โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: ชายแปลงเพศเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก จริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 21.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

20 มิถุนายน 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลน่าสงสัย :

มีข้อมูลน่าสงสัยเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ เมื่อมีการแชร์ข้อมูลล้อเลียนสมาคมโรคมะเร็งของประเทศแคนาดา ที่แนะนำให้สตรีข้ามเพศตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านั้นไม่มีมดลูก

บทสรุป :

1.คำแนะนำไม่ได้ระบุถึงสตรีข้ามเพศที่ยังไม่ผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ
2.สตรีข้ามเพศที่ผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ (Bottom Surgery) มีความเสี่ยงเล็กน้อยต่อมะเร็งปากมดลูก

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

ในความเป็นจริง คำแนะนำของสมาคมโรคมะเร็งของประเทศแคนาดา (Canadian Cancer Society) เน้นไปที่สตรีข้ามเพศที่ผ่านการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ (Bottom Surgery) แล้วเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับสตรีข้ามเพศที่ยังไม่เข้ารับการผ่าตัดแต่อย่างใด

การผ่าตัดแปลงเพศ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ การผ่าตัดเต้านมหรือการผ่าตัดเสริมเต้านม (Top Surgery) และการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ (Bottom Surgery)

การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ (Bottom Surgery) ซึ่งรวมถึงการผ่าตัดอัณฑะ มดลูก และรังไข่ จะเริ่มหลังจากผู้เข้ารับการผ่าตัดมีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องผ่านการใช้ชีวิตแบบคนข้ามเพศและใช้ฮอร์โมนบำบัดอย่างน้อย 1 ปี และได้รับการวินิจฉัยจากจิตแพทย์ 2 รายว่ามีภาวะ Gender Dysphoria

ความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกหลังการผ่าตัดแปลงเพศ

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยมะเร็ง Cancer Research UK ระบุว่าการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศหญิงเทียมไม่สามารถจำลองโครงสร้างเซลล์ของปากมดลูกได้ แต่เนื้อเยื่อที่นำมาสร้างเป็นปากมดลูกเทียมและช่องคลอดเทียม ยังมีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกเล็กน้อย

ความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งรูปแบบการผ่าตัด ชนิดของเนื้อเยื่อที่ใช้สร้างเป็นปากมดลูกเทียมและช่องคลอดเทียม รวมถึงประวัติทางสุขภาพของแต่ละบุคคล จึงแนะนำให้สตรีข้ามเพศที่ผ่านการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างเหมาะสม

เอดูอาร์โด ฟรังโก ผู้อำนวยการศูนย์ระบาดวิทยาโรคมะเร็ง มหาวิทยาลัยแม็คกิล ประเทศแคนาดา อธิบายว่า ความเสี่ยงมะเร็งของแต่ละคน มีปัจจัยตามเพศที่ถือกำเนิดและเพศสภาพหลังการผ่าตัดแปลงเพศ เช่น คนที่มีต่อมลูกหมาก มีความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนคนที่ผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศชายเป็นหญิง ก็มีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งที่อวัยวะเพศหญิงเช่นกัน

แคเธอรีน ฟลัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนรีเวชทางเดินปัสสาวะ มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา ชี้แจงว่า สตรีข้ามเพศที่ผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศ ไม่จำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ Pap แต่แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส HPV เนื่องจากสตรีข้ามเพศไม่ได้รับวัคซีน HPV ตอนเป็นเด็ก ซึ่งการติดเชื้อไวรัส HPV สามารถนำไปสู่การเกิดมะเร็งหลายชนิด

ข้อมูลอ้างอิง :

https://apnews.com/article/fact-check-cervical-cancer-trans-testing-249098855574
https://factcheck.afp.com/doc.afp.com.33BX23L

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...