น้ำผึ้งมีวันหมดอายุไหม? ตกผลึก-สีเปลี่ยน ยังกินได้อยู่ไหม เช็กเลย
หลายคนมักจะตั้งคำถามเวลาเจอขวดน้ำผึ้งเก่าเก็บในห้องครัว น้ำผึ้งมีวันหมดอายุไหม? หาคำตอบเบื้องหลังที่ทำให้น้ำผึ้งแท้ไม่มีวันหมดอายุ พร้อมวิธีสังเกตอาการน้ำผึ้งตกผลึก สีเปลี่ยนเข้มขึ้น และวิธีเก็บรักษาน้ำผึ้งให้คงคุณภาพความอร่อยได้ยาวนานที่สุด
น้ำผึ้งมีวันหมดอายุไหม
คำตอบคือ น้ำผึ้งแท้ไม่มีวันหมดอายุ เพราะมีสภาวะความเป็นกรดสูง มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก และความชื้นต่ำ ทำให้แบคทีเรียหรือยีสต์ไม่สามารถเจริญเติบโตได้
ทำไมน้ำผึ้งแท้ถึงไม่มีวันเสียหรือหมดอายุ
ความมหัศจรรย์ที่ทำให้น้ำผึ้งสามารถเก็บไว้ได้นานนับร้อยนับพันปีโดยไม่บูดเน่า เกิดจาก 3 ปัจจัย
- มีความชื้นต่ำมาก : น้ำผึ้งคือน้ำตาลธรรมชาติที่มีส่วนประกอบของน้ำน้อยมาก (ประมาณ 17-18%) เมื่อไม่มีน้ำ แบคทีเรียหรือจุลินทรีย์จึงไม่สามารถเจริญเติบโตได้
- ความเป็นกรดสูง : น้ำผึ้งมีค่าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน อยู่ที่ประมาณ 3.2 ถึง 4.5 ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่จะทำให้อาหารบูดจึงไม่สามารถเติบโตได้เช่นกัน
- เอนไซม์จากตัวผึ้ง: ตอนที่ผึ้งผลิตน้ำผึ้ง พวกมันจะปล่อยเอนไซม์ที่ชื่อว่า กูลโคส ออกซิเดส ลงไปด้วย ซึ่งเอนไซม์นี้จะเปลี่ยนเป็น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียโดยธรรมชาติ
ทำไมน้ำผึ้งที่ซื้อจากห้างถึงมีวันหมดอายุ
เหตุผลที่น้ำผึ้งสำเร็จรูปต้องปั๊มวันหมดอายุ (มักระบุไว้ 2 ปี) เป็นเพราะ "ข้อบังคับทางกฎหมาย" ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการควบคุมสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้เมื่อเวลาผ่านไป น้ำผึ้งอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น สีเข้มขึ้น หรือรสชาติเปลี่ยนไปเล็กน้อย การระบุวันหมดอายุจึงเป็นการบอกช่วงเวลาที่น้ำผึ้งมีคุณภาพดีที่สุดนั่นเอง
5 วิธีเก็บรักษาน้ำผึ้ง
แม้ว่าน้ำผึ้งแท้จะไม่มีวันหมดอายุตามธรรมชาติ แต่ถ้าเราเก็บรักษาไม่ถูกวิธี น้ำผึ้งก็อาจจะเปลี่ยนสี มีฟองบูด หรือสูญเสียสารอาหารดีๆ ไปได้
1. ห้ามแช่ตู้เย็นเด็ดขาด
การเอาน้ำผึ้งไปแช่ตู้เย็น ความเย็นจะเร่งให้เกิด "กระบวนการตกผลึก" ทำให้น้ำผึ้งเปลี่ยนสภาพจากของเหลวหนืดกลายเป็นไขแข็งๆ ก้นขวดและเทออกยาก ทางที่ดีที่สุดคือเก็บไว้ที่ อุณหภูมิห้อง (ประมาณ 25-35 องศาเซลเซียส)
2. เลือกภาชนะที่ปิดมิดชิด
น้ำผึ้งมีคุณสมบัติดูดซับความชื้นจากอากาศได้ดีมาก ควรเก็บในขวดโหลแก้วหรือขวดพลาสติกเกรดอาหารที่มีฝาปิดล็อกแน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้ไอน้ำและอากาศภายนอกเข้าไป เพราะถ้ามีความชื้นสูงเกิน 20% จุลินทรีย์จะเริ่มทำงานและทำให้น้ำผึ้งบูดมีกลิ่นเปรี้ยวทันที
3. เก็บให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน
ควรวางขวดน้ำผึ้งไว้ในตู้เก็บของในครัว หรือมุมมืดที่แสงแดดส่องไม่ถึง และห้ามวางไว้ใกล้เตาแก๊สหรือไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะความร้อนที่สูงเกินไปจะเข้าไปทำลายเอนไซม์และวิตามินตามธรรมชาติในน้ำผึ้ง แถมยังทำให้สีของน้ำผึ้งเข้มขึ้นจนดำดูไม่น่าทาน
4. ช้อนที่ใช้ตักต้อง "แห้งสนิท"
เวลาจะใช้น้ำผึ้งตักราดแพนเค้กหรือผสมน้ำมะนาว ช้อนที่ใช้ต้องสะอาดและแห้งสนิท ห้ามใช้ช้อนที่เปียกน้ำหรือช้อนที่เพิ่งตักอาหารอย่างอื่นมาเด็ดขาด เพราะน้ำและเศษอาหารที่ติดไปกับช้อนจะกลายเป็นตัวการที่ทำให้น้ำผึ้งในขวดเกิดเชื้อราและเสียสภาพ
5. หลีกเลี่ยงภาชนะที่เป็นโลหะ
ไม่ควรเก็บน้ำผึ้งไว้ในภาชนะที่เป็นโลหะ สังกะสี หรือเหล็กในระยะยาว เนื่องจากน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ อาจจะเข้าไปกัดกร่อนโลหะจนเกิดปฏิกิริยาเคมี ทำให้น้ำผึ้งมีกลิ่นเหล็กและอาจปนเปื้อนสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้