โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษกรัฐบาล เผยผลสำเร็จ “อนุทิน” เยือนเวียดนาม ต่อยอดความร่วมมือเศรษฐกิจ-ความมั่นคงทุกมิติ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข่าวผลสำเร็จการเดินทาง โฆษกรัฐบาลเผยผลสำเร็จการเยือนเวียดนามของนายกฯ อนุทิน ต่อยอดความร่วมมือทุกมิติ สู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมความมั่นคงให้ประชาชนไทย

วันที่ 9 มิ.ย.69 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า การเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยเป็นการต่อยอดจากการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามสู่ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน” และสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนการเติบโตและความมั่นคงของทั้งสองประเทศในอนาคต

ภารกิจวันที่ 8 มิถุนายน 2569 : ยกระดับความร่วมมือรัฐบาล–ภาคเอกชน วางรากฐานเศรษฐกิจแห่งอนาคต

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในวันแรกของการเยือน นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับผู้แทนหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham) และภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ก่อนนำประเด็นต่าง ๆ ไปหารือกับฝ่ายเวียดนาม โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองประเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัท FPT Corporation ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของเวียดนาม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของทั้งสองประเทศ

ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและหารือเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรีเวียดนาม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่เป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Three Connects และส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน ความมั่นคง พลังงาน การท่องเที่ยว และการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง พร้อมสนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านการค้าในระดับรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายกรัฐมนตรียังได้เข้าเยี่ยมคารวะประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกฎหมายและการพัฒนาเศรษฐกิจ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

ภารกิจวันที่ 9 มิถุนายน 2569 : ขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาค ดึงการลงทุน และสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชน

ในวันสุดท้ายของการเยือน นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum 2026 ณ กรุงฮานอย โดยได้แสดงวิสัยทัศน์สนับสนุนความเป็นเอกภาพของอาเซียน พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การเตรียมความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการเร่งผลักดันความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในภูมิภาค

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเวียดนาม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้กรอบหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความมั่นคง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการจ้างงานให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมงาน Thailand–Viet Nam Investment and Business Forum 2026 ซึ่งมีผู้แทนภาครัฐ นักลงทุน และภาคธุรกิจชั้นนำจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยได้เชิญชวนภาคธุรกิจเวียดนามเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม พร้อมแสดงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางการลงทุน การผลิต และเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของเวียดนาม ได้แก่ Viettel, SOVICO Group และ Sun Group ซึ่งต่างมองเห็นศักยภาพในการลงทุนในประเทศไทยในสาขาดิจิทัลและโทรคมนาคม ปัญญาประดิษฐ์ ความมั่นคงไซเบอร์ การบิน โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยสร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นอกเหนือจากความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงแล้ว ทั้งสองประเทศยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ทั้งด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างคนรุ่นใหม่ รวมถึงความร่วมมือด้านการอนุรักษ์นกกระเรียน โดยฝ่ายเวียดนามได้แสดงความขอบคุณประเทศไทยสำหรับการสนับสนุนความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของมิตรภาพและความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ

การเยือนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ด้านการค้า การลงทุน การจ้างงาน และการพัฒนาทักษะแรงงาน ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในระยะยาว

การเยือนเวียดนามครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ทุกความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากการเยือนครั้งนี้จะต้องนำไปสู่ผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชนไทย ทั้งการสร้างงาน การเพิ่มรายได้ การขยายตลาดให้ผู้ประกอบการไทย การดึงดูดการลงทุน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยรัฐบาลจะติดตามผลการหารือและเร่งผลักดันให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากความร่วมมือไทย–เวียดนามในระยะยาว

“ผลสำเร็จของการเยือนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไทยและเวียดนามไม่ได้เป็นเพียงหุ้นส่วนทางการค้า แต่กำลังก้าวสู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านที่ร่วมกันสร้างการเติบโต ความมั่นคง และความมั่งคั่งให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งมีบทบาทร่วมกันในการขับเคลื่อนอาเซียนให้เป็นภูมิภาคแห่งโอกาส เสถียรภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...