โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ASEAN Week เกาะติด ข่าวอาเซียน ตลอดสัปดาห์นี้ (31 พ.ค. – 6 มิ.ย. 2569)

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ASEAN Week ในสัปดาห์นี้ (31 พ.ค. - 6 มิ.ย. 2569) อัปเดตข่าวคราวความเคลื่อนไหวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับ ASEAN Week “การเงินธนาคาร” จะพาไปติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวในภูมิภาคอาเซียน ตลอดสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. - 6 มิ.ย. 2569 ได้แก่

“ภาคการผลิตอาเซียน” ฟื้นตัวในรอบ 4 เดือน เวียดนาม-ไทยนำขบวน แม้ส่งออกยังอ่อนแรง

ภาคการผลิตอาเซียนฟื้นตัวแข็งแกร่งในเดือนพฤษภาคม โดยดัชนี PMI ขยับขึ้นสู่ 51.5 สูงสุดในรอบ 4 เดือน จากแรงหนุนของอุปสงค์ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น แม้ภาคส่งออกยังอ่อนแอ โดยเวียดนามและไทยเป็นผู้นำการฟื้นตัวด้วยค่า PMI ที่ 52.8 และ 52.6 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังระมัดระวังการจ้างงาน ท่ามกลางความเสี่ยงจากสงคราม เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางการค้าโลกที่ยังคงกดดันแนวโน้มการเติบโตในระยะข้างหน้า

นายกฯ เตรียมเยือนเวียดนาม สั่งเร่งต่อยอดความร่วมมือไทย-เวียดนาม ดันการค้าสู่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมเยือนเวียดนามตามคำเชิญของ To Lam และเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum 2026 ระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย. 2569 พร้อมสั่งทุกกระทรวงเร่งต่อยอดความร่วมมือไทย-เวียดนามให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในด้านการค้า การลงทุน โลจิสติกส์ พลังงานสะอาด และความมั่นคงทางอาหาร หลังทั้งสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันราว 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เวียดนาม ขาดดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 5.2 พันล้านดอลลาร์ สงครามอิหร่านซ้ำเติมเศรษฐกิจ

เวียดนามเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น หลังขาดดุลการค้าเดือนพฤษภาคมพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบนำเข้าที่สูงขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวสู่ 5.6% สูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลาง ส่งผลให้เป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ 10% ของรัฐบาลเผชิญความท้าทายมากขึ้น แม้การส่งออกยังขยายตัวแข็งแกร่งก็ตาม

“เวียดนาม” เดินหน้าสร้างศูนย์การเงินนานาชาติ ดึงเงินลงทุนเดินเรือ-การบินหลายพันล้านดอลลาร์

เวียดนามเดินหน้าผลักดันศูนย์การเงินนานาชาติ (VIFC) ในนครโฮจิมินห์และดานัง เพื่อดึงดูดเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในธุรกิจการเงินด้านการเดินเรือและการบิน พร้อมเตรียมผ่อนคลายกฎเงินตราต่างประเทศและการเคลื่อนย้ายเงินทุน หวังยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางการเงินระดับภูมิภาค และดึงมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจการค้า โลจิสติกส์ และบริการทางการเงินกลับมาอยู่ในประเทศมากขึ้น แม้ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับการปฏิรูปกฎหมายและโครงสร้างสถาบันในระยะยาว

“กัมพูชา” ยื่นเรื่องต่อ UN ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททะเลไทย แหล่งก๊าซ-น้ำมันมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์

กัมพูชายื่นเรื่องต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อเปิดกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับกับไทยภายใต้ UNCLOS หวังคลี่คลายข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในอ่าวไทย ซึ่งคาดว่ามีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการเจรจาระหว่างสองประเทศไม่คืบหน้า โดยไทยมีเวลา 21 วันในการแต่งตั้งผู้ไกล่เกลี่ย ขณะที่รัฐบาลไทยยืนยันเดินหน้าปกป้องอธิปไตยของชาติ หลังยกเลิก MOU ปี 2544 ที่เคยเป็นกรอบความร่วมมือพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่ดังกล่าว

นายกฯ สั่งพาณิชย์-เกษตรฯ เร่งเจรจามาเลเซีย ปมระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ เร่งเจรจากับมาเลเซีย หลังประกาศระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ชั่วคราวตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ส่งออก และชาวประมง พร้อมเตรียมมาตรการรองรับทั้งการพยุงราคากุ้งหน้าฟาร์ม ดูแลผลผลิตส่วนเกินในประเทศ และเร่งหาตลาดส่งออกใหม่ เพื่อไม่ให้ภาระทั้งหมดตกอยู่กับเกษตรกรไทย

สิงคโปร์ รับอานิสงส์เงินทุนหลบภัย “ส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐ” พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สิงคโปร์ได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ส่วนต่างอัตรา Swap อายุ 2 ปี ระหว่างสิงคโปร์กับสหรัฐฯ ขยายตัวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.46% ขณะที่เศรษฐกิจสิงคโปร์ยังเติบโตแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องสูง ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมในประเทศอยู่ในระดับต่ำ ต่างจากสหรัฐฯ ที่เผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยสูงขึ้นจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง

“ตลาดอินโดนีเซีย” ทรุดหนัก รูเปียห์ทะลุ 18,000 ต่อดอลลาร์ หุ้นร่วงต่ำสุดในรอบ 6 ปี

ตลาดการเงินอินโดนีเซียเผชิญแรงกดดันหนัก โดยค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทะลุ 18,000 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ขณะที่ดัชนีหุ้น JCI ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ฐานะการคลัง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนด้านนโยบาย ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์ต่อเนื่อง และตลาดจับตาว่า Bank Indonesia อาจต้องแทรกแซงตลาดหรือปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อพยุงค่าเงินและฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

“รัฐสภาอินโดนีเซีย” ไฟเขียวขยายบทบาทธนาคารกลาง เพิ่มเป้าหมายหนุนภาคเศรษฐกิจจริง

รัฐสภาอินโดนีเซียผ่านกฎหมายภาคการเงินฉบับใหม่ ขยายบทบาทของ Bank Indonesia ให้มีหน้าที่สนับสนุนการเติบโตของภาคเศรษฐกิจจริงควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพค่าเงินและระบบการเงิน โดยมุ่งส่งเสริมการลงทุน การขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการจ้างงาน สะท้อนความต้องการของรัฐบาลที่ต้องการให้ธนาคารกลางมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ

แบงก์ชาติ-ก.คลังอินโดนีเซีย เห็นพ้องเพิ่มผลตอบแทนสินทรัพย์การเงิน พยุงค่าเงินรูเปียห์

อินโดนีเซียเร่งประสานนโยบายการเงินและการคลังเพื่อดึงเงินทุนต่างชาติกลับเข้าประเทศ หลังค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทำสถิติต่ำสุดและตลาดหุ้นร่วงกว่า 30% โดยธนาคารกลางและกระทรวงการคลังเตรียมเพิ่มความน่าสนใจของผลตอบแทนสินทรัพย์การเงิน พร้อมใช้มาตรการดูแลตลาดการเงิน ทั้งการแทรกแซงค่าเงิน ซื้อพันธบัตร และปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...