โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 สัญญาณขาดวิตามินซี เช็กด่วนก่อนระบบภูมิคุ้มกันพังทลายแผลหายช้ามาก

PPTV HD 36

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เช็กอาการด่วน! หากคุณมีอาการอ่อนเพลีย ผิวพรรณแห้งกร้าน เลือดออกตามไรฟัน แผลหายช้า และป่วยเป็นหวัดบ่อยๆ นี่คือ 5 สัญญาณวิกฤตร่างกายกำลังขาดวิตามินซี

วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็นสารอาหารประเภทสารต้านอนุมูลอิสระละลายในน้ำที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในกระบวนการทางชีวเคมีของร่างกาย มนุษย์จัดเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตไม่กี่ชนิดบนโลกที่ไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีขึ้นเองได้ เนื่องจากยีนที่ควบคุมการผลิตเอนไซม์แอล-กูโลโนแลกโทน ออกซิเดส เกิดการกลายพันธุ์จนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ด้วยเหตุนี้ ร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีผ่านการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อร่างกายเกิดภาวะขาดสารอาหารชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง กลไกการซ่อมแซมส่วนสึกหรอและการสร้างโปรตีนโครงสร้างหลักจะเริ่มชะงักงัน ส่งผลให้ระบบอวัยวะภายในส่งสัญญาณเตือนภายนอกออกมาอย่างเด่นชัด ซึ่งหากปล่อยปละละเลยโดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่อระบบหลอดเลือดและระบบภูมิคุ้มกันในระยะยาว

บทความที่น่าสนใจของ PPTV HD 36

เจาะลึก 5 สัญญาณเตือนวิกฤต เมื่อร่างกายขาดวิตามินซี

กลไกการแสดงอาการของภาวะขาดวิตามินซีจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นตามระดับความรุนแรงและระยะเวลาที่ร่างกายไม่ได้รับสารอาหาร โดยนักโภชนาการและอายุรแพทย์ได้จำแนกสัญญาณเตือนที่พบได้บ่อยและมีความสำคัญในทางคลินิกไว้ 5 ประการ ดังนี้

1. ผิวหนังแห้งกร้าน ขนคุดรูปก้นหอย และผิวช้ำง่าย

วิตามินซีมีหน้าที่เป็นตัวร่วมในการทำงานของเอนไซม์โปรลิล ไฮดรอกซิเลส (Prolyl hydroxylase) และไลซิล ไฮดรอกซิเลส (Lysyl hydroxylase) ซึ่งทำหน้าที่สร้างความเสถียรให้แก่โมเลกุลของ คอลลาเจน เมื่อร่างกายขาดวิตามินซี กระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังจะบกพร่อง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและแห้งกร้านอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดภาวะเคราตินสะสมบริเวณรูขุมขนหนาผิดปกติ หรือที่เรียกว่าโรคขนคุด โดยเส้นขนที่งอกขึ้นมาใหม่จะมีลักษณะม้วนงอเป็นรูปก้นหอย เนื่องจากการขาดโครงสร้างคอลลาเจนมาพยุงรูขุมขน และส่งผลต่อเนื่องให้ผนังหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังเปราะบางและแตกง่าย เกิดรอยจ้ำเลือดหรือผิวช้ำสีม่วงคล้ำได้ง่ายแม้โดนกระแทกเพียงเบาๆ

2. เหงือกบวมอักเสบและมีเลือดออกตามไรฟันบ่อยครั้ง

เนื้อเยื่อบริเวณเหงือกและปริทันต์เป็นส่วนที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนหนาแน่นและมีอัตราการผลัดเปลี่ยนเซลล์ที่รวดเร็วมาก เมื่อระดับวิตามินซีในกระแสเลือดลดต่ำลง เนื้อเยื่อเหงือกจะเริ่มอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เหงือกมีลักษณะบวมแดง นิ่ม และเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ อาการที่เด่นชัดที่สุดคือการมี เลือดออกตามไรฟัน ระหว่างการแปรงฟันหรือเคี้ยวอาหาร หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา เนื้อเยื่อที่ยึดติดหลอดเลือดและรากฟันจะเสื่อมสภาพลง สารอาหารไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงได้ตามปกติ นำไปสู่ภาวะฟันโยกและฟันหลุดร่วงในที่สุด ซึ่งเป็นอาการเด่นของโรคเลือดออกตามไรฟันในอดีต

3. อ่อนเพลียเรื้อรัง อารมณ์แปรปรวน และเหนื่อยง่าย

สัญญาณเตือนในระยะแรกเริ่มของการขาดวิตามินซีมักไม่แสดงออกทางกายภาพ แต่จะแสดงออกผ่านระบบพลังงานของร่างกาย อาการอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ และสภาวะอารมณ์ดิ่งหรือแปรปรวน เกิดจากกลไกการลดลงของกระบวนการสังเคราะห์ แอล-คาร์นิทีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีวิตามินซีเป็นสารตั้งต้นในการผลิต คาร์นิทีนมีหน้าที่หลักในการขนส่งกรดไขมันสายยาวเข้าสู่ไมโตคอนเดรียเพื่อเผาผลาญให้เกิดพลังงานแก่เซลล์ เมื่อขาดวิตามินซี เซลล์ทั่วร่างกายจึงเผชิญกับภาวะขาดแคลนพลังงาน ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อยง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง และขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง เช่น โดปามีนและเซโรโทนิน เป็นต้น

4. บาดแผลหายช้ากว่าปกติและเสี่ยงต่อการติดเชื้อง่าย

กระบวนการสมานแผลของร่างกาย ประกอบด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อน โดยเริ่มต้นจากการจับตัวของเกล็ดเลือด การอักเสบ การสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และการปรับปรุงโครงสร้างแผล ซึ่งในขั้นตอนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่นั้น ร่างกายจำเป็นต้องใช้คอลลาเจนปริมาณมหาศาลเพื่อสร้างโครงข่ายเนื้อเยื่อทดแทนผิวหนังที่เสียหาย หากระดับวิตามินซีในร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน กระบวนการจัดเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจนจะทำไม่ได้ แผลเปิดจะปิดตัวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลติดเชื้อเรื้อรัง เนื่องจากเนื้อเยื่อไม่มีความแข็งแรงพอที่จะปิดกั้นสิ่งแปลกปลอมภายนอก

5. ระบบภูมิคุ้มกันพังทลายและป่วยเป็นไข้หวัดบ่อยครั้ง

วิตามินซีมีความเข้มข้นสูงมากภายในเซลล์เม็ดเลือดขาว โดยเฉพาะชนิดนิวโทรฟิล และมาโครฟาจ สารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้จะทำหน้าที่ปกป้องเซลล์เม็ดเลือดขาวไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระที่สร้างขึ้นมาในกระบวนการดักจับและทำลายเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส การขาดวิตามินซีส่งผลให้ความสามารถในการเคลื่อนที่เข้าหาเชื้อโรค และกระบวนการกลืนกินสิ่งแปลกปลอมของเม็ดเลือดขาวลดลงอย่างวิกฤต ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำ ป่วยเป็นหวัดได้ง่าย ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจบ่อยครั้ง และเมื่อป่วยแล้วระยะเวลาในการฟื้นตัวจะยาวนานกว่าคนปกติหลายเท่าตัว

บทความที่น่าสนใจของ PPTV HD 36

ตารางเปรียบเทียบปริมาณวิตามินซีในผักและผลไม้ไทย (ต่อน้ำหนัก 100 กรัม)

การป้องกันและแก้ไขภาวะขาดวิตามินซีที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดคือการเลือกรับประทานผักและผลไม้สดจากธรรมชาติ จากข้อมูลสถิติเชิงปริมาณโดย สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในคู่มือคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย ได้ระบุปริมาณวิตามินซีในผลไม้ท้องถิ่นไว้ดังนี้

ชนิดของผลไม้และผักไทย ปริมาณวิตามินซีเฉลี่ย (มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม) สรรพคุณเด่นและการดูดซึม 1. มะขามป้อม 276 - 470 mg มีสารแทนนินช่วยรักษาความเสถียรของวิตามินซีไม่ให้สลายตัวง่าย 2. ฝรั่ง 160 - 187 mg ให้ใยอาหารสูง วิตามินซีหนาแน่นบริเวณเปลือกสีเขียวอ่อน 3. พุทราไทย 70 - 100 mg ช่วยบำรุงระบบประสาทและเพิ่มการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ 4. มะละกอสุก 62 - 73 mg มีเบต้าแคโรทีนและเอนไซม์ปาเปนช่วยย่อยอาหารเนื้อนุ่ม 5. ส้มโอ 61 mg รสหวานอมเปรี้ยว ดับกระหาย แก้อาการร้อนในได้ดี 6. ส้มเขียวหวาน 40 - 53 mg มีกากใยสูง แก้อาการเลือดออกตามไรฟันได้โดยตรง

คำแนะนำทางการแพทย์ ปริมาณที่เหมาะสมและข้อควรระวังขั้นวิกฤต

ตามรายงานคำแนะนำปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย (Dietary Reference Intakes for Thais: DRIs) โดยกรมอนามัย ได้กำหนดระดับการบริโภควิตามินซีขั้นต่ำเพื่อป้องกันโรคไว้ที่ 60 - 90 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มบุคคลที่ต้องการผลลัพธ์ด้านการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวพรรณ หรือกลุ่มผู้ที่สูบบุหรี่จัด (ซึ่งสารนิโคตินจะทำลายวิตามินซีในกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว) แพทย์มักแนะนำให้รับประทานในปริมาณ 500 - 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

ข้อควรระวังสำคัญระบุไว้ในบทความของ รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิง นงลักษณ์ สุขวาณิชย์ศิลป์ หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า ร่างกายมนุษย์มีเพดานสูงสุดในการรับวิตามินซีโดยไม่เกิดผลข้างเคียงอยู่ที่ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน การบริโภคเกินกว่าเกณฑ์นี้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อระบบขับถ่ายปัสสาวะ

เนื่องจากวิตามินซีส่วนเกินจะถูกตับแปลงสภาพไปเป็นสาร ออกซาเลต (Oxalate) และขับออกทางไต สารออกซาเลตนี้จะเข้าจับตัวกับแคลเซียมในปัสสาวะ กลายเป็นผลึกแคลเซียมออกซาเลตที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิด โรคนิ่วในไต และอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเนื้อเยื่อไตอักเสบหรือเกิดภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง

การสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกายจึงเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันไม่ให้ระบบภายในพังทลาย การเลือกรับประทานสารอาหารจากแหล่งธรรมชาติอย่างสมดุล ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะช่วยให้ร่างกายรักษาสภาวะความสมบูรณ์แข็งแรงได้อย่างยั่งยืนยาวนาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 5 สัญญาณขาดวิตามินซี เช็กด่วนก่อนระบบภูมิคุ้มกันพังทลายแผลหายช้ามาก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...