โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กินก๋วยเตี๋ยวป่วยหนัก 14 ราย สาหัส 4 เจ้าของอ้างหยิบเกลือจากขยะใส่น้ำซุป

สยามรัฐ

อัพเดต 44 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ลูกค้าก๋วยเตี๋ยวใน จ.อุดรธานี ป่วยหนัก 14 ราย มีอาการชัก หายใจลำบาก สาหัส 4 ราย หลังรับประทานอาหาร เจ้าหน้าที่พบผงสีขาวปนเปื้อนในน้ำซุป ด้านเจ้าของร้านอ้างเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกลือที่เก็บจากถังขยะ ส่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง

วันที่ 9 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุชาวบ้านที่ จ.อุดรธานี สั่งก๋วยเตี๋ยวในร้านแห่งหนึ่งในบ้านพรสวรรค์ ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี แต่จู่ๆ เกิดท้องเสียปวดท้องอย่างหนัก บางคนมีอาการชักเกร็งมือหงิกงอ หายใจลำบาก คลื่นไส้อาเจียนหนัก รวมแล้วกว่า 14 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 4 ราย เจ้าหน้าที่ฯ ได้รีบนำส่ง รพ.ให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน โดยหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบคือ นายศราวุธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ซึ่งมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หน้าซีด แน่นหน้าอก และหายใจติดขัด หลังรับประทานก๋วยเตี๋ยวเพียงไม่กี่คำ โดยนายสุริยา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ผู้เป็นพ่อ ต้องรีบนำตัวส่งรักษาที่อนามัยหนองขอนกว้าง ก่อนแพทย์พิจารณาส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเป็นการด่วน เนื่องจากอาการทรุดหนัก ต่อมาความเป็นห่วงและคาใจในสาเหตุ นายสุริยา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ณ ฌาพัชร กองสุผล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อให้ตรวจสอบว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปมีสิ่งปนเปื้อนหรือสารอันตรายหรือไม่

นายสุริยา ผู้เป็นพ่อของผู้ป่วย เล่าว่า ตนและลูกชายมีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง โดยก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มาทำงานรับจ้างภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ช่วงพักเที่ยงของวันที่เกิดเหตุ ลูกชายได้ไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ก่อนจะกลับมาที่หน้างานตามปกติ หลังรับประทานอาหารเสร็จ ลูกชายนั่งพัก และพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน กระทั่งเวลาประมาณเกือบบ่ายโมง เริ่มมีอาการผิดปกติ โดยบ่นว่ารู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อย และหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เมื่อตนเข้าไปจับตัวดูก็พบว่าร่างกายของลูกชายเย็นผิดปกติ ใบหน้าคล้ำ และมือมีสีดำคล้ำ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน

นายสุริยา บอกอีกว่า จากข้อมูลที่ทราบในขณะนี้ ไม่ได้มีเพียงลูกชายของตนเท่านั้นที่มีอาการหลังรับประทานอาหารจากร้านดังกล่าว แต่ยังมีชาวบ้านและลูกค้าคนอื่น ๆ ที่ไปรับประทานอาหารแล้วเกิดอาการในลักษณะใกล้เคียงกันประมาณ 14 ราย โดยเท่าที่ทราบมีผู้ป่วยอาการหนักต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูอย่างน้อย 4 ราย ขณะที่ลูกชายของตนยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเช่นกัน และอยู่ในความดูแลของแพทย์อยู่ตอนนี้

ล่าสุดภายหลังการรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุดรธานี เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองหนองบัว และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าวที่บ้านพรสวรรค์ ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี โดยร่วมกันเก็บตัวอย่างเครื่องปรุง และผงสีขาวต้องสงสัย ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาชนิดของสารและสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์หรือข้อมูลอะไรกับนักข่าว

จากการสอบถามนางบุญเลี้ยง อายุ 55 ปี ให้การว่า เมื่อวานนี้ (8 มิ.ย.69) ก่อนเปิดร้านได้ต้มน้ำซุปตามปกติ โดยน้องชายที่ชื่อหนุ่ย นำผงสีขาวบรรจุถุงมาให้ พร้อมบอกว่าเป็นเกลือสำหรับปรุงอาหาร จึงนำไปเทลงในหม้อน้ำซุปโดยไม่ได้เอะใจ กระทั่งลูกน้องกินก๋วยเตี๋ยว ก่อนมีอาการอ่อนเพลียและหมดสติเป็นกลุ่มแรก จากนั้นลูกค้าที่ทยอยเข้ามารับประทานก็เริ่มมีอาการผิดปกติตามมา จนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายหนุ่ย น้องชาย เจ้าของร้านมาสอบถาม ก่อนยอมรับว่า ผงสีขาวดังกล่าวไม่ได้ซื้อมาใหม่ แต่ไปหยิบมาจากบ้านคนรู้จักที่เก็บของเก่าในชุมชน เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นเกลือแกง เมื่อขยายผลไปยังคนเก็บของเก่า โดยนายวิเชียร เจ้าของบ้านให้การว่า ตนเองก็เก็บถุงผงสีขาวดังกล่าวมาจากกองขยะอีกทอดหนึ่ง โดยพบถูกทิ้งรวมกัน 3 ถุง จึงนำกลับมาเก็บไว้โดยไม่ทราบว่าเป็นสารชนิดใด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผงสีขาวอาจเป็นสารเคมีหรือวัตถุอันตรายที่มีลักษณะคล้ายเกลือ จึงถูกเข้าใจผิดและนำมาใช้ประกอบอาหาร โดยผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์จะเป็นข้อมูลสำคัญในการยืนยันข้อเท็จจริง และใช้ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนอาการของผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 14 ราย แพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ป่วยอาการสาหัส 4 รายที่ยังต้องอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารดังกล่าว พร้อมเก็บตัวอย่างอาหารและวัตถุดิบส่งตรวจพิสูจน์หาสาเหตุ โดยคาดว่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการภายในประมาณ 20 วัน ขณะที่ผู้ป่วยหลายรายยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...