หมอแนะ 7 วิธีชะลอไตเสื่อม หลังตรวจพบโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยผ่านเพจ หมอเจด ว่า หลายคนที่ตรวจพบ "โปรตีนรั่วในปัสสาวะ" มักรู้สึกกังวล ขณะที่บางคนกลับคิดว่า หากค่าไตยังไม่แย่มากก็ยังไม่น่าเป็นห่วง ในมุมมองทางการแพทย์ การมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะถือเป็นสัญญาณเตือนว่า "ไตเริ่มถูกทำร้าย" โดยเฉพาะหน่วยกรองไตที่เริ่มเกิดความเสียหาย หากปล่อยให้เกิดภาวะดังกล่าวต่อเนื่อง
อย่าชะล่าใจ! 4 สัญญาณเตือนผู้สูงวัยอาจกำลัง “ไตเสื่อม” ต้องรีบพบแพทย์
แพทย์เผย 5 ความเชื่อโรคไต ที่คุณอาจเข้าใจผิดมาตลอด รู้ทันอาการผิดปกติ
ร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอย่างความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง การรับประทานอาหารเค็ม หรือการใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ อาจทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นได้ เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดูค่าไตในปัจจุบัน แต่ต้องลดปริมาณโปรตีนที่รั่วออกมา และชะลอการเสื่อมของไตให้ได้นานที่สุด
ควบคุมความดันโลหิตอย่างจริงจัง
ผู้ที่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะจำเป็นต้องใส่ใจเรื่องความดันโลหิตมากกว่าคนทั่วไป เพราะความดันที่สูงเปรียบเสมือนแรงดันน้ำที่กระแทกหน่วยกรองไตตลอดเวลา ส่งผลให้ไตรั่วและเสื่อมเร็วขึ้น
หากวัดความดันที่บ้านแล้วมีค่าประมาณ 130-140 มิลลิเมตรปรอทบ่อยครั้ง ไม่ควรมองข้าม ควรจดบันทึกค่าความดันทั้งช่วงเช้าและเย็น พร้อมลดการบริโภคอาหารเค็ม เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส น้ำจิ้ม และอาหารแปรรูป รวมถึงรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาใช้ยากลุ่ม ACEi หรือ ARB เพื่อช่วยลดแรงดันภายในหน่วยกรองไตและลดการรั่วของโปรตีน
คุมระดับน้ำตาล ไม่ให้พุ่งหลังมื้ออาหาร
เบาหวานไม่ได้ทำลายไตเฉพาะช่วงที่น้ำตาลขณะอดอาหาร (FBS) สูงเท่านั้น แต่ระดับน้ำตาลหลังอาหารที่พุ่งสูงบ่อย ๆ ก็สามารถทำลายเส้นเลือดฝอยในไตได้เช่นกัน ผู้ที่มีโปรตีนรั่วจึงควรติดตามทั้งค่า FBS, HbA1c และระดับน้ำตาลหลังอาหาร หากพบว่าหลังรับประทานอาหารแล้วน้ำตาลขึ้นถึง 180-200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรบ่อยครั้ง ควรปรับพฤติกรรมทันที
แนวทางที่ช่วยได้ ได้แก่ ลดน้ำหวาน ลดข้าวขาว แป้งขัดสี ขนมปัง และน้ำผลไม้ เพิ่มผักและโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงเดินหลังอาหารประมาณ 10-15 นาที เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น
ลดเค็มให้จริงจัง
หลายคนเข้าใจว่าตนเองรับประทานอาหารไม่เค็ม เพราะไม่ได้เติมน้ำปลาเพิ่ม แต่ยังคงรับประทานน้ำซุป น้ำแกง น้ำจิ้ม อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หมูยอ ไส้กรอก หรือลูกชิ้นเป็นประจำ อาหารเหล่านี้มีโซเดียมสูง ซึ่งส่งผลให้ควบคุมความดันได้ยาก เกิดภาวะบวมน้ำ และเพิ่มภาระให้กับไต สำหรับผู้ที่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ การลดเค็มจึงไม่ใช่เพียงคำแนะนำเสริม แต่เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการดูแลไตในระยะยาว
ระวังการใช้ยาแก้ปวดเอง
ผู้ที่มีอาการปวดเข่า ปวดหลัง หรือปวดคอ และซื้อยาแก้ปวดรับประทานเองเป็นประจำ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen, Diclofenac และ Naproxen ยากลุ่มนี้อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง และส่งผลให้การทำงานของไตแย่ลงได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโปรตีนรั่ว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีภาวะไตเสื่อมอยู่แล้วหากมีอาการปวดเรื้อรัง ควรเข้ารับการตรวจหาสาเหตุและปรึกษาแพทย์ แทนการใช้ยาแก้ปวดต่อเนื่องด้วยตนเอง
รับประทานโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม
เมื่อทราบว่ามีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ หลายคนเลือกงดโปรตีนไปเลย ขณะที่บางคนกลับเพิ่มการรับประทานเวย์โปรตีนหรือเนื้อสัตว์จำนวนมากเพราะกลัวสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ทั้งสองแนวทางอาจไม่เหมาะสม ผู้ป่วยควรได้รับโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสมกับระดับการทำงานของไต หากไตยังทำงานได้ดีอาจไม่จำเป็นต้องจำกัดมากนัก แต่หากค่า eGFR ลดลงหรือมีโปรตีนรั่วในระดับสูง ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
การรับประทานโปรตีนมากเกินไปอาจเพิ่มภาระให้ไต ขณะที่การงดโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกันลดลง และแผลหายช้าลง
ลดพุง ควบคุมไขมัน และเลิกบุหรี่
ภาวะอ้วนลงพุง ดื้ออินซูลิน ไขมันพอกตับ ไตรกลีเซอไรด์สูง รวมถึงการสูบบุหรี่ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เส้นเลือดขนาดเล็กในไตเกิดการอักเสบและเสื่อมสภาพได้ง่ายขึ้น ผู้ที่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะควรลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม เน้นการเดินหลังอาหาร ออกกำลังกายแบบแรงต้าน 2-3 วันต่อสัปดาห์ ลดเครื่องดื่มหวานและอาหารแป้งในปริมาณมาก ขณะเดียวกัน การเลิกสูบบุหรี่ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและช่วยให้เลือดไปเลี้ยงไตได้ดีขึ้น
ตรวจติดตามตามนัด อย่าดูเฉพาะค่า Creatinine
หมอเจดเตือนว่า ไม่ควรพิจารณาสุขภาพไตจากค่า Creatinine เพียงอย่างเดียว เพราะบางคนแม้ค่า Creatinine ยังไม่สูง หรือค่า eGFR ยังอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ แต่มีค่าโปรตีนรั่วในปัสสาวะสูงมาก ซึ่งยังถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตเรื้อรังค่าที่ควรติดตามอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่
- UACR หรือปริมาณโปรตีนในปัสสาวะ เพื่อประเมินความเสี่ยงการเสื่อมของไตในอนาคต
- eGFR และ Creatinine เพื่อดูประสิทธิภาพการกรองของเสียของไต
- ระดับโพแทสเซียมและเกลือแร่ โดยเฉพาะในผู้ที่ไตเริ่มเสื่อมหรือใช้ยาลดโปรตีนรั่วบางชนิด
- ค่าความดันโลหิตที่วัดจากบ้าน ควรจดบันทึกนำไปปรึกษาแพทย์
- ค่า HbA1c และระดับน้ำตาลหลังอาหาร โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานหรือภาวะดื้ออินซูลิน
อาการที่ควรรีบพบแพทย์ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใบหน้าบวม เท้าบวม ปัสสาวะน้อยลง เหนื่อยผิดปกติ หรือมีความดันโลหิตสูงมาก ควรรีบเข้าพบแพทย์โดยไม่ต้องรอถึงวันนัด
หมอเจด ระบุว่า โปรตีนรั่วในปัสสาวะไม่ใช่เพียงตัวเลขในผลตรวจ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าไตกำลังรับภาระหนัก หากเริ่มปรับพฤติกรรมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ยังมีโอกาสชะลอการเสื่อมของไตได้ ในทางกลับกัน หากยังปล่อยให้ความดันโลหิตสูง ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ รับประทานอาหารเค็ม ใช้ยาแก้ปวดเองเป็นประจำ และไม่ติดตามค่าการทำงานของไตอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการต้องฟอกไตในอนาคต
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอแนะ 7 วิธีชะลอไตเสื่อม หลังตรวจพบโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com