โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“พิพัฒน์” โยน กทพ.เคลียร์ปมสภาผู้บริโภค ค้านสร้าง “ทางด่วน Double Deck”

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ส.ค. เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. เวลา 09.35 น.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรณีที่สภาผู้บริโภค ภาคประชาชนยื่นหนังสือถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อคัดค้านโครงการทางด่วน 2 ชั้น (Double Deck) เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบและความปลอดภัยของประชาชน เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมได้หารือกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยประเด็นสำคัญที่ได้สอบถามไปคือ หากดำเนินโครงการแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรขึ้นบ้าง และภาครัฐจะต้องชดเชยหรือให้สิทธิประโยชน์แก่เอกชนในส่วนใด รวมถึงเงื่อนไขที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมกับผู้รับสัมปทานเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนเองยังไม่ได้รับรายละเอียดในส่วนดังกล่าวอย่างครบถ้วน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าโครงการจะมีความเหมาะสมและคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด

ขณะเดียวกันกทพ.จะต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มที่ออกมาคัดค้านโครงการอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสหภาพแรงงาน หรือประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณใต้แนวทางด่วนและอาจได้รับผลกระทบ โดยต้องชี้แจงให้เห็นว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง และมีมาตรการชดเชยหรือเยียวยาอย่างไร ในส่วนของสหภาพแรงงานที่ออกมาคัดค้านก็ต้องหารือให้ชัดเจนว่า คัดค้านในประเด็นใด และมีข้อกังวลเรื่องใด เพื่อจะได้นำรายละเอียดทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันและหาแนวทางที่เหมาะสม

“ถ้าทำแล้วผลตอบแทนของรัฐก็ต้องสมเหตุสมผล รัฐต้องไม่เสียผลประโยชน์มากเกินไป และเอกชนก็ไม่ควรได้ประโยชน์ไปฝ่ายเดียว ที่สำคัญที่สุดคือผู้ใช้ถนนต้องได้รับประโยชน์สูงสุด ผมคิดว่าถ้าเราคุยกันได้ใน 3 ส่วน คือ รัฐ เอกชน และผู้ใช้ทาง ก็เชื่อว่าจะสามารถเจรจากับฝ่ายที่ออกมาคัดค้านได้ ไม่ว่าจะเป็นสหภาพแรงงานหรือประชาชนที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วน” นายพิพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้บทบาทของกระทรวงคมนาคมนั้น ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการผลักดันโครงการในขณะนี้ เพราะต้องพิจารณาก่อนว่ากระทรวงคมนาคมมีหน้าที่อะไร โดยภารกิจสำคัญคือการบริหารจัดการระบบคมนาคมให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก และช่วยลดปัญหาความแออัดด้านการจราจร ดังนั้น จึงต้องพิจารณาต่อไปว่าการยกระดับทางด่วนขึ้นไปอีกชั้นจะสามารถช่วยลดความแออัดของการจราจรได้จริงหรือไม่ และรัฐจะต้องสูญเสียผลประโยชน์มากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ดีโดยเฉพาะกรณีที่ภาครัฐอาจไม่ได้จ่ายเงินชดเชยโดยตรง แต่ต้องแลกกับการต่ออายุหรือขยายระยะเวลาสัมปทานให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังต้องนำรายละเอียดมาพิจารณาให้ชัดเจนก่อน พร้อมย้ำหลักการสำคัญว่า การดำเนินโครงการจะต้องไม่ทำให้ภาครัฐเสียประโยชน์

ส่วนขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอจากหน่วยงานหรือกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงจะนำผลดังกล่าวไปสู่การผลักดันโครงการเมื่อใดนั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ตนเองยังไม่ได้รับเรื่องหรือรายละเอียดข้อเสนออย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะนำไปสู่การผลักดันโครงการในขั้นตอนใด โดยจะต้องรอรายละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จากนั้นจึงนำมาหารือและพิจารณาถึงความคุ้มค่า ผลประโยชน์ของรัฐ ประโยชน์ของผู้ใช้ทาง เงื่อนไขของเอกชน ตลอดจนมาตรการดูแลผลกระทบและความปลอดภัยของประชาชนอย่างรอบด้านต่อไป

ขณะที่นโยบายของกระทรวงคมนาคมในเบื้องต้นมองว่า การก่อสร้างทางด่วนของกระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง เพิ่มความเร็วและความสะดวกให้กับประชาชน แม้ผู้ใช้ทางอาจต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่หากผู้ประกอบการเคยเสนอว่า การยกระดับทางด่วนขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งสามารถทำได้ ก็ต้องพิจารณาควบคู่กับเงื่อนไขด้านสัมปทานระหว่างผู้ประกอบการกับกระทรวงคมนาคมว่า จะมีการเจรจาและกำหนดสิทธิประโยชน์ระหว่างกันอย่างไร

“ส่วนประเด็นที่ต้องพิจารณานั้น ผู้ประกอบการระบุว่าจะสามารถลดค่าผ่านทางลงได้ประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าการลดค่าผ่านทางดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้ถนนได้รับประโยชน์จริงหรือไม่ เพราะหากยกระดับทางด่วนขึ้นไปแล้วสามารถเดินทางได้รวดเร็ว แต่เมื่อไปถึงปลายทางกลับต้องมาเจอกับคอขวดและเกิดปัญหาการจราจรติดขัดเหมือนเดิม ก็อาจไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาการจราจรได้อย่างแท้จริง” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า หากมีการยกระดับทางด่วนตั้งแต่บริเวณพระราม 9 ไปจนถึงงามวงศ์วาน และมีทางแยกให้สามารถเข้า-ออกหรือเลือกเส้นทางไปทางซ้ายและขวาได้ตลอดแนว จะช่วยกระจายปริมาณรถและลดโอกาสเกิดคอขวดบริเวณปลายทางได้ ซึ่งหากออกแบบระบบได้ในลักษณะดังกล่าว จะทำให้การลงทุนมีความคุ้มค่ามากขึ้น เพราะผู้ใช้ทางสามารถเลือกลงจากทางด่วนได้หลายจุด ไม่จำเป็นต้องไปรวมกันอยู่ที่ปลายทางเพียงจุดเดียว

“หากยกระดับตั้งแต่พระราม 9 ไปจนถึงงามวงศ์วาน และมีทางแยกออกซ้ายออกขวาตลอดเส้นทาง ผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างคุ้มค่า เพราะสามารถกระจายรถออกได้ตลอดเส้นทาง คอขวดที่ปลายทางก็ไม่ควรจะติด แต่ถ้าไม่ติด ผมเชื่อว่าตรงนี้คือได้ประโยชน์” นายพิพัฒน์กล่าว

สำหรับแนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง แต่ยังจำเป็นต้องเจรจาเรื่องสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขสัมปทานให้เกิดความเหมาะสม โดยกระทรวงคมนาคมต้องพิจารณาให้รอบด้านว่าภาครัฐจะได้รับประโยชน์อย่างไร และประชาชนผู้ใช้ทางจะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใด

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประชาชนและกลุ่มสหภาพแรงงานออกมาคัดค้านโครงการนั้น กระทรวงคมนาคมจะต้องเข้าไปหารือโดยตรง เพื่อรับฟังว่าผู้คัดค้านต้องการอะไร มีข้อกังวลในเรื่องใด และได้รับผลกระทบอย่างไร โดยเฉพาะประชาชนที่พักอาศัยอยู่ใต้แนวทางด่วน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2

อย่างไรก็ดีหากท้ายที่สุดมีการเดินหน้าโครงการ ผู้ที่จะดำเนินการยกระดับทางด่วนเป็นชั้นที่ 2 จะต้องจัดทำแผนด้านความปลอดภัยอย่างละเอียดและเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา โดยต้องแสดงให้เห็นว่าจะดูแลความปลอดภัยของประชาชน ผู้ใช้ทาง และผู้ที่พักอาศัยอยู่บริเวณใต้แนวทางด่วนอย่างไร เนื่องจากเรื่องความปลอดภัยถือเป็นประเด็นที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างมาก

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมเชื่อว่ากระทรวงคมนาคมเราได้รับบทเรียนและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ มาพอสมควร เราต้องบอกว่ารู้สึกช้ำและเสียใจกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะฉะนั้นการจะดำเนินโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ สิ่งที่สำคัญคือจะต้องมีมาตรการและแผนความปลอดภัยที่ชัดเจน” นายพิพัฒน์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

สถานการณ์การเมืองไทยประจำวัน

สภาเดือดกลางดึก “ภูมิใจไทย-ปชน.” ประท้วงสนั่น-สาดวิวาทะปมงบน้ำบาดาล

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

ชาวฝรั่งเศส เข้าพบตม. รับทราบคำสั่งเนรเทศ เมียพ้อ เป็นฝ่ายถูกกระทำจ่อยื่นอุทธรณ์นายกฯ

MATICHON ONLINE

ธรรมนัส ยันยังเป็นเพื่อน อนุทิน เมินกระแสรัฐบาลไปไม่รอด ลั่น กล้าธรรม พร้อมโหวตงบฯ70

MATICHON ONLINE
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...