โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร. แจ้งข้อหา “คนขับรถเมล์206” แล้ว – เล็งเก็บหลักฐานเพิ่ม

INN News

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • INN News

ความคืบหน้าทางคดีรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง สาย 206 ใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 ระบุว่า พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับฟังผลการจำลองสถานการณ์บนรถไฟ และมีข้อแนะนำเพิ่มเติมให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการทำภาพตัดต่อย้อนหลัง 10 นาทีแบบช็อตต่อช็อต ใน 3 ส่วนหลัก คือ ขบวนรถไฟ, พนักงานควบคุมไม้กั้น และเส้นทางของรถเมล์รวมถึงรถต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุ เพื่อความครบถ้วนแม่นยำ

ส่วนประเด็นเรื่องน้ำหนักรถไฟบรรทุกสินค้าที่อาจส่งผลต่อการเบรกนั้น พ.ต.อ.กัมพล ชี้แจงว่า การจำลองเหตุการณ์เมื่อวานนี้ไม่ได้เน้นเรื่องน้ำหนักหรือระยะเบรกเนื่องจากเป็นรถคนละประเภทกัน และตำรวจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่จะชี้ขาดเรื่องนี้ได้ โดยต้องรอผลจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางมายืนยัน

ซึ่งการจำลองเมื่อวานนี้เป็นการเน้นดูภาพรวมสภาพแวดล้อม วิสัยทัศน์การมองเห็น และการทำงานของอุปกรณ์สัญญาณเตือนต่าง ๆ ซึ่งจากการตรวจสอบของทีมสืบสวนพบว่า สัญญาณไฟสีขาว 5 ดวง (ซึ่งหมายถึงทางข้างหน้าปลอดภัย หากไม่ปลอดภัยสัญญาณนี้จะไม่แสดง) สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกลเกินกว่า 1 กิโลเมตร โดยหลังจากนี้จะนำภาพมาแกะรอยเทียบนาทีต่อนาทีกับเหตุการณ์จริง หากพบว่ายังไม่เพียงพออาจจะต้องมีการลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มอีกรอบ

ในส่วนของความคืบหน้าด้านการสอบสวน ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่อ่านแถบวัดความเร็วรถไฟ หรือ "กล่องดำ" ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ รอง ผบช.น. ได้สั่งการให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง เพื่อดูพฤติกรรมของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่อยู่ในช่องรางรถไฟขณะเกิดเหตุ ว่ารถแต่ละคันขับเข้ามาจอดอยู่อย่างไรก่อนหน้านั้น ไม่ใช่ดูแค่ตอนที่รถจอดนิ่งแล้ว เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนกรณีคนขับรถเมล์สาย 206 ยืนยันว่าได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

ทั้งนี้ในส่วนของคนขับรถไฟ ที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายนั้นภายในสัปดาห์หน้าตํารวจจะเรียกเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อหาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

พันตำรวจเอกอุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผู้กำกับการ สน.มักกะสัน เปิดเผยว่ามีการแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 3 คน คือพนักงานขับรถไฟ คนขับรถเมล์ และพนักงานกั้นทางรถไฟ ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับอันตรายแก่กาย

ส่วนการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงานขับรถไฟ ประเภทเมทแอมเฟตามีนและกัญชา ขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างหารือข้อกฎหมายและระเบียบกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินคดีเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดขณะขับรถไฟได้หรือไม่ หรือมีข้อหาใดที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันหรือไม่ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ไม่ครอบคลุมบังคับใช้กับรถไฟ จึงต้องหารือเรื่องระเบียบและข้อห้ามของการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อน

ส่วนกรณีเสพกัญชานั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน เพราะกัญชาปัจจุบันถูกกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อหาเกี่ยวกับสารเมทแอมเฟตามีนเป็นตัวตั้งต้นในการแจ้งข้อหาเกี่ยวกับสารเสพติดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากพิจารณาแล้วว่ามีความผิดอื่นๆ เข้ามาประกอบ ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมภายหลัง
ส่วนรถที่จอดคร่อมรางรถไฟจะต้องถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่นั้น เป็นหนึ่งในประเด็นที่คณะพนักงานสอบสวนกำลังพูดคุยกัน

พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มีระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องหยุดรถตรงไหน ต้องขับขี่อย่างไร แต่กรณีนี้ต้องดูเจตนาเป็นคัน ๆ ไป ว่า ตั้งใจหยุดอยู่แล้ว แต่อาจเป็นจังหวะที่คันหน้าว่าง จึงไหลตามไป แต่ไม่ต่อเนื่องจนทำให้หยุดคารางรถไฟโดยไม่เจตนา ดังนั้นจึงต้องดูเจตนาเป็นกรณี แต่ถ้าผิดกฎหมายจราจรก็ต้องถูกดำเนินคดีหรือเปรียบเทียบปรับในเรื่องนั้น ๆ ไป แต่ถ้าไม่มีเจตนา ก็คงไม่ใช่ความผิด ดังนั้นยังไม่ฟันธงว่าจะดำเนินคดีทุกคัน

จะต้องพิสูจน์ทราบรถแต่ละคันพร้อมคนขับและเชิญมาให้ข้อมูลเพื่อเป็นพยานว่าการขับรถคร่อมทางรถไฟมีเจตนาหรือไม่และมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร หรือไม่ โดยขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการแจ้งข้อหาใคร

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...