โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมรับมือ ไวรัสอหิวาต์หมู ...ไทยต้านได้อีกแค่ 3 เดือน

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 11 ต.ค. 2562 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 03.45 น.

"ไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในหมู" ระบาดไปแล้ว 30 ประเทศทั่วโลก รวมถึงเพื่อนบ้านล้อมรอบไทย ทั้งเวียดนาม พม่า ลาว กัมพูชา คำถามคือ…ฟาร์มหมูไทยจะรอดจากไวรัสตัวร้ายนี้ได้อีกนานเท่าไร !?!.. ปัจจุบันธุรกิจค้าขาย "หมู" ในไทยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท คนไทยเลี้ยงหมู 1.8 แสนราย ผลิตสุกรได้ประมาณปีละ 15 - 20 ล้านตัว สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือ วางแผนหาวิธีเยียวยารับมือผลกระทบที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนแผนป้องกันคงไม่ทันแล้ว ทำได้แค่ให้ "เสียหายน้อยที่สุด"

ตั้งแต่ปี 2561 วงการธุรกิจฟาร์มหมูเอเชีย ได้รับแจ้งเตือนจากฝั่งยุโรปว่า "โรค ASF" หรือ"โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร" (African swine fever) กำลังจะแพร่ระบาดไปถึง จากนั้นไม่นานจีนรายงานพบเชื้อตัวนี้ในหลายมณฑลด้วยกัน รัฐบาลจีนออกคำสั่งฆ่าหมูไปเกือบแสนตัว แต่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ จนถึงปีนี้ต้องฆ่าหมูไปแล้วกว่า 1.1 ล้านตัว ระหว่างนั้นเชื้อก็แพร่จากจีนไปยังเวียดนาม เดือนมิถุนายน 2562 เวียดนามประกาศกำจัดหมูไปแล้วกว่า 2.5 ล้านตัว ราคาเนื้อหมูพุ่งขึ้นไป 3 เท่า

เชื้อนี้พบระบาดครั้งแรก​ปี 2464 ที่ "ประเทศเคนยา"​ ทวีปแอฟริกา กลายเป็นที่มาของชื่อ "โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร" ดีเอ็นเอไวรัสร้ายกาจตัวนี้ทนทานสูง อยู่ได้ในสภาพแวดล้อมนานกว่าไวรัสทั่วไป ​หากสุกรในฟาร์มติดเชื้อ จะมีอาการไข้สูง อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด และตายเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 3-4 วัน และถ้าเลือดของสุกรที่ติดเชื้อไวรัสตกค้างในดินหรือสิ่งแวดล้อมอื่นๆ จะอยู่ได้ 1 เดือน ถ้าเป็นซากสัตว์อยู่ได้ 3​ เดือน แต่ถ้าเอาเนื้อหมูติดเชื้อไปแปรรูปเป็นไส้กรอก หมูยอ หมูแห้ง ฯลฯ จะยิ่งอยู่ได้​ไม่ต่ำกว่า 1​ ปี

โรคนี้ไม่ทำอันตรายต่อคน แต่คนเป็นตัวการสำคัญในการแพร่เชื้อนี้ไปยัง "หมู" เพราะการทิ้งเศษอาหารประเภทเนื้อหมูแปรรูป เช่น กรณีนักท่องเที่ยวทิ้งไส้กรอกหมูรมควันลงถังขยะ หรือตามห้างสรรพสินค้าที่นำเศษอาหารจากร้านต่างๆ หรือที่นักท่องเที่ยวโยนทิ้งมาเทรวมกันใส่ถังใหญ่ แล้วมีคนรับจ้างเอา "ถังเศษอาหารรวมมิตร" ไปส่งขายให้ฟาร์มหมู ทำให้การป้องกันไม่ให้มีเศษกุนเชียง ไส้กรอก หมูยอ ฯลฯ จากนักท่องเที่ยวจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้

วงการฟาร์มสุกรของไทย พยายามเตือนให้ระวังเชื้อไวรัสตัวนี้จากอาหารแปรรูปเนื้อหมูที่นักท่องเที่ยวนำเข้ามา !

เดือนกันยายน 2562 องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) รายงานพบการระบาดแล้วประมาณ 30 ประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป แอฟริกา เอเชีย รวมถึงเวียดนาม ลาว กัมพูชา ที่ผ่านมา "จีน" ถูกโจมตีว่าเป็นต้นตอการระบาด เพราะวิธีกำจัดและการขนส่งเคลื่อนย้ายหมูที่ติดโรคไม่เข้มงวดพอ ทำให้แพร่ระบาดไปประเทศอื่น

เนื่องจากการกำจัดเชื้อ "ASF​" ต้องใช้ความร้อน​ 60 องศา นาน 30 นาที หรือพ่นยาฆ่าเชื้อต่อเนื่องในฟาร์มหมูถึง 180 วัน และห้ามเลี้ยงหมูอีกอย่างน้อย 2 ปี เกษตรกรต้องพยายามดิ้นรนหาทางลดการขาดทุนจากหมูตาย ซ้ำร้ายปัจจุบัน​ยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกัน แม้นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มพยายามทดลองผลิตยาต้านไวรัส​และวัคซีน เช่น​ จีน อเมริกา สเปน อังกฤษ เกาหลีใต้​ แต่ไม่รู้จะประสบความสำเร็จเมื่อไร

วันที่ 16 กันยายน 2562 มีรายงานข่าวโรคระบาดในฟาร์มสุกรหลายพื้นที่แถวเชียงราย ทำให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ต้องรีบเข้าไปควบคุมกำจัดและฝังกลบสุกรกว่า 200 ตัว พร้อมเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบพิสูจน์ว่าเป็นเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกรหรือไม่

อะไรเป็นสาเหตุให้เชื้อไวรัสนี้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว แม้รัฐบาลแต่ละประเทศจะพยายามใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด สั่งกำจัดหมูติดโรคทันทีประเทศละหลายล้านตัว แต่ก็ควบคุมไม่ได้ ยังคงแพร่ระบาดไปยังพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง ?

สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลควบคุมฟาร์มสุกร อธิบายให้ทีมข่าว"คมชัดลึก" ฟังว่า ฟาร์มเลี้ยงหมูแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ"ฟาร์มแบบเปิด" มักมีขนาดเล็กหรือขนาดกลางเป็นของชาวบ้านทั่วไป กับ "ฟาร์มแบบปิด" มีขนาดใหญ่เป็นของบริษัทหรือนายทุน ซึ่งฟาร์มแบบชาวบ้านมักใช้นิยมซื้อ "ถังเศษอาหารรวมมิตร" มาให้สุกรในฟาร์มกิน และยากที่จะควบคุมไม่ให้มีส่วนประกอบจาก กุนเชียง หมูยอ หรืออาหารแปรรูปที่ทำมาจากเนื้อหมู แตกต่างจากฟาร์มหรือเล้าหมูขนาดใหญ่ที่นิยมใช้ "อาหารเม็ดสำเร็จรูป" และมีการควบคุมสิ่งแวดล้อมแบบปิดมิดชิด ทำให้เชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไปได้ยาก พร้อมกล่าวต่อว่า

"ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุมฟาร์มเล็กๆ เพราะที่จีนแม้รัฐบาลสั่งฆ่าหมูติดโรคแล้วให้ฝังกลบ แต่ก็มีเจ้าของฟาร์มจำนวนหนึ่งรู้สึกเสียดาย แอบเอาเนื้อหมูเหล่านั้นมาแปรรูปเป็นอาหารส่งขายให้ผู้บริโภค แน่นอนว่าคนซื้อกินเข้าไปไม่เป็นไร แต่กินแล้วเหลือเศษทิ้งในถังขยะ มีคนเก็บขยะรวบรวมไปให้ฟาร์มหมูขนาดเล็ก เชื้อไวรัสตัวนี้ก็แพร่มาถึง หรือแม้แต่การฆ่าหมูตายแล้วทิ้งซากในแหล่งน้ำ คนตักน้ำมาใช้ในพื้นที่เกษตรหรือไร่นา สุดท้ายน้ำที่มีเชื้อไวรัสก็วนเวียนอยู่ในชุมชน ฟาร์มหมูก็ดึงน้ำไปใช้ด้วย ก็เลยติดเชื้อกันไปใหญ่ เหมือนมีข่าวลือว่าฝั่งพม่ากำจัดหมูป่วยโรคนี้ด้วยโยนทิ้งลงแม่น้ำแถวเขตชายแดน"

ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นแนะนำต่อว่า ประเทศไทยคงยากที่จะป้องกันไม่ให้เชื้อตัวนี้เข้ามา สิ่งที่ทำได้คือพยายามวางแผนเตรียมรับมือร่วมกัน โดยเฉพาะชาวบ้านต้องไม่เสียดายหมูติดเชื้อ รีบฆ่าทิ้ง ไม่ส่งโรงเชือด และรีบฝังกลบทำความสะอาดฟาร์มอย่างน้อย 6 เดือน จึงจะเริ่มเลี้ยงใหม่ได้ รวมถึงการป้องกันไม่ใช้เศษอาหารมาเลี้ยงหมูในช่วงนี้ด้วย ส่วนภาครัฐก็ต้องช่วยเหลือเยียวยา ไม่ปล่อยให้ขาดทุนย่อยยับจนต้องแอบเอาซากหมูติดเชื้อไปขายกิน

ในวันนี้กรมปศุสัตว์ประกาศให้เป็น"วาระแห่งชาติ" เรียบร้อยแล้ว โดยมีมาตรการรับมือเชิงรุกสั่งทุกด่านทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ตรวจเข้มห้ามนำเข้าสุกรทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหมูด้วยหวังสกัดกั้นไม่ให้เชื้อนี้ผ่านเข้ามาในไทย

แต่ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านนี้ส่วนใหญ่เชื่อว่า ประเทศไทยคงผนึกกำลังต้านเชื้อตัวนี้ได้อีกไม่นาน คาดว่าไม่เกินสิ้นปี 2562 หรืออีกไม่เกิน 3 เดือน เชื้อ "โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร" คงระบาดถึงฟาร์มหมูไทย…ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือ การเตรียมงบประมาณเยียวยาเกษตรกรรายย่อยที่น่าจะได้รับผลกระทบหลายหมื่นฟาร์ม

คงมีเพียงกลุ่มธุรกิจขาย "อาหารเม็ด" ที่ได้กำไรเพิ่มขึ้น หากเป็นไปได้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรรีบหาวิธีผลิตหรือช่องทางขาย "อาหารเม็ด" ราคาถูกให้ฟาร์มหมูขนาดเล็กใช้แทน "เศษอาหารรวมมิตร" และช่วยส่งเสริมให้เป็นฟาร์มมาตรฐาน

ไม่ควรปล่อยให้ฟาร์มหมูของกลุ่มเจ้าสัวยักษ์ใหญ่ฉวยโอกาสนี้เข้าไปผูกขาดตลาดค้าขายหมูทั่วประเทศไทยเพียงกลุ่มเดียว !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...