จีนเลิกยกเว้น ภาษีทองคำ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.68 อาจดันราคาทองในประเทศพุ่ง
จีนเลิกยกเว้น ภาษีทองคำ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.68 อาจทำให้ราคาทองคำสำหรับผู้บริโภคในประเทศปรับสูงขึ้นจากต้นทุนภาษีที่เพิ่มขึ้น
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อวันที่ 1 พ.ย.2568 ว่า รัฐบาลจีนประกาศยุติสิทธิประโยชน์ภาษีทองคำที่มีมานาน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในประเทศจีนซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดทองคำรายใหญ่ของโลก โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2568
ตามกฎเกณฑ์ใหม่ของกระทรวงการคลัง จีนจะไม่อนุญาตให้ผู้ค้าปลีกหักภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการขายทองคำที่ซื้อจากตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้อีกต่อไป ไม่ว่าจะขายโดยตรงในรูปทองแท่ง หรือผ่านกระบวนการผลิตเป็นเครื่องประดับก่อนขายก็ตาม
ข้อบังคับนี้ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุน เช่น ทองคำแท่ง ทองคำบริสุทธิ์ และเหรียญทองที่ได้รับการอนุมัติจากธนาคารกลางจีน รวมถึงทองคำที่ใช้ในภาคการผลิตเครื่องประดับและอุตสาหกรรมต่าง ๆ
รัฐบาลจีนคาดว่าการยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีครั้งนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ภาครัฐในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซาและเศรษฐกิจโดยรวมเติบโตช้าลง
นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการนี้อาจทำให้ราคาทองคำสำหรับผู้บริโภคในประเทศปรับสูงขึ้นจากต้นทุนภาษีที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังทรงตัวใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่แตะได้เมื่อต้นเดือนตุลาคม และนักวิเคราะห์หลายรายยังเชื่อว่าปัจจัยหนุนสำคัญอย่างการเข้าซื้อทองของธนาคารกลางทั่วโลก การปรับลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก จะยังคงผลักดันให้ราคาทองคำมีโอกาสแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปีหน้า