โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อินโด ผุดไอเดีย ทำหมันชายแลกเงิน หวังคุมประชากร แก้ปัญหายากจน ทำโซเชียลเสียงแตก

Thaiger

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 16.23 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.23 น. • Thaiger ข่าวไทย

โซเชียลเสียงแตก หลังนักการเมืองท้องถิ่นของอินโดนีเซีย เสนอแนวคิดทำหมันชาย เพื่อควบคุมจำนวนประชากร และแก้ปัญหาความยากจนจากการมีลูกมาก องค์กรต่าง ๆ รุมต้าน ชี้ละเมิดสิทธิมนุษยชน

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีนักการเมืองท้องถิ่นระดับสูงในจังหวัดชวาตะวันตก ได้เสนอแนวคิดเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ด้วยการยื่นข้อเสนอให้เงินช่วยเหลือทางสังคมแก่ครอบครัวยากจน โดยมีเงื่อนไขว่าฝ่ายชายจะต้องยอมทำหมันเสียก่อน แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อควบคุมจำนวนประชากรในกลุ่มคนจน แต่กลับถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากหลายภาคส่วน ซึ่งมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิในร่างกายและอาจเป็นนโยบายที่อันตราย

โครงการนำร่องนี้เริ่มต้นขึ้นที่เขตสุบัง จังหวัดชวาตะวันตก โดยเสนอเป็นเงินสดให้จำนวน 500,000 รูเปียห์ (ราว 1,200 บาท) แก่ผู้ชายที่ยอมทำหมัน โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องอายุ 35 ปีขึ้นไป, สุขภาพแข็งแรง, มีบุตรแล้วอย่างน้อย 2 คน และต้องได้รับความยินยอมจากภรรยาก่อน ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด มีผู้ชายเข้าร่วมกว่า 200 คน แต่ด้วยงบประมาณทำให้สามารถรองรับได้เพียง 60 คนเท่านั้น และจะมีการรองรับเพิ่มเติมอีกในปีนี้

ภาพจาก: FB/ Kang Dedi Mulyadi

แนวคิดเรื่องการทำหมันชายนี้มาจาก นายเดดี มุลยาดี นักการเมืองชื่อดังจากจังหวัดชวาตะวันตก ซึ่งให้เหตุผลว่าการทำหมันชายจะช่วยลดอัตราความยากจนได้ เพราะโดยทั่วไปแล้วครอบครัวที่ยากจนมักจะมีลูกหลายคน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ถูกคัดค้านจากหลายฝ่ายในทันที

อัตนิเก โน วา ซิกิโร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอินโดนีเซีย ระบุว่า การกระทำใด ๆ ทางการแพทย์ต่อร่างกาย ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลและเป็นสิทธิมนุษยชน ไม่ควรถูกนำไปเชื่อมโยงกับเงินช่วยเหลือทางสังคม ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคม กล่าวว่าแนวคิดนี้ไม่เกี่ยวข้อง กับการแก้ปัญหาความยากจน และนำไปปฏิบัติได้ยาก

สภาอุลามาอ์แห่งชวาตะวันตก (องค์กรผู้นำศาสนาอิสลาม) ชี้ว่า การทำหมันชายสามารถใช้เป็นสิ่งจูงใจได้ แต่ไม่ใช่ เงื่อนไขบังคับเพื่อแลกกับความช่วยเหลือ และด้านสมาชิกรัฐสภา ที่ดูแลด้านสิทธิมนุษยชน ย้ำว่าเงินช่วยเหลือทางสังคมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญของพลเมือง และไม่สามารถนำไปผูกกับขั้นตอนทางการแพทย์ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวได้

บนโซเชียลมีเดียของอินโดนีเซีย มีการแสดงความคิดเห็นของผู้คนแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายที่สนับสนุนมองว่าอาจเป็นวิธีที่ทำให้ผู้ชายพยายามยกระดับมาตรฐานชีวิตของตนเอง และภาระการวางแผนครอบครัวจะได้ไม่ตกอยู่กับผู้หญิงฝ่ายเดียว

ขณะที่ฝ่ายคัดค้านได้เปรียบเทียบนโยบายนี้ว่าไม่ต่างจาก สุพันธุศาสตร์ (Eugenics) ซึ่งเป็นแนวคิดการควบคุมประชากรโดยเลือกเฉพาะลักษณะที่พึงประสงค์ และมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกปฏิบัติต่อคนจนหรือกลุ่มชาติพันธุ์

แม้จะมีเสียงคัดค้านมากมาย แต่สำหรับชายวัย 46 ปี ประกอบอาชีพเป็นช่างไฟฟ้า ซึ่งเป็นพ่อลูก 6 และเป็นหนึ่งในชาย 60 คนแรกที่เข้ารับการทำหมัน เขาให้สัมภาษณ์ว่าเงินช่วยเหลือที่ได้รับนั้นมีประโยชน์อย่างมาก และความช่วยเหลือทางสังคมใด ๆ ที่เชื่อมโยงกับการทำหมันของเขา ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

ที่มา: The Straits Times

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...