โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไทยลุ้นก้าวเป็น Digital Hub แห่งใหม่ของอาเซียน หลัง ADB ทุ่มงบ 2 ล้านล้านบาท ปูพรมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วเอเชีย

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 07.46 น.

ประเทศไทยเป็นที่รู้จักมายาวนานในฐานะหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่โดดเด่นในด้านการท่องเที่ยวและการผลิต แต่ในวันที่เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วเอเชีย ประเทศไทยอาจกำลังก้าวเข้าสู่โอกาสครั้งใหม่ ในการพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของอาเซียน
กระแสนี้ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้น หลังจากธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ประกาศแผนลงทุนระดับภูมิภาคมูลค่าสูงถึง 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2035 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการเชื่อมต่อดิจิทัลทั่วเอเชียแปซิฟิก รวมถึงโครงการ “Asia-Pacific Digital Highway” ที่มุ่งเสริมเครือข่ายดิจิทัลระหว่างประเทศในภูมิภาค

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจโลก รวมถึงใน ASEAN

การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังผลักดันความต้องการด้าน พลังประมวลผล, คลาวด์ (cloud), ดาต้าเซ็นเตอร์ (data center) และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีความหน่วงต่ำ ให้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังขยายตัวต่อเนื่อง จากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ (e-commerce), ฟินเทค (Fintech), สื่อออนไลน์ และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI
โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ถือเป็นศูนย์กลางด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค ทั้งในด้านบริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ระดับ Hyperscale อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้น, ข้อจำกัดด้านพลังงาน และความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้น กำลังทำให้บริษัทเทคโนโลยีเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในภูมิภาค

ประเทศไทยอาจเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สูง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไทยได้รับความสนใจมากขึ้นจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่เข้ามาลงทุนด้านคลาวด์, ดาต้าเซ็นเตอร์, และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยมีโครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Hyperscale) ทั้งที่ประกาศลงทุนไปและได้รับอนุมัติแล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพดิจิทัลระยะยาวของไทย

นักวิเคราะห์และสถาบันการเงินมากมาย ก็เห็นด้วยกับโอกาสที่ประเทศไทยจะถูกผลักดันด้วยเทรนด์ดังกล่าว

Krungsri Research ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของ ASEAN กำลังเติบโตเร็วกว่าปริมาณโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สะท้อนว่ายังมีโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาวอีกมาก โดยเฉพาะในประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มขึ้น เช่น ไทย
ขณะที่ KKP Research มองว่า ไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้เหตุผลถึงจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง, ความมั่นคงด้านพลังงาน และระบบโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

โดยหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของไทย อาจอยู่ที่ “ทำเล”

ประเทศไทยตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของอาเซียนแผ่นดินใหญ่ เชื่อมต่อกับประเทศสำคัญอย่างกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ทำให้ไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อดิจิทัลของภูมิภาค
นอกจากนี้ ไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม รวมถึง ประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทานการผลิตที่แข็งแกร่งกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็พยายามเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ผ่านโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น EEC, นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีและเงินทุนจากต่างประเทศ

และอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเป็นประโยชน์ต่อไทย คือ “ภูมิรัฐศาสตร์”

ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจำนวนมากเริ่มกระจายฐานการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานไปยังหลายประเทศมากขึ้น ทำให้ประเทศที่ถูกมองว่ามีความเป็นกลางหรือมีความสมดุลเชิงยุทธศาสตร์ อาจได้รับความสนใจมากขึ้นในระยะยาว
และตำแหน่งของไทยที่อยู่ระหว่างเศรษฐกิจสำคัญของเอเชีย รวมถึงฐานอุตสาหกรรมเดิมที่แข็งแกร่ง อาจยิ่งช่วยสนับสนุนบทบาทนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ไทยยังเผชิญความท้าทายสำคัญ หากต้องการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียนอย่างเต็มตัว

ความท้าทายแรกคือการแข่งขันที่ยังรุนแรง แม้สิงคโปร์จะเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพื้นที่และพลังงาน แต่ก็ยังเป็นศูนย์กลางดิจิทัลหลักของภูมิภาค ขณะที่มาเลเซีย โดยเฉพาะเมือง Johor ก็กำลังกลายเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ จากต้นทุนที่ดินและค่าไฟฟ้าที่ต่ำกว่า
ขณะเดียวกัน ไทยเองก็ยังต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ทำให้เสถียรภาพด้านพลังงานและต้นทุนค่าไฟฟ้าระยะยาว กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของบริษัทเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพด้านกฎระเบียบ, มาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์, การพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล และความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐด้วย

แต่ถึงแม้จะยังมีความท้าทาย แต่สัญญาณเชิงบวกก็เริ่มชัดเจนขึ้น

ปัจจัยบวกต่างๆ เช่น การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน, ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้น, การเชื่อมต่อระดับภูมิภาค และเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ กำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อประเทศที่สามารถขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับประเทศไทย เรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์การลงทุนระยะสั้น แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ จากประเทศที่เคยขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยวและการผลิต ไปสู่เศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, บริการ AI และการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคมากขึ้น
แม้ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าไทยจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียนได้สำเร็จหรือไม่ แต่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค ประเทศไทยก็ดูเหมือนกำลังเริ่มวางตำแหน่งตัวเอง เพื่อมีบทบาทสำคัญในยุคเทคโนโลยีระลอกใหม่ของ ASEAN ต่อจากนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...