ฑูตสหรัฐฯ เข้าพบ รมว.กลาโหม หารือการพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม (interoperability)
ฑูตสหรัฐฯ เข้าพบ รมว.กลาโหม หารือการพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม (interoperability) และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ย้ำความเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรที่แน่นแฟ้น ไทย–สหรัฐฯ
พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ นาย Sean Kotaro O’Neill (ฌอน เค. โอนีล) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับเพื่อแนะนำตัวภายหลังเข้ารับหน้าที่ พร้อมหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทย–สหรัฐอเมริกา ณ ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในศาลาว่าการกลาโหม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวแสดงความยินดีที่ นาย Sean Kotaro O’Neill (ฌอน เค. โอนีล) เข้ารับตำแหน่ง เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (ออท.สหรัฐอเมริกา/ไทย) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 โดยเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยที่ผ่านมา ทั้งในฐานะเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ณ จังหวัดเชียงใหม่ จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขณะที่ ออท.สหรัฐอเมริกา/ไทย ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเช่นเดียวกัน
ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดในฐานะหุ้นส่วนและพันธมิตรที่มีมายาวนานเกือบ 2 ศตวรรษ เสริมสร้างบนรากฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทำให้ความใกล้ชิดและความเข้าใจระหว่างกันแน้นแฟ้นยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือทางทหาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความร่วมมือด้านความมั่นคงที่สำคัญของภูมิภาค
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กล่าวขอบคุณบทบาทที่สร้างสรรค์ของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาค การสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียน ตลอดจนบทบาทในการส่งเสริมการเจรจาและแสวงหาแนวทางแก้ไขสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างสันติ รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาความทันสมัยของกองทัพไทย
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันที่จะส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางทหารอย่างรอบด้าน รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม (interoperability) และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคและประชาคมโลกต่อไป