โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"สีหศักดิ์" เตือนกัมพูชา หยุดกล่าวหาไทยใน UNSC

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รัฐมนตรีว่าการะทรวงการต่างประเทศ เตือนกัมพูชาหยุดนำประเด็นทวิภาคีขึ้นเวทีโลก หลังผู้แทนถาวรกัมพูชากล่าวพาดพิงไทยกลางที่ประชุม UNSC ชี้การกล่าวหาไม่ช่วยคลี่คลายปัญหา พร้อมเรียกร้องหันหน้าสร้างความเชื่อมั่นและร่วมกันแก้ไขข้อพิพาทชายแดน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ตนได้เดินทางต่อไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมพิเศษของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งจีนดำรงตำแหน่งประธานในเดือนนี้

ในโอกาสดังกล่าว ได้หารือกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อสานต่อแนวทางที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันไว้ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการปรับปรุงบรรยากาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา สร้างความไว้วางใจระหว่างกัน และวางรากฐานสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่ ทั้งประเด็นเขตแดนทางบก เขตแดนทางทะเล รวมถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดน

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ประเทศไทยยึดมั่นในแนวทางดังกล่าวมาโดยตลอด และเห็นว่าการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนจำเป็นต้องอาศัยบรรยากาศแห่งความเชื่อมั่นและความจริงใจระหว่างสองฝ่าย โดยทั้งสองประเทศเคยเห็นพ้องร่วมกันที่จะเปิดหน้าใหม่ของความสัมพันธ์ และเดินหน้าตามแนวทางที่ได้ตกลงกันไว้ที่เมืองเซบู

อย่างไรก็ตาม นายสีหศักดิ์ยอมรับว่า รู้สึกไม่สบายใจกับความเคลื่อนไหวล่าสุดของฝ่ายกัมพูชา หลังจากนายแก้ว เชีย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ กล่าวพาดพิงประเทศไทยระหว่างการประชุม UNSC ในวาระ “การคุ้มครองพลเรือนจากภัยสู้รบ” เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา

เขาระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องทวิภาคีที่ไม่จำเป็นต้องถูกหยิบยกขึ้นสู่เวทีระหว่างประเทศ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเคยตกลงร่วมกันแล้วว่าจะจัดการข้อขัดแย้งผ่านกลไกการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชาโดยตรง ไม่ใช่การนำไปสู่เวทีพหุภาคี

“ฝ่ายกัมพูชายังคงกล่าวหาว่าไทยรุกล้ำดินแดน และหยิบยกประเด็นผลกระทบจากความขัดแย้งขึ้นมาพูด ทั้งที่ขัดกับเจตนารมณ์ของแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ซึ่งมุ่งสร้างบรรยากาศเพื่อนำไปสู่การหยุดยิงและการคลี่คลายสถานการณ์ การกลับไปใช้วิธีโจมตีหรือกล่าวหาไทยไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ไทยยังคงต้องการพูดคุยกับกัมพูชาด้วยความจริงใจ และยึดมั่นในสิ่งที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้ตกลงร่วมกันไว้ โดยเห็นว่าทั้งสองฝ่ายควรมุ่งมองไปข้างหน้า มากกว่าการย้อนกลับไปสร้างบรรยากาศแห่งความขัดแย้ง

“ประเทศไทยหวังว่ากัมพูชาจะปรับแนวทางไปสู่การสร้างความร่วมมือและความไว้วางใจร่วมกัน เพราะปัญหาที่มีอยู่ไม่สามารถแก้ไขได้ภายในวันเดียว จำเป็นต้องอาศัยเวลา การหารือหลายรอบ และความจริงใจจากทั้งสองฝ่าย หากต้องการเห็นความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” นายสีหศักดิ์กล่าว

สำหรับประเด็นเขตแดนทางทะเล นายสีหศักดิ์ระบุว่า ไทยไม่ได้ต้องการกลับไปสู่รูปแบบการเจรจาทวิภาคีเดิม แต่ต้องการใช้กรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เป็นพื้นฐานในการหารือ เนื่องจากประเทศไทยได้ยกเลิก MOU 44 แล้ว จึงเห็นว่าทั้งสองฝ่ายควรเริ่มต้นจากการพูดคุยภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศดังกล่าวก่อน

หากไม่สามารถหาข้อยุติผ่านกระบวนการหารือภายใต้ UNCLOS ได้ จึงค่อยพิจารณากลไกอื่น ไม่ว่าจะเป็นการประนีประนอมโดยสมัครใจหรือกระบวนการตามกฎหมายระหว่างประเทศรูปแบบอื่น โดยไม่ควรสรุปล่วงหน้าว่าการเจรจาระหว่างสองประเทศจะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้

เมื่อถูกถามว่า หากกัมพูชายังคงดำเนินท่าทีเช่นเดิม ไทยจะมีมาตรการตอบโต้หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายกัมพูชา เพราะหากยังคงมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว สิ่งที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้ที่เมืองเซบูย่อมไม่สามารถเดินหน้าต่อได้

“ท้ายที่สุด ทั้งสองฝ่ายจะเป็นผู้เสียประโยชน์ กัมพูชาเสียโอกาส ไทยก็เสียโอกาสในการทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชาว่าจะเลือกเดินหน้าไปในทิศทางใด” นายสีหศักดิ์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...