THAI เผยศาลฯสั่งยกเลิกฟื้นฟูแล้ว มั่นใจอิบิด้าปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นลบ. พร้อมคืนสนามเทรด ก.ค.-ส.ค.นี้
THAI เผยศาลฯสั่งยกเลิกฟื้นฟูแล้ว มั่นใจอิบิด้าปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นลบ. พร้อมคืนสนามเทรด ก.ค.-ส.ค.นี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มิ.ย. 68 12:29 น.
THAI เผย ล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกฟื้นฟูกิจการแล้ว หลังดำเนินการตามเงื่อนไข พร้อมเลือกประธานบอร์ด-รับโอนทรัพย์สินจากผู้บริหารแผนบ่ายนี้ เตรียมนำหุ้นกลับมาซื้อขายในตลาดฯ ช่วงปลายเดือน ก.ค.หรือต้น ส.ค.นี้ เดินหน้าบริหารธุรกิจหนุน EBITDA ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการและอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของบริษัท หลังจากที่บริษัทฯได้ยื่นคำร้องขอยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 28 เม.ย.68 ที่ผ่านมา ภายหลังประสบความสำเร็จในการดำเนินการตามเงื่อนไขของแผนฟื้นฟูกิจการครบทั้ง 4 ข้อ ได้แก่
1.การจดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างทุน
2.การดำเนินการตามแผนฟื้นฟูโดยไม่เกิดเหตุผิดนัด
3.การมี EBITDA หลังหักค่าเช่าเครื่องบินตามงบเฉพาะกิจการย้อนหลัง 12 เดือนประมาณ 40,308 ล้านบาท (เดือน เม.ย.67 ถึง มี.ค.68) ซึ่งสูงกว่าที่กำหนดไว้ที่ 20,000 ล้านบาทอย่างมีนัยสำคัญ และมีส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ เป็นบวกจากการปรับโครงสร้างทุน
4.ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการใหม่เมื่อวันที่ 18 เม.ย.68
ขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้ ช่วงบ่ายวันนี้ (16 มิ.ย.68) จะมีการประชุมคณะกรรมการชุดแรก ซึ่งจะมีการพิจารณาเลือกประธานกรรมการและวาระอื่นๆที่เป็นเรื่องปกติในการประชุมครั้งแรก และมีการรับโอนทรัพย์สินจากผู้บริหารแผน เป็นต้น ส่วนแผนการเดินหน้าขออนุญาตหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพื่อนำหุ้นของการบินไทยกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้ง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงปลายเดือน ก.ค. หรือต้นเดือน ส.ค.นี้
"แผนการกลับเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯอาจคงต้องคุยกันต่อ เพราะว่าตอนเราขายหุ้นเพิ่มทุนปลายปีก่อนที่ราคา 4.48 บาท/หุ้นนั้น สภาวะตลาดหุ้นไทยยังดีกว่านี้มาก แต่ตอนนี้สภาพตลาดไม่ดี ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อราคาหุ้นของเรา อย่างไรก็ตามผลประกอบการของเราที่ผ่านมาก็เป็นตัวที่สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ว่าเราทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด แม้ที่ผ่านมาจะมีกระแสข่าวว่านักท่องเที่ยวไม่มาประเทศไทย" นายปิยสวัสดิ์ กล่าว
บริษัทยังได้เสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินผ่านกระบวนการการแปลงหนี้และดอกเบี้ยตั้งพักของเจ้าหนี้เป็นทุน และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นก่อนการฟื้นฟูกิจการและพนักงานของบริษัท ซึ่งทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัท ณ วันที่ 31 มี.ค.68 กลับเป็นบวกที่ 55,221 ล้านบาท จากเดิมที่ติดลบเป็นจำนวน 127,235 ล้านบาท ณ สิ้นปี 63
และบริษัทยังสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสตั้งแต่ปี 66 รวมทั้งยังเป็นสายการบินที่มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงสุด 3 อันดับแรกของโลกติดต่อกันในช่วง 2 ไตรมาสล่าสุด จากการจัดทำข้อมูลโดย Airline Weekly
ส่วนของการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ จากมูลหนี้ที่เจ้าหนี้จำนวนกว่าหนึ่งหมื่นรายยื่นขอรับชำระหนี้ ณ วันที่บริษัทฯ ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางในเดือนพ.ค.63 โดยมีมูลหนี้รวมกว่า 400,000 ล้านบาทนั้น ปัจจุบันมีภาระหนี้ที่จะต้องชำระให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งถึงที่สุดให้ได้รับชำระหนี้ประมาณ 189,578 ล้านบาท โดยบริษัทได้ทยอยชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่ได้รับคำสั่งถึงที่สุดให้ได้รับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จนถึงไตรมาส 1/68 บริษัทได้ชำระหนี้ไปแล้วทั้งสิ้นจำนวนประมาณ 94,080 ล้านบาท โดยมีมูลหนี้คงเหลือที่ยังต้องชำระจนถึงปี 79 อีกประมาณ 95,498 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตกปีละประมาณ 7,000 ล้านบาท
สำหรับความขัดแย้งระหว่างประเทศอิสราเอลและอิหร่าน ที่ส่งผลต่อราคาพลังงานนั้น ยืนยันไม่ได้มีผลกระทบนอกเหนือจากความคาดหมาย แต่อาจมีผลกระทบต่อเส้นทางการบินจากกรุงเทพฯไปยุโรป ซึ่งอาจต้องบินอ้อมไกลขึ้น แต่เชื่อว่าไม่มีผลต่อการจองตั๋วโดยสาร ส่วนด้านราคาน้ำมันมองว่าลดลงมาโดยตลอด แม้ว่าช่วงนี้ราคาจะปรับตัวขึ้นมา แต่ก็ยังต่ำกว่าที่บริษัทตั้งไว้ในงบประมาณพอสมควร
สำหรับการกลับมาจ่ายเงินปันผลนั้น ขณะนี้บริษัทเริ่มมีกำไรสะสม และตามนโยบายสามารถจ่ายเงินปันผลได้ แต่การชำระหนี้ยังต้องเป็นตามแผนฟื้นฟูฯ ซึ่งยังมีภาระหนี้ประมาณ 9 หมื่นล้านบาท พร้อมมั่นใจว่าปีนี้บริษัทจะสามารถทำ EBITDA ระดับ 25,000 ล้านบาท
เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย อนุมัติ โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
ดูข่าวต้นฉบับ