ส่องพุทธคุณ ‘เบี้ยแก้’ ของดีแก้อาถรรพณ์ กับคุณไสยลี้ลับ-กลับร้ายเป็นดี
"ที่นี่ เค้าไม่นอนกันนะ" กลายเป็นชื่อตอนสุดหลอนที่ทุบสถิติยอดวิวพุ่งกระฉูดบนช่อง The Ghost Radio เมื่อตัวตึงแห่งสภาอย่าง "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" จากพรรคประชาชน สลัดภาพนักการเมืองฝีปากกล้า มานั่งสวมหูฟังถ่ายทอดประสบการณ์ขนหัวลุกที่จำไม่ลืม ระหว่างเดินทางไปลงพื้นที่ ที่ จ.จันทบุรี
งานนี้บอกเลยว่า จากดาวสภาผู้ไม่เคยเกรงกลัวหน้าไหน กลับต้องมา "เสียอาการ" และยอมจำนนให้กับสิ่งลี้ลับในห้องพักโรงแรมแบบเต็มๆ ตา! แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้ "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" ผ่านพ้นประสบการณ์หลอนนั้นมาได้ ก็คือ "เบี้ยแก้" เครื่องรางของขลังประเภท “ของทนสิทธิ์” วัตถุมงคลชนิดนี้มีพลังอำนาจในการป้องกันภัย กลับร้ายกลายเป็นดี และเป็นเครื่องรางกันคุณไสย ที่ทรงประสิทธิภาพ
“เบี้ยแก้” ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องรางของขลังสายพุทธคุณของไทยที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน โดดเด่นอย่างมากในเรื่องของการ “กันและแก้” สิ่งอัปมงคล คุณไสย มนต์ดำ และยาสั่ง จนมีคำกล่าวในวงการพระเครื่องว่า “พกเบี้ยแก้ไว้… ร้ายจะกลายเป็นดี”หากคุณกำลังสนใจหรืออยากทำความรู้จักกับเครื่องรางชนิดนี้ให้มากขึ้น นี่คือเรื่องราวความขลังของ "เบี้ยแก้" ที่ควรรู้ครับ
เบี้ยแก้ คืออะไร? ทำมาจากอะไร?
เบี้ยแก้ทำมาจาก “หอยเบี้ย” (มักใช้หอยเบี้ยแก้ หรือหอยเบี้ยจั่น) ซึ่งในอดีตเคยถูกใช้เป็นเงินตราในการซื้อขาย กรรมวิธีการสร้างเบี้ยแก้แบบโบราณนั้นมีความซับซ้อนและต้องอาศัยผู้มีอาคมแก่กล้า โดยมีส่วนประกอบสำคัญดังนี้:
หอยเบี้ย: เลือกตัวที่มีขนาดไล่เลี่ยกันและมีฟันเบี้ยครบตามตำรา (ส่วนใหญ่จะกำหนดจำนวนฟัน เช่น 32 ซี่ เท่ากับอาการ 32 ของมนุษย์)
ปรอท: พระเกจิอาจารย์จะทำการเรียกปรอท (ธาตุกายสิทธิ์) ให้วิ่งเข้าไปอยู่ภายในท้องเบี้ย ซึ่งปรอทนี้มีคุณสมบัติในการดูดซับสิ่งพิษและสิ่งอัปมงคล
ชันโรงดินใต้ดิน: นำมาใช้ปิดปากเบี้ยเพื่อไม่ให้ปรอทไหลออกมา
แผ่นตะกั่ว / การถักเชือก: มักจะหุ้มด้วยตะกั่ว ลงอักขระเลขยันต์ แล้วนำมาถักเชือกหุ้มอีกชั้นหนึ่ง บางสำนักจะมีการชุบรักหรือลงยางมะพลับเพื่อความคงทน
พุทธคุณของเบี้ยแก้: กัน-แก้-กลับสมชื่อ "เบี้ยแก้" ครับ เพราะพุทธคุณหลักๆ จะเน้นไปที่การแก้ไขสถานการณ์ร้ายๆ ให้กลับกลายเป็นดี โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก:
กันคุณไสยและมนต์ดำ: กันลมเพลมพัด สิ่งอัปมงคลที่มองไม่เห็น ไสยศาสตร์ ยาสั่ง หรือแก้อาการโดนของ
กันสิ่งลี้ลับและภูตผี: เวลาเดินทางไปในที่เปลี่ยว ป่าลึก หรือพักแรมในสถานที่แปลกถิ่น เบี้ยแก้จะช่วยป้องกันสัมภเวสีและผีร้ายไม่ให้มารบกวน
กลับร้ายกลายเป็นดี: ช่วยหนุนดวงชะตา เมตตามหานิยม และช่วยปัดเป่าอุปสรรค หน้าที่การงานที่ติดขัดให้ราบรื่นขึ้น
สำนักเบี้ยแก้ระดับตำนานของเมืองไทยถ้าพูดถึงเบี้ยแก้ที่ได้รับความนิยมและขึ้นชื่อเรื่องความขลังระดับประเทศ คงหนีไม่พ้น 2 สำนักใหญ่ที่เป็นต้นตำรับ ได้แก่: สำนัก / วัดพระเกจิอาจารย์เอกลักษณ์ความขลังวัดกลางบางแก้ว (นครปฐม)หลวงปู่บุญ, หลวงปู่เพิ่ม, หลวงปู่เจือขึ้นชื่อเรื่องการสวดมนต์เรียกปรอท ถักเชือกสวยงาม พุทธคุณครอบจักรวาล วัดนายโรง (กรุงเทพฯ) หลวงปู่รอด มักหุ้มตะกั่วและลงรักปิดทองอย่างประณีต หายากและเป็นที่ต้องการสูงมาก
การบูชา “เบี้ยแก้” ให้เกิดอิทธิฤทธิ์พุทธคุณสูงสุดนั้น ไม่ใช่เรื่องยากครับ หัวใจสำคัญอยู่ที่ "ความศรัทธาและการรักษาศีล" เนื่องจากเบี้ยแก้เป็นเครื่องรางสายพุทธคุณ (ไม่ใช่สายพรายหรือสายดำ) จึงไม่มีการให้โทษแก่ผู้บูชา และมีวิธีการดูแลรักษา รวมถึงการเชิญขึ้นคอที่ไม่ซับซ้อน ดังนี้ครับ
1. วิธีเชิญเบี้ยแก้ติดตัว (เมื่อได้มาครั้งแรก)
เมื่อคุณได้เบี้ยแก้มาจากวัดหรือจากผู้เช่าบูชา ก่อนจะนำมาพกติดตัวหรือขึ้นคอ ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล:
จัดเตรียมสถานที่: นำเบี้ยกู้วางบนพานหรือพานรองขนาดเล็ก (ถ้ามี) หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระ หรือที่สะอาด
จุดธูป: จุดธูป 3 ดอก (บอกกล่าวพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเบี้ยแก้)
ตั้งนะโม 3 จบ: > (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ) 3 จบ
กล่าวคำอธิษฐาน: บอกชื่อ-นามสกุล ของเรา และขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย รวมถึงครูบาอาจารย์ผู้สร้างเบี้ยแก้นี้ ให้ช่วยปกป้องคุ้มครองปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย คุณไสย มนต์ดำ และขอให้ช่วยเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี
2. คาถาบูชาเบี้ยแก้ (สายวัดกลางบางแก้ว และทั่วไป)
หลังจากตั้งนะโม 3 จบแล้ว ให้สวดคาถาบทนี้เพื่อเป็นการปลุกพุทธคุณของเบี้ยแก้ก่อนนำติดตัว:
"อะสิสัตติ ธะนูเจวะ สัพเพเต อาวุธานิจะ
ภัคคะภัคคา วิจุณณานิ โลมังมาเม นะผุสสันติ"
(สวด 3 หรือ 9 จบ)
ความหมายของคาถา: เป็นการขอให้ศัตราวุธและสิ่งทำร้ายทั้งหลาย ละลายสะท้อนกลับไป ไม่สามารถมากล้ำกรายหรือทำอันตรายแม้แต่เส้นขนของเราได้
3.วิธีการพกพาและการใช้งาน
เบี้ยแก้เป็นเครื่องรางที่ค่อนข้าง "ลุย" และไม่มีข้อห้ามหยุมหยิมเหมือนพระเครื่องทั่วไป สามารถพกพาได้หลายรูปแบบตามความสะดวก:
ใส่กระเป๋าเสื้อ/ห้อยคอ: สำหรับป้องกันสิ่งอัปมงคลระดับสูง หรือเมื่อต้องไปในที่ที่รู้สึกไม่ปลอดภัย
คาดเอว/ใส่กระเป๋ากางเกง: สามารถทำได้ครับ เบี้ยแก้ไม่ได้ห้ามอยู่ต่ำกว่าเอว (ยกเว้นตอนร่วมเพศ) สามารถใส่กระเป๋ากางเกงหรือคาดเอวเพื่อกันคุณไสยที่มาตามพื้นดิน (ลมเพลมพัด) ได้ดีเยี่ยม
วางใต้หมอน: หากนอนฝันร้าย ผีอำ หรือรู้สึกว่าบ้านมีสิ่งลี้ลับรบกวน ให้นำเบี้ยแก้วางไว้ใต้หมอนหรือหัวเตียง จะช่วยให้นอนหลับสบาย
ข้อห้ามและข้อควรระวังในการบูชา
แม้เบี้ยแก้จะไม่มีเอฟเฟกต์ร้ายแรง แต่มีข้อควรระวังเพื่อไม่ให้พุทธคุณเสื่อมถอยดังนี้ครับ:
ห้ามใส่ขณะมีเพศสัมพันธ์: ควรถอดเบี้ยแก้เก็บไว้ในที่เหมาะสมก่อนเสมอ
ห้ามด่าบุพการีหรือแช่งผู้อื่น: ผู้บูชาเครื่องรางสายพุทธคุณควรสำรวมวาจา ไม่พูดคำหยาบคาบถึงขั้นลบหลู่ผู้มีพระคุณ
ระวังอย่าทำตกกระแทกแรงๆ: สำหรับเบี้ยแก้รุ่นโบราณที่มีปรอทอยู่ข้างใน หากตกกระแทกจนเปลือกหอยแตกหรือชันโรงรั่ว ปรอทอาจจะไหลออกมา ทำให้เบี้ยแก้ตัวนั้นเสียพุทธคุณไปทันทีครับ