ไทยลุ้นก้าวเป็น Digital Hub แห่งใหม่ของอาเซียน หลัง ADB ทุ่มงบ 2 ล้านล้านบาท ปูพรมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วเอเชีย
ประเทศไทยเป็นที่รู้จักมายาวนานในฐานะหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่โดดเด่นในด้านการท่องเที่ยวและการผลิต แต่ในวันที่เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วเอเชีย ประเทศไทยอาจกำลังก้าวเข้าสู่โอกาสครั้งใหม่ ในการพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของอาเซียน
กระแสนี้ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้น หลังจากธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ประกาศแผนลงทุนระดับภูมิภาคมูลค่าสูงถึง 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2035 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการเชื่อมต่อดิจิทัลทั่วเอเชียแปซิฟิก รวมถึงโครงการ “Asia-Pacific Digital Highway” ที่มุ่งเสริมเครือข่ายดิจิทัลระหว่างประเทศในภูมิภาค
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจโลก รวมถึงใน ASEAN
การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังผลักดันความต้องการด้าน พลังประมวลผล, คลาวด์ (cloud), ดาต้าเซ็นเตอร์ (data center) และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีความหน่วงต่ำ ให้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังขยายตัวต่อเนื่อง จากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ (e-commerce), ฟินเทค (Fintech), สื่อออนไลน์ และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI
โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ถือเป็นศูนย์กลางด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค ทั้งในด้านบริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ระดับ Hyperscale อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้น, ข้อจำกัดด้านพลังงาน และความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้น กำลังทำให้บริษัทเทคโนโลยีเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในภูมิภาค
ประเทศไทยอาจเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สูง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไทยได้รับความสนใจมากขึ้นจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่เข้ามาลงทุนด้านคลาวด์, ดาต้าเซ็นเตอร์, และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยมีโครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Hyperscale) ทั้งที่ประกาศลงทุนไปและได้รับอนุมัติแล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพดิจิทัลระยะยาวของไทย
นักวิเคราะห์และสถาบันการเงินมากมาย ก็เห็นด้วยกับโอกาสที่ประเทศไทยจะถูกผลักดันด้วยเทรนด์ดังกล่าว
Krungsri Research ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของ ASEAN กำลังเติบโตเร็วกว่าปริมาณโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สะท้อนว่ายังมีโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาวอีกมาก โดยเฉพาะในประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มขึ้น เช่น ไทย
ขณะที่ KKP Research มองว่า ไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้เหตุผลถึงจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง, ความมั่นคงด้านพลังงาน และระบบโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
โดยหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของไทย อาจอยู่ที่ “ทำเล”
ประเทศไทยตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของอาเซียนแผ่นดินใหญ่ เชื่อมต่อกับประเทศสำคัญอย่างกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ทำให้ไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อดิจิทัลของภูมิภาค
นอกจากนี้ ไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม รวมถึง ประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทานการผลิตที่แข็งแกร่งกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็พยายามเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ผ่านโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น EEC, นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีและเงินทุนจากต่างประเทศ
และอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเป็นประโยชน์ต่อไทย คือ “ภูมิรัฐศาสตร์”
ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจำนวนมากเริ่มกระจายฐานการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานไปยังหลายประเทศมากขึ้น ทำให้ประเทศที่ถูกมองว่ามีความเป็นกลางหรือมีความสมดุลเชิงยุทธศาสตร์ อาจได้รับความสนใจมากขึ้นในระยะยาว
และตำแหน่งของไทยที่อยู่ระหว่างเศรษฐกิจสำคัญของเอเชีย รวมถึงฐานอุตสาหกรรมเดิมที่แข็งแกร่ง อาจยิ่งช่วยสนับสนุนบทบาทนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ไทยยังเผชิญความท้าทายสำคัญ หากต้องการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียนอย่างเต็มตัว
ความท้าทายแรกคือการแข่งขันที่ยังรุนแรง แม้สิงคโปร์จะเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพื้นที่และพลังงาน แต่ก็ยังเป็นศูนย์กลางดิจิทัลหลักของภูมิภาค ขณะที่มาเลเซีย โดยเฉพาะเมือง Johor ก็กำลังกลายเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ จากต้นทุนที่ดินและค่าไฟฟ้าที่ต่ำกว่า
ขณะเดียวกัน ไทยเองก็ยังต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ทำให้เสถียรภาพด้านพลังงานและต้นทุนค่าไฟฟ้าระยะยาว กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของบริษัทเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพด้านกฎระเบียบ, มาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์, การพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล และความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐด้วย
แต่ถึงแม้จะยังมีความท้าทาย แต่สัญญาณเชิงบวกก็เริ่มชัดเจนขึ้น
ปัจจัยบวกต่างๆ เช่น การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน, ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้น, การเชื่อมต่อระดับภูมิภาค และเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ กำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อประเทศที่สามารถขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับประเทศไทย เรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์การลงทุนระยะสั้น แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ จากประเทศที่เคยขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยวและการผลิต ไปสู่เศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, บริการ AI และการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคมากขึ้น
แม้ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าไทยจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียนได้สำเร็จหรือไม่ แต่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค ประเทศไทยก็ดูเหมือนกำลังเริ่มวางตำแหน่งตัวเอง เพื่อมีบทบาทสำคัญในยุคเทคโนโลยีระลอกใหม่ของ ASEAN ต่อจากนี้