โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อินเตอร์โกลด์ ฯ มุ่งสู่ผู้นำตลาดทองคำด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัล

Manager Online

เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 17.51 น. • MGR Online

อินเตอร์โกลด์ ฯ เดินหน้าสู่การเป็นผู้นำตลาดทองคำด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า ผ่านแอปพลิเคชันหลัก “ Gold2Go และ InterGOLD เดินหน้าขยายฐานลูกค้าเปิดสาขาอีก 3 แห่งในปีหน้า พร้อมสร้างระบบการกระจายทองคำที่มีประสิทธิภาพ รองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นจากร้านค้าทั่วประเทศ พร้อมบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาทองคำ ตั้งเป้ายอดขายปีนี้น้อยกว่า 10% แนะเก็บทองช่วงพักฐาน

นายธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายในปี 2568 ไว้ไม่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหลังจากผลงานครึ่งปีแรกของปี 2568 อินเตอร์โกลด์ ฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะฐานลูกค้าบุคคลที่เพิ่มขึ้นถึง 50% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนรุ่นใหม่มอบให้ บริษัทฯ จึงตั้งเป้าขยายบริการเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าบุคคลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ผ่านแอปพลิเคชัน Gold2Go ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การลงทุนทองคำในยุคดิจิทัล และเดินหน้าสร้างการเติบโตอีก 100% จากปีก่อน ซึ่งในปี 2567 บริษัทมียอดขายอยู่ในอันดับที่ 4 ของกลุ่มผู้ประกอบการค้าทองคำในไทย หรือที่ระดับมูลค่า 610,000 ล้านบาท

อกจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ อินเตอร์โกลด์ยังคงให้ความสำคัญกับร้านทอง ด้วยการดูแลและรักษาฐานลูกค้าเดิมอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยัง เดินหน้าสู่การเป็นผู้นำตลาดทองคำด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า ผ่านสองแอปพลิเคชันหลัก ได้แก่ Gold2Go แอปพลิเคชันสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการความสะดวกในการออมทอง และ InterGOLD แอปพลิเคชันสำหรับร้านทองที่ต้องการซื้อขายทองคำในปริมาณมาก ด้วยระบบจัดการสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ แอปพลิเคชัน InterGOLD (สำหรับ B2B) และ Gold2Go (สำหรับ B2C) มียอดดาวน์โหลดรวมมากกว่า 200,000 ครั้ง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มดิจิทัลของบริษัท โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ที่ Gold2Go มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นกว่า 70% ตอกย้ำถึงความนิยมและการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนและผู้บริโภคในวงกว้าง (อ้างอิงจากตัวเลขสถิติการใช้งานเว็บไซต์ที่มีมากเป็นอันดับ 1 ในหมวดหมู่ Finance-Investing ด้านสถิติการใช้งาน) และยังพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีความยืดหยุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนในระดับที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยการลงทุนผ่าน แอปพลิเคชัน Gold2Go ซึ่งสามารถซื้อขายได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

สำหรับการบริหารความเสี่ยงนั้น อินเตอร์โกลด์ ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาทองคำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน และพฤติกรรมของนักลงทุนในแต่ละช่วงเวลา บริษัทฯ จึงเน้นส่งเสริมแนวทาง “ลงทุนอย่างมีวินัย” และ “สร้างภูมิคุ้มกันพอร์ต” ผ่านแนวคิด Dollar-Cost Averaging (DCA) หรือ การทยอยซื้อเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนในภาวะที่ราคามีความผันผวนสูง

โดย อินเตอร์โกลด์ ให้บริการเริ่มต้นซื้อทองได้ด้วยเงินเพียง 100 บาท ,รับทองคำจริงได้ตั้งแต่ 0.5 กรัม (มูลค่าไม่เกิน 2,000 บาท) รวมทั้งบริการจัดส่งทองคำทางไปรษณีย์ พร้อมระบบติดตามและประกันภัยเต็มรูปแบบและรองรับการซื้อ–ขายแบบออนไลน์ แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งเหล่านี้คือแนวคิดการบริหารความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งในเชิงกลยุทธ์และเครื่องมือสนับสนุน เพื่อให้นักลงทุนสามารถปรับตัวและวางแผนการลงทุนได้อย่างมั่นใจแม้ในภาวะที่ตลาดผันผวน

นายธีรรัฐกล่าวถึงการการขยายฐานลูกค้า เพื่อให้ครอบคลุม ทั้งในมิติของพื้นที่ และรูปแบบบริการ โดยมีแผนการดำเนินงาน คือพันธมิตรทองคำระดับชาติ ตั้งเป้าขยายเครือข่ายร้านทองคู่ค้า (B2B) มากกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างระบบการกระจายทองคำที่มีประสิทธิภาพ รองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นจากร้านค้าทั่วประเทศ พร้อมกับปฏิวัติการรับทองคำในต่างจังหวัด เปิดให้บริการรับทองคำจริงนอกพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่นักลงทุน และตอบโจทย์ความต้องการในการซื้อทองเพื่อนำไปเก็บรักษา เริ่มต้นจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่นำร่อง และมีแผนขยายสู่หัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญอื่นทั่วประเทศ คาดว่าจะเปิดสาขาให้บริการอีก 3 แห่งภายในปี 2569

สำหรับราคาทองคำในประเทศอินเตอร์โกลด์ มองว่ายังคงอยู่ในช่วง “พักฐาน” หลังจากแตะจุดสูงสุดที่ 54,000 บาทต่อบาททองคำในครึ่งปีแรก หรือเพิ่มขึ้นกว่า 25% จากปลายปี 2567 สะท้อนโอกาสในการทยอยเข้าสะสมทองคำสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยเฉพาะเมื่อราคาย่อลงมาใกล้ระดับแนวรับสำคัญ ซึ่งในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรปรับกลยุทธ์จากการเก็งกำไรระยะสั้น มาเป็นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ ทยอยการลงทุนเพื่อบริหารต้นทุนเฉลี่ย และถือทองคำในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน

ทั้งนี้ ในช่วงที่เหลือปีนี้ ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามประกอบ ทั้งจัยสำคัญทั้งนโยบายการเงินสหรัฐฯ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพราะการลดดอกเบี้ยช้ากว่าที่คาด ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงลบต่อราคาทองคำ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงเป็นการเพิ่มต้นทุนการถือครองทองคำของนักลงทุน , สงครามการค้าที่การเจรจาและความคาดหวังจากข้อตกลงการค้าต่าง ๆ ไม่ได้สร้างแรงหนุนให้ราคาทองคำเหมือนช่วงก่อนหน้า แต่กลับส่งผลให้เกิดแรงกดดันที่อาจส่งผลต่อการปรับลงของราคาได้ ตลอดจนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ - สถานการณ์ระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน และแรงซื้อจากจีนที่ต่อเนื่องถึง 9 เดือนติด หลังจากปีก่อนที่จีนซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 14 เดือน แต่เมื่อหยุดการซื้อ ราคาทองคำได้ปรับตัวลงกว่า 100 เหรียญสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า นโยบายการซื้อทองคำของจีนเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาดทองคำโลก

“ช่วงที่เหลือปีนี้ให้กรอบราคาระยะกลาง 51,300-50,500 บาท เพราะราคาทองรับข่าวลบไปหมดแล้ว และเชื่อว่าราคาทองจะไม่หลุด 50,000 บาท ซึ่งคนที่ลงทุนทองไทยจะมีความมั่นคง เพราะการขึ้นลงของราคาทองจะไม่รับผลกระทบมากนักเพราะมีบาทมาช่วย การขาดทุนจะน้อย ต่างจากทองนอกราคาขึ้นลงไม่มีบาทมาช่วย ทำให้มีความเสี่ยงมากกว่า ” นายธีรรัฐกล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...