โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ภูชี้ดาว” พร่างพราวทะเลหมอกอลังการ เที่ยว 4 ประสาน ภูชี้ดาว-ชี้เดือน-ชี้ฟ้า-ผาตั้ง/ปิ่น บุตรี

Manager Online

อัพเดต 18 พ.ย. 2561 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2561 เวลา 09.36 น. • MGR Online

โดย : ปิ่น บุตรี (pinn109@hotmail.com)

“ณ ราตรีหนึ่ง ซึ่งยังฝังใจ

เชียงรายฟ้าแจ่ม คืนนั้นวาวแวม

ด้วยแสงจันทรา นภาสดใส…”(เพลง : เชียงรายรำลึก)

เวลาขึ้นเหนือไปแอ่วเชียงรายคราใด ผมมักอดไม่ได้ที่จะฮัมเพลงเชียงรายรำลึกอยู่เสมอ ๆ

สำหรับราตรีในค่ำคืนนี้ที่เชียงรายก็ไม่ต่างกัน

ผมนั่งโดดเดี่ยวดื่มด่ำดูดาวฮัมเพลงเชียงรายรำลึกไปเบา ๆ อยู่ ณ ที่พักบรรยากาศดีแห่งหนึ่งบริเวณดอยผาตั้ง ซึ่งหลังจากได้ไปเดินขึ้นเขา ชมวิวฝั่งไทย-ลาว และชมพระอาทิตย์ตกบนดอยผาตั้งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา

ณ ราตรีนี้ที่อาจจะยาวไกลสำหรับใครบางคน แต่สำหรับผมขอสรุปรวบรัดแค่ไม่เกินเที่ยงคืน เพราะพรุ่งนี้ตั้งแต่เช้ามืด เราต้องออกไปขึ้น“ภูชี้ดาว”เพื่อเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกกัน

ภูหัวโล้น

ภูชี้ดาว ตั้งอยู่ที่บ้านร่มโพธิ์เงิน ม.11 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวน้องใหม่มาแรงที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ประมาณ 2 ปีเศษ ๆ

พี่“แสงคม กมลาศน์มรกต” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านร่มโพธิ์เงิน(หมู่บ้านแผ่นดินธรรม-แผ่นดินทอง) หนึ่งในผู้ร่วมบุกเบิกปลุกปั้นสร้างชื่อให้กับภูแห่งนี้ เล่าว่า

เดิมภูชี้ดาวชาวบ้านเรียกกันว่า“ภูหัวโล้น” ตามลักษณะของยอดภูที่มีสภาพเป็นทุ่งหญ้าโล่งเตียน

หลังภูชี้ฟ้า(อ.เทิง)มีชื่อเสียงอย่างมากในยุคโซเชียลมีเดีย ในฐานะจุดชมทะเลหมอกแสนงามอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย

ชาวบ้านร่มโพธิ์เงินที่คุ้นชินกับภูหัวโล้นมานาน มองเห็นว่าภูลูกนี้ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากภูชี้ฟ้านั้นก็มีดีไม่แพ้กัน มีทะเลหมอกที่งดงามไม่แพ้กัน จึงได้ขออนุญาตทางหน่วยงานภาครัฐผู้ดูแล พัฒนาภูหัวโล้นให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่เคียงคู่กับภูชี้ฟ้า

ชาวบ้านที่นี่จึงได้ร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดภู(ด้วยกำลังทรัพย์และกำลังแรงของตัวเอง) ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงถนนขึ้นภู ปรับแต่งทางเดินที่สูงชันให้เป็นทางขั้นบันไดดินที่เดินเหินสะดวกขึ้น ทำราวจับตามจุดต่าง ๆ ในเส้นทางเดินขึ้นภู และทำราวกันตกไว้บริเวณทางเดินบนสันเขายอดภู รวมถึงมีการปรับแต่งภูมิทัศน์แต่พองาม

พร้อมกันนี้พวกเขายังเปลี่ยนชื่อเรียกขานภูหัวโล้นเสียใหม่ว่า“ภูชี้ดาว” ตามลักษณะของยอดภูแห่งนี้ ซึ่งในช่วงคืนเดือนหงาย ประมาณตี 4- ตี 5 จะมองยอดภูชี้ขึ้นฟ้าเคียงกับหมู่ดาวและดวงจันทร์ที่สุกสกาวดูสวยงาม

และเพื่อให้สอดรับกับชื่อ“ภูชี้ฟ้า”อันโด่งดัง ซึ่งเป็นต้นตำรับของภูตระกูล“ชี้” อันสวยงามของจังหวัดเชียงราย

ภูชี้ดาว

ช่วงแรก ๆ ที่เปิดภูชี้ดาวใหม่ ๆ ยังมีคนรู้จักภูแห่งนี้กันไม่มาก แต่หลังจากที่นักร้องชื่อไม่ดังคนหนึ่งไปทำพฤติกรรมน่ารังเกียจไว้ ด้วยพฤติกรรม“มือบอน”เขียนชื่อของตัวเองไว้บนหลักกิโลฯยอดภูชี้ดาว จนถูกชาวเน็ตถล่มเละเทะ

นั่นเลยทำให้ภูชี้ดาวเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในฐานะจุดชมทะเลหมอกอันสวยงามอลังการแห่งใหม่ของเมืองไทย พร้อมกันนี้ก็ทำให้คนพลอยรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของนักร้องมือบอนคนนั้นกันแพร่หลายมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

มาวันนี้ชื่อเสียงของภูชี้ดาวยังคงอยู่ แต่ชื่อเสียงของนักร้องคนนั้นดูจะเงียบหายเข้ากลีบเมฆหมอกไปอีกครั้ง

สำหรับการเดินทางขึ้นสู่ยอดภูชี้ดาว นักท่องเที่ยวควรเดินทางจากที่พักมาถึงที่หมู่บ้านร่มโพธิ์เงินกันตั้งแต่เช้ามืด ราว ๆ ตี 5

จากนั้นให้จอดรถไว้ที่จุดจอดรถของหมู่บ้าน(มีชาวบ้านดูแลให้) แล้วเปลี่ยนมาใช้บริการรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อของชุมชน นั่งรถฝ่าทางวิบากขึ้นเขาไปอีก 3 กม.

ทั้งนี้ปัจจุบันที่นี่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขับรถขึ้นสู่ยอดภูชี้ดาวเอง เนื่องจากเส้นทางเป็นถนนลูกรังขึ้นเขาสูงชันคดเคี้ยว แถมยังแคบอีกต่างหาก ซึ่งหากนักท่องเที่ยวขับรถขึ้นไปเองอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะไม่ชำนาญเส้นทาง

หลังผมนั่งกระบะ กระเด้งกระดอนฝ่าลมหนาวไปบนถนนลูกรังคดเคี้ยวสูงชัน ประมาณ 3 กม. ก็จะมาถึงยังจุดสิ้นสุดทางถนน

ณ จุด ๆ นี้ เราต้องเดินทางขึ้นเขา(ภู)ไปอีกประมาณ 350 เมตร เป็นเส้นทางขึ้นเขาสูงชันที่แม้ชาวบ้านจะปรับทางเดินไว้อย่างดี และเดินไม่ไกลมาก(อารมณ์เดียวกับการเดินขึ้นภูชี้ฟ้าแต่ทางเดินสั้นกว่า) แต่ก็ทำเอาผมเดินเหนื่อยลิ้นห้อย ชนิดต้องแวะพักกันอยู่บ่อยครั้ง

ต่อจากนั้นก็จะขึ้นมาถึงแนวสันยอดภูชี้ดาวที่เป็นแนวภูเขาหญ้าโล่งเตียน มีทางเดินเล็ก ๆ แคบ ๆ และมีราวกันตกให้เราค่อย ๆ เดินด้วยความระมัดระวัง เลาะแนวสันบนยอดเขาขึ้นสู่ยอดภูชี้ดาว บนระดับความสูง 1,720 เมตรจากระดับน้ำทะเล(อ้างอิงตัวเลขจากผู้ช่วยแสงคม)

จากแนวสันเขานี้เมื่อมองไปตามทางเบื้องหน้าจะเห็นยอดภูชี้ดาว ที่เป็นสันเขาแคบ ๆ มีปลายยอดเป็นจงอยแหลมเชิดชี้ขึ้นสู่ท้องฟ้า ดวงเดือน และหมู่ดาวสมดังฉายา “ภูชี้ดาว”

ทะเลหมอกอลังการ

บนแนวสันยอดภูชี้ดาวมีจุดชมวิวเป็นทางยาว(แต่แคบ) ให้เลือกหามุมถ่ายรูปกัน โดยที่จุดสิ้นสุดของยอดเขา ซึ่งเป็นจุดชมวิวไฮไลท์ได้มีการสร้างราวกันตกและหลักกิโลไว้ แต่เนื่องจากบริเวณนี้มีพื้นที่แคบ ๆ ยืนกันได้ไม่กี่คน ยังไงขอความกรุณานักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาบนนี้ช่วยแบ่งปันจุดชมวิว(ไฮไลท์)กันแบบเปี่ยมมิตรไมตรี

อย่ายืนแช่ยึดจุดชมวิวไว้เพียงคนเดียว กลุ่มเดียว เมื่อได้รูปแล้วก็ควรถอยออกมาให้นักท่องเที่ยวคนอื่นเข้าไปถ่ายรูปที่จุดไฮไลท์บ้าง นี่แหละถึงจะได้ชื่อว่า “เที่ยวไทยเท่” ด้วยเสน่ห์แบบไทย ๆ มีน้ำใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน

สำหรับในเช้าวันนั้น ผมกับเพื่อน ๆ มาเดินถึงยอดภูชี้ดาวประมาณ ตี 5 ปลาย ๆ แบบใจหวั่น ๆ เพราะหมอกลอยปกคลุมหนาทึบ มองทัศนียภาพเบื้องหน้าแค่ประมาณ 10 เมตรยังไม่เห็น กระทั่งถึง 6 โมงกว่า ๆ พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ฟ้าก็ยังไม่เป็นใจ หมอกยังคงลอยปกคลุมแน่นหนา จนเราอดคิดไม่ว่าเช้านี้คงจะพลาดหวัง

แต่จากนั้นไม่นาน ฟ้าก็ค่อย ๆ เปิด ให้เรามองเห็นวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าได้อย่างงดงาม โดยทางฝั่งสปป.ลาวนั้นดูน่าตื่นตาตื่นใจไปด้วยภาพของทะเลหมอกอันสวยงามอลังการกว้างไกล ที่กำลังค่อย ๆ ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ที่โผล่ยอดแทรกแซมเติมเต็มในองค์ประกอบ

ครั้นเมื่อแสงตะวันยามเช้าอันเรื่อเรืองได้สาดส่องมาโลมไล้ไปตามหมู่ทะเลหมอกอันขาวโพลน ดูแล้วช่างอบอุ่นนุ่มนวลดุจดังทะเลปุยนุ่นหรือขนมปุยฝ้ายแผ่นยักษ์อันยั่วยวน ดูแล้วน่าประทับใจกระไรปานนั้น

ขณะที่วิวทิวทัศน์ทางฝั่งไทยในเช้าวันนั้นมีหมอกค่อนข้างน้อย แต่ที่ดีเสน่ห์มากก็คือ จากจุดชมวิวไฮไลท์ตรงหลักกิโลฯเมื่อมองออกไปจะเห็นแนวสันเทือกเขาของภูชี้ฟ้าทอดยาวตระหง่านเงื้อม มียอดภูแหลมชี้เด่น ซึ่งในเช้าวันนั้นมีภาพของน้ำตกหมอกที่ค่อย ๆ ลอยเลื่อนไหลเข้าปกคลุมยอดภูชี้ฟ้าดูสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย

เที่ยวเชื่อมโยง ภูชี้ดาว-ชี้เดือน-ชี้ฟ้า-ผาตั้ง

ภูชี้ดาวนอกจากจะเป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกอันสวยงามอลังการของบ้านเราแล้ว ยังเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่าง 4 ประสาน คือ “ภูชี้ดาว-ภูชี้เดือน-ภูชี้ฟ้า และดอยผาตั้ง”

โดยกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมก็คือช่วงเย็นไปชมวิวไทย-ลาว ชมพระอาทิตย์ตกบน “ดอยผาตั้ง” ที่ ตั้งอยู่ที่บ้านผาตั้ง ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

ดอยผาตั้ง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่นแห่งทิวเขาหลวงพระบาง(เช่นเดียวกับภูชี้ฟ้า) มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,635 เมตร และอยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าไปประมาณ 25 ก.ม. โดยเป็นภูเขากั้นเขตแดนไทย-ลาว ถือเป็นจุดชมวิวชั้นดีที่ชมพระอาทิตย์ได้ทั้งในยามเช้าและเย็น โดยในตอนเช้าก็จะได้ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นอย่างสวยงาม ส่วนยามเย็นถือเป็นจุดชมทิวทัศน์และจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งามไม่แพ้ใคร

บริเวณดอยผาตั้งมีสิ่งน่าสนใจให้เลือกเที่ยวชมกัน อาทิ “ผาบ่อง” ที่เป็นดังประตูสยามสู่ประเทศลาว, “ช่องเขาขาด” อีกหนึ่งจุดชมวิวสวย ๆ มีลักษณะเป็นช่องเขาแคบ ๆ ที่ขาดแยกออกจากกัน สามารถไปยืนชมวิวของฝั่งลาวประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสวยงาม, เนิน 102 และ เนิน 103 จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตก ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างสวยงาม

นอกจากนี้บริเวณผาตั้งยังมี ศาลาอนุสรณ์นายพลหลี่,พระพุทธมังคลานุภาพลาภสุขสันติ, ป่าหินยูนนาน และนั่งม้าเที่ยวผาตั้งสำหรับคนที่ไม่อยากเดิน ไม่ชอบเหนื่อย ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างสูง

จากชมวิวผาตั้งยามเย็น ในเช้าวันรุ่งขึ้น มีเส้นทางให้เลือกไปเที่ยวชมทะเลหมอก ใน 3 จุดหลักด้วยกัน คือ ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว และ ภูชี้เดือน ที่ล้วนต่างเป็นจุดชมทะเลหมอกแสนงามและตั้งอยู่ไม่ไกลกัน สามารถเดินทางไปชมความงามของทั้ง 3 ภูได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง หรือภายในช่วงเช้าของทริป(หากว่ามีแรงเดิน)

สำหรับในทริปนี้ผมเลือกเที่ยวภูชี้ดาวเป็นหลักซึ่งมีมนต์เสน่ห์ความงามตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น และเอาภูชี้ดาวเป็นศูนย์กลาง โดยภูชี้ดาวตั้งอยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าประมาณ 8 กม.

ภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานภูชี้ฟ้า บ้านร่มฟ้าไทย อ.เทิง จ.เชียงราย บนรอยต่อของเส้นแบ่งพรมแดนไทย-ลาว เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่นที่เป็นดังหลังคาเชียงราย มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร มีรูปพรรณสัณฐานอันโดดเด่นด้วยลักษณะเป็นหน้าผาตัด ยอดภูเป็นเหลี่ยมแหลมทิ่มแทงฟ้า ถือเป็นต้นตำรับเจ้าแรกแห่งพี่น้องภูตระกูล“ชี้”ของเชียงราย

นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมทิวทัศน์และทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้ากันตั้งแต่เช้ามืดท่ามกลางอากาศหนาวเย็นและลมพัดแรง โดยจากบริเวณจุดจอดรถจะต้องเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 700 เมตรก็จะถึงยอดภูชี้ฟ้า

นอกจากจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูชี้ฟ้าอันงดงามแล้ว ในระหว่างทางเดินขึ้นยอดภูยังมีจุดชมวิวไฮไลท์ที่เป็นดังสัญลักษณ์ของภูชี้ฟ้า นั่นก็คือ จุดที่สามารถมองเห็นยอดแหลมของภูที่ชี้พุ่งไปสู่ท้องฟ้า ท่ามกลางทะเลหมอกหนาเป็นปุย พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า และแนวยอดภูเบื้องล่างได้อย่างลงตัวงดงาม

ขณะที่ในส่วนเส้นทางระหว่างภูชี้ดาวกับภูชี้เดือนนั้น อยู่ห่างกันแค่ประมาณ 500 เมตร

ภูชี้เดือน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวน้องใหม่ล่าสุด เพิ่งเปิดตัวได้ไม่ถึง 2 ปี(หลังภูชี้ดาว) ภูชี้เดือนเป็นเทือกเขาชายแดนไทย-ลาว ตั้งอยู่ที่บ้านร่มฟ้าหลวง ม.12 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าไปประมาณ 8 ก.ม.

สภาพภูมิประเทศของภูชี้เดือนเป็นเนินเขาที่ทอดตัวเป็นแนวยาวไปตามแนวชายแดนฝั่งไทย อีกด้านเป็นพื้นที่ของฝั่ง สปป.ลาว ลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน และมียอดภูชี้เดือน ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร ตั้งโดดเด่นอยู่ระหว่างภูชี้ฟ้าและผาตั้ง และด้วยความสูงของภูชี้เดือน ที่สูงกว่ายอดภูเขาลูกอื่นทำให้สามารถมองเห็นยอดภูชี้ฟ้า ผาตั้ง ภูชี้ดาว ได้พร้อมกันทั้ง 3 ลูกเลยทีเดียว

และนี่ก็คือเส้นทาง 4 ประสานเชื่อมโยง ดอยผาตั้ง-ภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว-ภูชี้เดือน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวเชื่อมโยงให้ครบทั้ง 4 จุด ภายในช่วงเย็นต่อถึงครึ่งวันเช้าได้อย่างไม่ยากเย็น

นับเป็นมนต์เสน่ห์แห่ง 4 จุดชมวิวของจังหวัดเชียงรายที่อยู่ไม่ไกลกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเชียงรายรำลึกอันน่าตื่นตาตื่นใจ และน่าประทับใจกระไรปานนั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...