โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โครงการ “ปราชญ์ร่วมใจ สรรค์สร้างไทยเป็นหนึ่ง”

สยามรัฐ

อัพเดต 16 พ.ค. 2563 เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2563 เวลา 04.20 น. • สยามรัฐออนไลน์

โครงการ “ปราชญ์ร่วมใจ สรรค์สร้างไทยเป็นหนึ่ง” เป็นกิจกรรมที่ได้รวบรวมปราชญ์ชาวบ้าน ที่มีความรู้ ความสามารถ นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาขยายผลถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ปราชญ์เพื่อความมั่นคง ผนึกกำลังในการนำองค์ความรู้ตามแนวทางศาสตร์พระราชามาใช้ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยการสร้างต้นแบบปราชญ์เพื่อความมั่นคงรวมกัน 260 คนทั่วประเทศ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เชิญปราชญ์ความมั่นคงใน 8 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างมาร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วม ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

นายมูหัมมัดซัมซูดิน เซ็นมาด ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงเพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมอาชีพแบบวิถีเศรษฐกิจพอเพียง(ชันโรงบูโด ยี่งอ) กล่าวถึงการร่วมโครงการว่า “ ตัวเองเป็นตัวแทนของปราชญ์ที่ได้นำความรู้จากปราชญ์รุ่นก่อนๆในพื้นที่ นำความรู้ที่ได้รับมาต่อยอดรวมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มมูลสินค้า สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชน นำสิ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตอย่างสมดุลตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสร้างความมั่นคงให้กับชุมชน ประชาชนมีรายได้ไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐาน”

พ.อ.หญิง ณัฐฐจิตน์ วัยวุฒิ รอง ผอ.ส่วนงานเสริมสร้างความมั่นคงสถาบันหลัก ศูนย์ประสานการปฎิบัติที่ 1 กอ.รมน.กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “โครงการได้นำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้โดยมีปราชญ์เพื่อความมั่นคงเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ปราชญ์ทุกคนมีความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ ความรู้ตามแนวพระราชดำริเป็นที่ประจักษ์ผลถึงความสำเร็จอยู่แล้ว ประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมคือการได้รับความรู้จากปราชญ์รุ่นเก่าที่มีประสบการณ์ มีความรู้ดั้งเดิมมาประสานกับความรู้ของปราชญ์รุ่นใหม่ที่มีการนำนวัตกรรมมาเสริมผสานกับความรู้ดั้งเดิม เกิดการพูดคุยต่อยอดความรู้จากคนทั้งสองรุ่น ความรู้ที่ได้รับนำไปสู่การพัฒนา สร้างรายได้ให้กับชุมชน และทุกครั้งในการทำกิจกรรมเราจะเสริมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของชาติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านได้ภูมิใจในความเป็นคนไทย รู้สึกรักและห่วงแหนแผ่นดิน”

นายจิรัฏฐ์ ภัทราปฐวีวงศ์ รองประธาน YOUNG SMART FARMER จ.นราธิวาส กล่าวถึงความประทับใจที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ว่า “ขอขอบคุณ ทาง กอ.รมน.เป็นอย่างมากที่ได้จัดโครงการนี้ขึ้น และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรม ความรู้ที่ได้รับในวันนี้จะนำไปใช้ในศูนย์การเรียนรู้ที่กำลังจะสร้างขึ้นในชุมชน การเข้าร่วมกับเครือข่ายในครั้งนี้ทำให้ได้รู้จักปราชญ์เพื่อความมั่นคงหลายๆท่าน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกลุ่มไลน์ปราชญ์ กอ.รมน. หรือ Facebookที่ใช้สื่อสารกัน ทำให้ได้รับความรู้ในวงกว้าง ปราชญ์แต่ละท่านมีความรู้ความชำนาญในแต่ละด้านต่างกัน การเข้ามาร่วมเครือข่ายทำให้ ตนเองได้รับความรู้และประสบการณ์มากขึ้น สามารถนำความรู้นี้กลับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชุมชน”

น.ส.นิภาพร สุวรรณสถิต ประธานองค์กรคนรุ่นใหม่ จ.นราธิวาส กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรมในครั้งนี้ “ตัวเองเป็นประธาน YOUNG SMART FARMER ระดับจังหวัด การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เห็นถึงพลังการขับเคลื่อนระดับกลุ่มเป็นเครือข่ายว่าได้รับความสำเร็จมากกว่าการขับเคลื่อนเฉพาะกลุ่มของตนเองเพียงกลุ่มเดียว ความประทับใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้คือการเข้าร่วมกับเครือข่ายทำให้เกิดพลังในการทำงาน ได้ความรู้ที่หลากหลาย สร้างความแข็งแรงให้ชุมชนและเครือข่าย การอบรมสัมมนาเป็นกำไรของชีวิตเพราะทำให้เกิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆที่เข้าร่วมกิจกรรม ทำให้เกิดการกระจายความรู้สู่ระดับอำเภอ และจังหวัด ขอขอบคุณทาง กอ.รมน.ที่ทำให้เกิดการขยายผลองค์ความรู้เรื่องศาสตร์พระราชาที่ชุมชนสามารถนำมาปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน”

นายสุรสิทธิ์ สุดสาย ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงภารกิจ ของกศน.ว่า “ กศน.เป็นผู้เสริมความรู้ในเรื่องระบบ ICT ดิจิทัลชุมชน มีเว็บต์ของแต่ละตำบล ให้ความรู้เรื่องดิจิทัลกับเครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคง ปราชญ์ทุกท่านตอบรับกับการเรียนรู้ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะในปัจจุบันระบบดิจิทัลมีความสำคัญในการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการค้าขายแบบออนไลน์ กศน.ยินดีให้ความรู้ให้กับประชาชนทุกคน ”

น.อ.วรพล สิทธิจิตต์ ร.น. รอง ผอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส (ท.)กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการนี้ ว่า “ ปราชญ์ความมั่นคง ทั้ง 8 จังหวัดที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เราได้คัดเลือกปราชญ์ที่มีความโดดเด่น และมีความรู้ที่หลากหลายสาขา กอ.รมน.เข้ามาเสริมความรู้ สร้างการเรียนรู้ด้วยตัวเอง แลกเปลี่ยนความรู้ กอ.รมน.เข้ามาเสริมเรื่องโอกาสการเรียนรู้ จัดให้มีพื้นที่เรียนรู้ ได้เข้ามาปฏิบัติจริง ประเทศไทยเรามีองค์ความรู้ที่ได้จากปราชญ์ท้องถิ่นมากมาย ทางรัฐบาลและ กอ.รมน.ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้จัดให้มีการรวบรวมความรู้จากที่ต่างๆ สร้างองค์ความรู้พื้นฐานที่สามารถพัฒนาต่อยอดผลผลิตไปสู่การแข่งขันระดับโลก”

ความสำเร็จของ“โครงการปราชญ์ร่วมใจ สรรค์สร้างไทยเป็นหนึ่ง” เกิดจากการบูรณาการของ 3 ประสานได้แก่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และปราชญ์ความมั่นคง จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ประจำตำบลและสร้างปราชญ์ความมั่นคงให้มีความเข้มแข็งและเป็นศูนย์กลางการพัฒนาของชุมชน

ตัวอย่างของปราชญ์เพื่อความมั่นคงที่ประสบความสำเร็จ คือนายสมาน ผ่านพรม ปราชญ์ชุมชนต้นแบบบ้านฮูแตทูวอ ต.โคกเคียน อำเภอเมือง จ.นราธิวาส นายสมาน เป็นชาวพุทธที่ย้ายมาจากจังหวัดยะลา มีอาชีพเกษตรกร ปลูกปาล์มน้ำมันเพียงอย่างเดียว เนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกเป็นดินทราย หลังจากได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริก็ได้นำความรู้ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง จนสามารถสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น

นายสมาน กล่าวว่า “หลังจากที่เขาได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริก็ได้รับความรู้เรื่องจากกรมส่งเสริมการเกษตรเรื่องการปลูกพืชในภาชนะ และนำมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง ในระยะแรกของการปลูกยังไม่ได้รับผลดีพบปัญหาพืชในกระถางไม่เจริญเติบโต ลองผิด ลองถูก จนค้นพบวิธีที่จะทำให้พืชเติบโต โดยการนำดินที่ใช้ปลูกนำมาผสมกับวัสดุอื่นที่สามารถหาได้ในท้องถิ่น และได้ค้นพบว่าทะลายปาล์มที่เหลือจากโรงกลั่นปาล์มน้ำมันสามารถนำมาผสมกับดิน นำมาใช้ในการปลูกพืชในภาชนะได้ผลดีหลังจากนั้น ก้อพัฒนามาเป็นการปลูกพืชบนแคร่ตามเทคนิคใหม่โดยใช้เวลาการพัฒนา 4 ปีจึงประสบความสำเร็จ เทคนิคนี้นอกจากพืชผักเติบโตดีแล้ว ยังประหยัดน้ำด้วย เน้นการปลูกพืชผสมผสาน ให้ความรู้และสอนเทคนิคใหม่ๆ การปลูกพืชปลอดสารเคมี เทคนิคการปลูกพืชในโรงเรือน ปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพดิน ให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ปุ๋ย หาช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรในชุมชน การได้รับการยอมรับจากชุมชนในทุกวันนี้เกิดจากการปฏิบัติจริง ได้ผลจริง และถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนโดยไม่หวังสิ่งอื่นใด สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนผ่านกลุ่มเกษตรที่ได้รับความรู้และนำไปใช้ในพื้นที่ของตนเอง การพัฒนาให้ชุมชนเข็มแข็งทำให้ชุมชนมั่งคั่งและยั่งยืน”

นางรุสรีนา มะแอ ประชาชนบ้านฮูแตทูวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส หนึ่งในประชาชนที่ได้รับการชักชวนให้มาทำการเกษตรในเทคนิคใหม่กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการว่า “ตอนแรกประกอบอาชีพเย็บผ้าต่อมาเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ลดลง ลุงสมานได้ชวนให้มาปลูกพืชเทคนิคใหม่ โดยทางลุงสมานจะเป็นผู้ให้ความรู้ทั้งการตัดแต่งกิ่ง การให้ปุ๋ย การผสมเกสร จนเริ่มมีความชำนาญมากขึ้น พืชที่ปลูกหลังจากบริโภคในครัวเรือนก็นำไปขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ตอนมีสมาชิกในโครงการทั้งหมด 56 คน”

ความสำเร็จ ของนายสมาน ผ่านพรหม เกิดจากการเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ การเป็นผู้ให้ที่ไม่หวังผล ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างมากในชุมชน เกิดศูนย์เรียนรู้ซึ่งเป็นต้นแบบการทำการเกษตรที่ประสบความสำเร็จ เป็นต้นแบบของการอยู่รวมกันของคนในแบบพหุสังคมที่มีทั้งชาวพุทธและมุสลิม ประชาชนในชุมชนหันมาสนใจการปลูกพืชผสมผสานเพราะเห็นตัวอย่างความสำเร็จของคุณสมาน ภายในศูนย์การเรียนรู้จะทำการปลูกพืชหลากหลายตามความต้องการของแต่ละคน โดยมีคุณสมานเป็นผู้ให้คำปรึกษา แนะนำการใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่น ปลูกฝังการทำเกษตรอินทรีย์ ลดต้นทุนการผลิต สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน นี่คือการนำศาสตร์พระราชามาพัฒนาสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนโดยแท้จริง

ขอขอบคุณข้อมูลจากรายการเดินหน้าปฏิรูป ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 21.00-22.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...