โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แม่ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ลูกชายถูกไม้เบสบอลตีปางตาย คดีไม่คืบ คู่กรณีอ้างเป็น “เด็กนาย”

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

บุรีรัมย์ แม่วัย 60 ปี น้ำตาซึม ลูกชายวัย 35 ปี ถูกคู่กรณีใช้ไม้เบสบอลตีปางตาย เข้า ICU ซี่โครงหัก กระดูกตาแตก สมองกระทบกระเทือน นอนรักษา 2 เดือน แต่ผ่านมา 1 ปี 7 เดือน คดีกลับไม่คืบหน้า อ้างเป็น “เด็กนาย หมาตำรวจ” งงหนัก ตำรวจแจ้งข้อหาแค่ทำร้ายร่างกาย เรียกไปเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหาย
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมของ สภ.คูเมือง อ.คูเมือง หลังจากลูกชายถูกคนรู้จักกันทำร้ายปางตาย แต่คดีกลับไม่คืบหน้า คนร้ายอ้างว่ารู้จักตำรวจ ซ้ำยังถูกตำรวจข่มขู่อย่างหนักให้ยุติเรื่อง
ตรวจสอบผู้ร้องเรียน คือ นางทองมวล อายุ 60 ชาวบ้าน ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ นางทองมวล เล่าว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2567 ตอนนั้นตนอยู่ที่บ้านมีชาวบ้านมาแจ้งว่าลูกชาย (นายองอาจ อายุ 35 ปี) ถูกทำร้ายและมีคนเอาร่างมาทิ้งไว้ท้ายหมู่บ้าน บอกว่าอาการน่าเป็นห่วง
ตนจึงรีบไปหาลูก พบว่าหน้าตาปูดบวมตามร่างกายช้ำทั้งร่าง หน่วยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลคูเมือง ก่อนจะส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เข้าห้อง ICU 3 วัน หมอแจ้งว่ากระดูกซี่โครงหัก 3 ซี่, กระดูกตาหัก และสมองได้รับกระทบกระเทือน และรักษาที่โรงพยาบาลเรื่อยมา รวมประมาณ 2 เดือน ก่อนจะมาพักฟื้นที่บ้านในสภาพไม่ปกติ
นางทองมวล เล่าด้วยว่า วันเกิดเหตุ ลูกชายซึ่งมีรถเกี่ยวข้าว เดินทางไปที่เขต อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อไปหานายหน้า และไปเจอนายเฉลียว หรือหนุ่ม แดงเรืองรัมย์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน จากนั้นได้มีการพูดหยอกกันไปมา แต่นายหนุ่ม ซึ่งตอนนั้นคาดว่าเมายา ใช้ไม้เบสบอลตีดังกล่าว และเอาร่างมาทิ้งไว้ที่ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จนมีชาวบ้านมาแจ้งดังกล่าว
จากนั้นตนได้เริ่มเดินเรื่องจนกระทั่งนายหนุ่ม ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง ตอนนั้นมี พ.ต.ท.นายหนึ่ง ตำแหน่งสารวัตร (สอบสวน) สภ.คูเมือง เป็นเจ้าของคดีรับเรื่องเอาไว้
ในเวลาต่อมาตำรวจแจ้งข้อกล่าวหานายหนุ่ม ฐาน “ทำร้ายร่างกาย” ตนกับญาติตกใจมากเพราะลูกชายปางตายแต่กลับมาแจ้งข้อหาว่าทำร้ายร่างกาย และให้มีการเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหาย
กระทั่งพนักงานสอบสวนเรียกไปเจรจากัน มีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 120,000 บาท โดยนายหนุ่ม ขอแบ่งจ่ายให้เป็น 3 งวด ๆ ละ 40,000 บาท เมื่อถึงเวลานายหนุ่ม กลับไม่ยอมจ่ายและไม่ยอมมาพบตำรวจ
ตนจึงไปสอบถามโดยตรงกับนายหนุ่ม ปรากฏว่าได้รับคำตอบว่า “ให้ไปแล้วอยู่กับตำรวจ” เมื่อตนย้อนไปถามพนักงานสอบสวนกลับบอกว่า “ไม่ได้รับ” โยนกันไปมาหลายครั้ง สุดท้ายนายหนุ่ม บอกว่า “ไม่จ่ายแล้ว” เพราะตนเป็นเด็กนาย หรือเด็กตำรวจ วงการเรียกว่า “หมาตำรวจ หรือคนเดินยา
หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งมาว่าเหตุเกิดที่ อ.แคนดง จะต้องย้ายคดีไปที่ต้นทาง ทำให้ตนและครอบครัวสับสน จนถึงเวลานี้คดีล่วงเลยมา 1 ปี 7 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จึงอยากจะเรียกร้องให้ผู้รู้หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือคดีของลูกชายตนด้วย
ขณะที่นายองอาจ วรรัตน์ อายุ 35 ปี คนถูกทำร้าย เล่าว่า ตอนนี้เรื่องเกิดขึ้นมากว่าปีครึ่ง แต่คดียังไม่เดินหน้าไปไหน กลับมีการโอนคดีไปมา รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม อยากให้ผู้ใหญ่เห็นใจตน ซึ่งตอนนี้ร่างกายไม่พร้อมที่จะทำงานเต็มที่แล้ว จากการถูกทำร้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ร่ำไห้ขอความเป็นธรรม ลูกชายถูกไม้เบสบอลตีปางตาย คดีไม่คืบ คู่กรณีอ้างเป็น “เด็กนาย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...