โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดสายมูไทยพุ่ง 2.2 หมื่นล้าน! Gen Z ขับเคลื่อนแฟชั่นแห่งความเชื่อสู่ตลาดโลก

The Better

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 07.37 น. • THE BETTER
ตลาดสายมูเติบโตแรงทั่วโลก มูลค่าพุ่งทะยานถึง 22.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยยืนหนึ่งในเอเชีย Gen Z คือกลุ่มผู้บริโภคหลัก ผสานความเชื่อกับแฟชั่นสร้าง Soft Power ส่งออกถึงต่างประเทศ

ตลาดสายมู หรือเศรษฐกิจแห่งความเชื่อ กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและโลก ด้วยอัตราการเติบโตที่น่าจับตา ข้อมูลจาก Transparency Market Research ระบุว่า มูลค่าตลาดเครื่องประดับสายมูทั่วโลกอยู่ที่ 13.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 และมีแนวโน้มพุ่งทะยานไปสู่ 22.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความเชื่อที่เคยเป็นกิจกรรมส่วนบุคคล กำลังกลายเป็นสินค้าที่จับต้องได้และสร้างมูลค่าเชิงอุตสาหกรรมอย่างมหาศาล

การเติบโตนี้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของรายได้ผู้บริโภคทั่วโลก การขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและการปฏิบัติทางจิตวิญญาณมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ยอดนิยม ได้แก่ เครื่องประดับจี้ สร้อยข้อมือ แหวน และต่างหู ที่ใช้วัสดุหลากหลาย ตั้งแต่ทองคำ อัญมณี ไปจนถึงหินมงคล

ในไทย ตลาดมูเตลูมีมูลค่าอยู่ระหว่าง 10,800 – 15,000 ล้านบาท คนไทยเกือบครึ่งหนึ่ง (44.21%) มีความเชื่อเรื่องมูเตลูอย่างแข็งขัน ความเชื่อเหล่านี้ได้กลายเป็นฐานวัฒนธรรมสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่มีถึง 73.2% ระบุว่าตนเองเป็นสายมู การดูดวง การบูชาเครื่องราง และการเลือกสีหรือเลขมงคล เป็นกิจกรรมยอดนิยม ซึ่งสะท้อนว่า Gen Z ใช้ความเชื่อเป็นเครื่องมือในการแสดงออกถึงตัวตนและสร้างความมั่นใจ

พฤติกรรมการมูเตลูของ Gen Z ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพิธีกรรมดั้งเดิม แต่ถูกผสานเข้ากับแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง วอลเปเปอร์มงคล และเครื่องประดับแฟชั่น ทำให้เกิดการตลาดแบบ “Muketing” หรือการสร้างเนื้อหาที่ผสานความเชื่อเข้ากับความงามและสุนทรียภาพบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะ TikTok ซึ่งมีการกล่าวถึงมูเตลูสูงถึง 94.5% ของเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) ได้เข้ามาสนับสนุน Soft Power ไทยผ่านโครงการ Faith Fashion โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นสายมูใน 4 ภาค ได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไทย อัญมณีและเครื่องประดับไทย หัตถอุตสาหกรรมไทย และเครื่องสำอางความงาม โครงการนี้ช่วยยกระดับ SMEs และวิสาหกิจชุมชน 50 กิจการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท ด้วยแนวทางการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรมสมัยใหม่

ตัวอย่างความสำเร็จ ได้แก่

  • THAIS ECOLEATHERS สร้าง “กระเป๋าพลังหิน” จากหนังรีไซเคิล ผสานหินมงคลและเรื่องราวเพื่อสร้าง Soft Power ระดับโลก

  • Anya The Herb พัฒนาน้ำมันอโรม่าที่ผ่านพิธีปลุกเสก ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพจิตและความงามสำหรับคนรุ่นใหม่

  • Pennin Jewelry ออกแบบเครื่องประดับนางกวักร่วมสมัย ผสมผสานอัญมณีประจำวันเกิดและยันต์มงคล เพื่อสร้าง Storytelling ที่เชื่อมโยงรากวัฒนธรรมไทยกับความเชื่อสากล

โอกาสสำคัญในการขยายตลาดสายมูไทยอยู่ที่ จีน เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนมีความสนใจเครื่องรางไทยเพิ่มขึ้น และมองเป็นแฟชั่นที่แสดงอัตลักษณ์ การใช้ KOLs และแพลตฟอร์ม Douyin (TikTok จีน) เป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกับเน้นการสื่อสารแบรนด์ที่เชื่อมโยง “ความเป็นไทย” กับเรื่องราวสากล

นักวิเคราะห์มองว่าตลาดสายมูไทยมีศักยภาพเติบโตสูง เพราะไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “คุณค่าและเรื่องเล่า” ซึ่งตอบสนองความต้องการทางใจและแฟชั่นของผู้บริโภคยุคใหม่ การผสานความเชื่อเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย นวัตกรรม และความยั่งยืน ทำให้ตลาดนี้สามารถสร้าง Soft Power ไทยในระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง

ในอนาคต ตลาดสายมูไทยยังมีโอกาสขยายตัวสูง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และผู้บริโภคต่างชาติที่ต้องการสินค้าที่เชื่อมโยงความงาม ความเชื่อ และความเป็นตัวตน การสนับสนุนจากรัฐและการสร้างความโปร่งใสทางกฎหมายจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือ ทำให้สายมูไทยไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังกลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ของประเทศไทยบนเวทีโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...