โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทราย สก๊อต เล่าความรู้สึกในวันปล่อยคลิปเสียง ตอบเจ็บถึงดาราที่คอมเมนต์โยงทรัพย์สิน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 08.25 น.
ภาพไฮไลต์

ยังคงเป็นประเด็นให้ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ทราย สก๊อต ที่ล่าสุดได้มานั่งเปิดใจในรายการ โหนกระแส ทางช่อง 3 และเมื่อถามถึงกลุ่มดาราที่ไปกดไลค์ให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนจะออกมาโพสต์ขอโทษ ทราย สก๊อต ในภายหลัง เจ้าตัวรู้สึกอย่างไร ซึ่ง ทราย ตอบกลับว่า

"วันที่พี่ชายปล่อยคลิปผ่านบัญชีภรรยาเขา ทรายไม่ได้เห็นตอนกลางคืน มาเห็นตอนเช้า เป็นวันที่เครียดที่สุดในชีวิตทรายเลย เพราะคนเขาอาจจะไม่นึก เราโดนเขาทำร้ายมาทั้งชีวิต เราไม่คิดเลยว่าเขาจะออกมาหลอกแล้วพูดตรงข้ามกับที่เขาเคยทำ เขาบอกว่าเขาส่งเงินมาให้เราบำบัดจิต ไม่ใช่เรื่องจริงเลย

เขาบอกมันเป็นแค่การเล่นระหว่างพี่ชายพี่น้อง การที่จะข่มขืนคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องเล่นเลย เช้าวันนั้นแทบลุกออกจากเตียงไม่ได้ เพราะรู้สึกว่าทรายโดนเขาทำร้ายอีกแล้ว แค่คิดจะเขยิบนิ้วตัดคลิปเสียงและใส่คำบรรยายให้คนเข้าใจ ว่าเราเจออะไร ทรายมีแรงสมาธิแค่นั้นแล้วก็กดปล่อย วันนั้นเครียดที่สุดในชีวิต เหมือนร่างกายเราจำได้ว่าเราเคยโดนเขาทำร้าย ทรายโชคดีมากที่ทรายมีสติ โอเค แค่กดปล่อยคลิปแค่นั้น

ตอนนั้นทรายยังไม่ได้เห็นเรื่องดาราที่แสดงความคิดเห็น แต่ทรายตกใจตอนที่แบบเขาเอาเรื่องการทำร้ายเด็กภายในครอบครัว การข่มขืนเอามาเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน คือมันมีแค่กิเลสในใจบางคน เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับยุติธรรมกับทราย ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สิน แล้วการมาย่อยให้เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินมันสกปรกมาก

ทำไมคุณไม่ตอบปัญหาใหญ่ๆ ว่าผู้ชายคนนั้นเขาข่มขืนทราย ไม่ใช่เรื่องที่ดิน นี่คือเรื่องที่ใหญ่ที่สุด ที่มันคือพิษที่มันตามทรายมาทั้งชีวิต ผมเชื่อว่าเหตุผลที่เขาฟ้องเรา ก็คืออยากให้เราเงียบ ตอนเด็กเขาขู่เราว่าถ้าเราทำผิดจะไปฟ้องคุณตา แต่นี่คุณตาไม่อยู่ เขาจะใช้กฎหมาย เป็นเครื่องมือในการข่มขู่เรา

แต่ทรายโตขึ้นมาในบ้านแบบนั้น ทรายจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อจากอำนาจของใครอีกแล้ว วันที่ทรายเห็นเขาปล่อยคลิปขอโทษ ทรายคิดเลยว่าคุณอาจจะคิดว่าคุณทำร้ายเราได้อีกครั้ง แต่คุณไม่ใช่ผู้ชายที่จะทำร้ายเราได้อีกแล้ว และทรายก็ปล่อยคลิปไปเลยครับ"

กังวลใจไหมตอนที่ปล่อยคลิปออกมาว่ามันจะมีผลทางกฎหมายไหม?

"ทรายไม่กลัวตายครับ สิ่งที่เขาทำกับเรามันฆ่าจิตวิญญาณเราไปแล้วหลายรอบ ตอนที่เราโดนไล่ออกจากบ้านเราก็ตายไปแล้ว ตอนที่พี่ข่มขืนเราเราก็รู้สึกว่าเราตาย ตอนที่เขาจ้างพี่เลี้ยงกลับมา เราก็รู้สึกว่าเราตายไปแล้ว ความตาย เรื่องกฎหมาย ตอนนี้ทรายไม่คิดเรื่องพวกนั้นแล้วครับ ทรายเกิดมามีชีวิตเดียว ทรายจะไม่ให้ใครไม่ว่าเขาจะมีเงินมีอำนาจขนาดไหน มาขวางทางทรายในสิ่งที่ทรายต้องทำ

ทรายรู้แค่ว่าสักวันมันต้องจบ และมันต้องจบตอนนี้ ทรายไม่อยากเสียเวลา กับคนหรือเรื่องอะไรที่ไม่ได้มาจากความรักอีกแล้วครับ"

แล้วกับดาราคนอื่นๆ ที่เขาไปให้กำลังใจ และเขามาขอโทษทราย มองยังไง?

"(ถอนหายใจ) คือบางคนถามทรายว่าทรายจะไปฟ้องร้องคนอื่นหรือเปล่าที่เขาเอาเรื่องนี้ออกมานินทา ไม่ครับ เพราะประเทศเรามีปัญหาเรื่องกฎหมายที่ฟ้องปิดปาก ทรายเคยโดนขู่แบบนี้มาแล้ว ทรายจะไม่มีทางเป็นบุคคลที่จะใช้อำนาจในทางกฎหมายมาข่มขู่คนอื่น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด การที่คุณจะพูดอะไร มันอยู่ที่วิจารณญาณและจรรยาบรรณของคุณแล้ว

สำหรับดาราที่ไปกดไลค์เอาจริงๆ ผมไม่ได้โฟกัสตรงนั้น ผมโฟกัสแค่เพื่อนๆ กับคนที่เชียร์เรา แต่ทรายคิดว่ามันเป็นบทเรียนที่ดีถึงอำนาจที่ดาราหลายคนเขามี คุณควรพิจารณา คุณไม่ได้คิดว่าน้ำเสียงของคุณมันมีน้ำหนัก เรื่องนี้มันเป็นเรื่องซีเรียส แล้วผมเข้าใจว่า การที่คุณไปกดไลค์เรื่องของที่ดิน แทนที่จะซีเรียสมากกว่านั้นก็คือการข่มขืน มันก็สะท้อนให้เห็นว่า ณ ตอนนั้นเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร เรื่องความรู้สึกมากกว่าความถูกต้อง มันก็ต้องเป็นเรื่องที่เขาอาจจะต้องไปพิจารณากันเองครับ".

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทราย สก๊อต เล่าความรู้สึกในวันปล่อยคลิปเสียง ตอบเจ็บถึงดาราที่คอมเมนต์โยงทรัพย์สิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...