โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พรรคส้ม”จุดไม่ติด! กระสุนด้านซ้ำซาก

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เมืองไทย 360 องศา

จะเรียกว่า “จุดไม่ติดสักที” สำหรับ “พรรคส้ม” หรือพรรคประชาชน ที่ก่อนหน้านี้ ออกมาจุดกระแสต่อต้านการที่ “องคมนตรี” มาร่วมประชุมกับรัฐบาลกับกระทรวงมหาดไทย กรณีการมาร่วมรับฟังและเตรียมข้อมูลรับมือกับปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในอนาคต โดยคราวนั้นพรรคประชาชนมีการโพสต์ทางสื่อโซเชียลต่อต้าน พร้อมๆ กับการออกโรงของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค เพียงแต่ใช้คำพูดอ้างว่ารัฐบาลกำลัง “ดึงฟ้าต่ำ” ขณะที่เพจของพรรค ระบุข้อความทำนองว่าเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการกระทำที่มิบังควร

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กทางการของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความเรื่อง “รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” มีเนื้อหาระบุว่า ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล

แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้

มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร

ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร

ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการ หรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน

คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธ หรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ นั่นคือข้อความตอนหนึ่งของพรรคประชาชนที่โพสแสดงท่าที

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคพรรคประชาชน กล่าวถึงประเด็นดังกล่าว ในเวลาต่อมา

ว่า เราต้องคงการที่ถูกต้องตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การแสดงบทบาทของนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ที่ไม่ควรที่จะนำตัวแทน หรือสถาบันมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการตัดสินใจนโยบายสาธารณะโดยตรง เพราะทุกการตัดสินใจล้วนต้องมีการรับผิดและรับชอบ หากเกิดการตัดสินใจใดๆ ที่ผิดพลาด อาจจะกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

“ผมและพรรคประชาชนมีความเป็นห่วงในส่วนนี้ ซึ่งเราเองมีการสื่อสารไปแล้ว เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.69) ว่าจริงๆการกระทำแบบนี้ของตัวนายกรัฐมนตรี อาจจะไม่มีความเหมาะสม ผมเข้าใจดี เห็นว่าหลายส่วนก็แสดงความคิดเห็นว่า การประชุมลักษณะนี้ ที่มีองค์การมนตรีเข้าร่วม ดำเนินการมาแล้วหลายปีแล้ว แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าต้องถามหลักการให้ตรงกันก่อน คำถามนี้ควรจะต้องส่งตรงไปยังนายกรัฐมนตรี ว่าตัวนายกรัฐมนตรี คิดเห็นอย่างไรกับการกระทำของตัวเอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ ในระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มันเป็นหลักการที่ไม่ถูกต้อง ผมก็ไม่คิดว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง ที่เคยทำต่อเนื่องมาแล้วในอดีต”

ขณะเดียวกันในเวลาถัดมา ยังมีความเห็นตามมาจาก นายปิยบุตร แสงกนกกุล ซึ่งหลายคนบอกว่า เป็นหนึ่งในผู้นำทางความคิดของบรรดาสาวกของพรรคส้ม ก็ออกมาเสนอให้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยกเลิกองคมนตรี โดยอ้างว่าไม่สอดคล้องกับหลักการของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

แน่นอนว่า ทั้งจากข้อความในเพจของพรรคประชาชน และคำพูดของหัวหน้าพรรค และระดับแกนนำสำคัญมีเจตนาเหมือนกับว่า รัฐบาลกำลังละเมิดหลักการ และทำลายการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมทั้งระบุว่ากำลัง “ดึงฟ้าต่ำ” อะไรประมาณนั้น

แต่เชื่อหรือไม่ว่าพลันที่พรรคประชาชนแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา สังคมส่วนใหญ่ก็ต่างสามัคคีสวนกลับแบบรู้ทันทีว่า “มีเจตนาแบบไหน” กันแน่

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากอารมณ์และความรู้สึกของสังคมส่วนใหญ่ต่างแสดงความรู้สึกออกมาเป็นความรู้สึกร่วมย้อนกลับไปทางพรรคประชาชนในแบบที่คาดไม่ถึง จนประเมินได้เลยว่า งานนี้พรรคประชาชน “ไม่มีแต้มบวก” มีแต่เสียหาย อาจมีการแสดงความเห็นกันบ้างในหมู่คนกันเอง หรือแฟนคลับที่มีอยู่เดิม แต่รับรองได้เลยว่าไม่ได้แนวร่วมเข้ามาเพิ่มแน่นอน

ขณะเดียวกัน ยิ่งมาพิจารณาจากบทบาทในสภาในฐานะพรรคฝ่ายค้านในช่วงเวลาที่ผ่านมากลับไม่ปรากฏว่ามีผลงานโดดเด่นเป็นชิ้นเป็นอัน หรือมี “ลำหักลำโค่น”ให้สมกับเป็นพรรคแกนนำที่มีเสียงมากที่สุดในสภา หัวหน้าพรรคก็ยังเป็น “ผู้นำฝ่ายค้าน” แต่กลายเป็นว่า บทบาท “เด่นกว่า” กลับตกไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีเสียงเพียงแค่ยี่สิบกว่าเสียงเท่านั้น

ดังนั้น สำหรับพรรคประชาชน นาทีนี้จะเรียกว่า “ถดถอย” ได้อย่างแท้จริง อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งเขาไม่ค่อยรับรู้กับสถานการณ์และบรรยากาศของสังคม ไม่ค่อยรับรู้กับความรู้สึกของสังคมส่วนใหญ่ว่ามีความต้องการให้เป็นเป็นแบบไหน ลักษณะไม่ต่างจาก “นักกิจกรรม” ที่เพ้อฝันในอุดมคติที่ไม่มีจริง และตัวเองก็ยังไม่เคยสัมผัสจริงทั้งในพรรค และในสังคมรอบข้าง บางครั้งเหมือนกับว่า “หมกมุ่น” อยู่กับบางเรื่อง จนสังคมเริ่มเบื่อหน่าย เหมือนกับคราวนี้ที่ “แป้ก” จุดไม่ติดอีกรอบ!!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...