเดือน และหากคำนวณบนพื้นฐานความต้องการรายได้หลังเกษียณเฉลี่ยที่ 16,000 บาทต่อเดือน นั่นหมายความว่าคนๆหนึ่งจะต้องมีเงินออมไม่น้อยกว่า 4.5 ล้านบาท แต่ในชีวิตจริงคนไทยเกือบจะ 90%ที่เกษียณอายุมีเงินไม่ถึง 4.5ล้าน ถ้าจะมีก็คงเป็นพวกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เงินเดือนสูงๆ หรือข้าราชการมีสีที่คิดอายุงานตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออายุน้อยๆ

ข้อมูลจาก Bloomberg รายงาน สวิตเซอแลนด์และฟินแลนด์ ที่มีโครงสร้างประชากรเป็นสังคมผู้สูงอายุไปแล้วนั้นต่างจากไทยอย่างมากก็คือ รายได้ต่อหัวต่อปีของทั้งสองประเทศ อยู่ 2.4 ล้านบาทต่อปี และ 1.5 ล้านบาทต่อปี ต่างจากไทย อยู่ที่ไม่ถึง 2 แสนบาทเท่านั้น

นั่นแปลว่า หากเขาออมน่าจะมีเงินพอในการใช้จ่ายในวัยเกษียณขณะที่เรายังมีหนี้ท่วมหัวแถมต้องเจอกับวิกฤต
“ขาดเงินออมยามเกษียณ” สวนทางกับอายุคนไทยที่มีอายุยืนขึ้น ในอนาคต เราจะเห็นคนมีอายุถึง 90ปี เป็นเรื่องปกติ แต่ช่วงเวลาหาเงินของเรายังอยู่ที่อายุ 60 ปีซึ่งเราต้องใช้เงินเพื่อมีชีวิตต่ออีก 30-40 ปีหลังจากเกษียณอายุ

นี่คือความท้าทายคนที่รู้จักมักคุ้นหลายคนบอกว่า คงจะต้องทำงานไปเรื่อยๆจนถึง70ปี แต่บางคนบอกว่าจะทำจนกว่าจะทำไม่ไหว เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่มีกิน

ในหลายๆประเทศรัฐบาลได้วางแผนเกษียณให้ประชาชนของเขาที่น่าสนใจ คือสิงคโปร์ ต่ออายุเกษียณอย่างเป็นขั้นเป็นตอนมีการวิเคราะห์และวางแผนด้านทรัพยากรมนุษย์ในระดับประเทศได้อย่างรอบด้าน โดยปัจจุบันได้กำหนดอายุเกษียณไว้ที่ 62 ปี แต่นายจ้างไม่สามารถเลิกจ้างโดยอ้างเหตุว่าอายุมาก แต่นายจ้างจะต้องเสนอการจ้างงานที่เรียกว่า Re-employment ที่เป็นสัญญาจ้างงานอย่างน้อยหนึ่งปีเป็นต้น

แต่ของเรารัฐบาลยังไม่มีนโยบายอะไรชัดเจน ปล่อยตามมีตามเกิดให้เป็นภาระของประชาชนที่ต้องช่วยตัวเองไปก่อนก็แล้วกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...