โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาคมโรงแรมไทยร่อนหนังสือถึงนายกฯหนูค้านแก้พ.ร.บ.สถานที่พักแรมเอื้อรายเล็ก

อีจัน

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 12.42 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2568 เวลา 05.37 น. • อีจัน

วันนี้ (11 ก.ย. 2568) นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า สมาคมโรงแรมไทยได้ส่งหนังสือแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติสถานที่พักแรม พ.ศ. …. เสนอโดย น.ส.ชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ เพื่อประกอบการพิจารณารับรองของนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 133 ของรัฐธรรมนูญ ดังนี้

1. สมาคมโรงแรมไทย ไม่เห็นด้วย กับการกำหนดนิยาม สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม, ที่พักที่เคลื่อนที่ไม่ได้, ที่พักที่เคลื่อนที่ได้, โฮสเทล, เกสท์เฮาท์, โฮมสเตย์ ตามร่างมาตรา 4 โดยไม่คำนึงถึงจำนวนห้องพัก จำนวนผู้เข้าพัก เนื่องจากสถานที่พักเหล่านี้ ล้วนมีลักษณะการประกอบธุรกิจที่เหมือนกันกับโรงแรม ต้องดูแลความสะดวก ปลอดภัยให้แก่ผู้เข้าพักเหมือนกัน มีการบริหารจัดการใกล้เคียงกัน จึงไม่ควรกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาใบอนุญาตเเยกออกจากกัน โดยสมควรกำหนดให้สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมควรจำกัดจำนวนห้องพักพักไม่เกิน 8 ห้อง และพักอาศัยได้ไม่เกิน 30 คนสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547

2. สมาคมโรงแรมไทย ไม่เห็นด้วย กับการกำหนดประเภทโรงแรม โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ตามร่างมาตรา 12/1 ในพระราชบัญญัติ เนื่องจากอาจจะมีที่พักประเภทใหม่ๆ ในอนาคต จึงสมควรกำหนดประเภทของโรงแรมไว้ในกฎหมายลูก

3. สมาคมโรงแรมไทย ไม่เห็นด้วย กับการกำหนดประเภทสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม โดยแบ่งประเภท ตามร่างมาตรา 39/1 เนื่องจากสถานที่พักเหล่านี้ ล้วนมีลักษณะการประกอบธุรกิจที่เหมือนกันต้องดูแลความสะดวก ปลอดภัยให้แก่ผู้เข้าพักเหมือนกัน มีการบริหารจัดการใกล้เคียงกัน จึงไม่ควรกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาใบอนุญาตแยกออกจากกันกันกับ โรงแรม

4. สมาคมโรงแรมไทย ไม่เห็นด้วย กับการพิจารณาคุณสมบัติอาคารที่ใช้ในการประกอบธุรกิจสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม ตลอดจนการนำอาคารมาประกอบสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ตามร่างมาตรา 39/3 เนื่องจากอาคารประเภทที่พักชั่วคราวเป็นอาคารที่ผู้ใช้อาคารไม่มีความคุ้นชินกันกับแผนผังอาคารและระบบความปลอดภัยต่างๆ ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย สมควรให้อาคารที่มีห้องพักเกิน 8 ห้อง ต้องใช้หลักเกณฑ์ควบคุมอาคารอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ใช้อาคาร จึงจำเป็นต้องเข้าเงื่อนไขในกฎกระทรวงกำหนดลักษณะและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2566 และเกณฑ์อาคารสาธารณะตามกฎกฎกระทรวงฉบับที่ 55 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด

5. สมาคมโรงแรมไทยเห็นว่าการประกอบธุรกิจโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติ แต่มีปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายแก่ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จึงไม่มีความจำเป็นการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

6. รัฐบาลไทยมีหน้าที่อันดับแรกที่จะต้องทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการมาท่องเที่ยวประเทศไทย หากไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยแล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงเป็นอย่างมากดังที่เกิดขึ้นกับตลาดนักท่องเที่ยวขืนในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อภาพรวมในการท่องเที่ยวทั้งหมดทั่วประเทศ จึงไม่สมควรประณีประนอมการหรือผ่อนคลายการบังคับใช้กฎหมายโรงแรมในค้านการให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...