โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หนุ่มใหญ่คลุ้มคลั่งคว้ามีดดาบไล่ฟันตำรวจ ถูกยิงสวนดับคาที่กลางทุ่งนากาฬสินธุ์

สยามรัฐ

อัพเดต 39 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หนุ่มใหญ่วัย 51 ปี เกิดอาการคลุ้มคลั่งจากขาดยารักษา ถือมีดดาบไล่ฟันตำรวจที่เข้าระงับเหตุ จนเกิดการปะทะและตำรวจต้องยิงสวนเพื่อป้องกันตัว ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและเหตุการณ์อย่างละเอียดตามขั้นตอนกฎหมาย

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 มิ.ย.69 ร.ต.อ.จะเด็จ เพ็ชรปราณี พนักงานสอบสวนเวร สภ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต ที่บริเวณทุ่งนาเลี้ยงวัว ท้ายหมู่บ้านคำศรี หมู่ที่ 3 ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจึงรายงานไปยัง พ.ต.อ.ธิติ สมศรี ผกก.สภ.หนองกุงศรี และ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ จากนั้นจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พนักงานอัยการ และ นพ.พลกฤษณ์ ศรีวุฒิชาญ แพทย์เวรโรงพยาบาลหนองกุงศรี ร่วมรุดเดินทางไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุทันที

โดยบริเวณที่เกิดเหตุเป็นลักษณะทุ่งหญ้ากว้าง ใกล้กับขอบสระน้ำท้ายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายกฤษณพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี อยู่หมู่ที่ 13 ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ สภาพศพสวมเสื้อลายดอกหลากสี นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณข้างสระน้ำ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของแพทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบร่องรอยบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณต้นขาด้านซ้าย 1 นัด และบริเวณหน้าอกด้านซ้ายอีก 1 นัด เจ้าหน้าที่ได้ทำการกั้นพื้นที่โดยรอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามา พร้อมทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

ตรวจสอบในมือของผู้ตายยังคงกำมีดสำหรับดายหญ้า เล่มยาวเอาไว้แน่น และในบริเวณใกล้เคียงกันนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่จำนวน 2 ปลอก รวมถึงรองเท้าแตะของผู้เสียชีวิตตกอยู่ 1 คู่ จึงได้บันทึกภาพและเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบสำนวนคดี

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ สภ.หนองกุงศรี นำโดย ร.ต.อ.สุนทร คำภิรมย์ รองสารวัตรสืบสวน (รอง สว.สส.) ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดสายตรวจรถยนต์ พร้อมด้วยตำรวจรวม 5 นาย ได้รับแจ้งเหตุขอกำลังระงับเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีบุคคลเกิดอาการคุ้มคลั่งอาละวาด และถืออาวุธมีด เดินเพ่นพ่าน สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน อยู่ที่บริเวณทุ่งนาเลี้ยงวัวท้ายหมู่บ้านคำศรี

เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบนายกฤษณพล ผู้ตาย กำลังคลุ้มคลั่ง ร้องตะโกนเอะอะโวยวาย ขู่ทำร้ายคนเข้ามาใกล้ และในมือถือมีดดาบดายหญ้าเล่มยาว เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังพร้อมนำไม้ง่าม และอุปกรณ์ไม้นวม เข้าทำการเกลี้ยกล่อมตามยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก โดยพยายามพูดคุยให้สงบสติอารมณ์ ซึ่งผู้ตายได้เดินคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถอยห่างจากจุดแรกไปไกลกว่า 200 เมตร

แต่สถานการณ์กลับเริ่มทวีความตึงเครียดขึ้น เมื่อผู้ตายไม่มีท่าทีจะยอมวางอาวุธ และเกิดการต่อสู้ขัดขืนอย่างรุนแรง โดยผู้ตายได้โผเข้ายื้อแย่งไม้ง่ามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วนำไม้ง่ามอันดังกล่าววิ่งไล่ตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนฝั่งเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจยกเลิกภารกิจชั่วคราวและพยายามถอยร่นเพื่อตั้งหลัก

อย่างไรก็ตาม นายกฤษณพล ที่ยังมีอาการคลั่งและในมือยังคงถือมีดดายหญ้าอยู่ ได้พยายามวิ่งพุ่งตรงเข้ามาประชิดตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างกระชั้นชิด เพื่อหวังทำร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบก้าวถอยหลังหนีอย่างรวดเร็ว กระทั่งมาถึงบริเวณริมขอบสระน้ำ ร.ต.อ.สุนทร เกิดเสียหลักสะดุดล้มลงก้นกระแทกพื้น ทันใดนั้นนายกฤษณพล ได้วิ่งโถมเข้าใส่ พร้อมเงื้อมีดในมือหมายจะฟันเข้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังล้มอยู่ ในวินาทีวิกฤตที่จวนตัวและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตัดสินใจชักอาวุธปืนพกประจำกายยิงสวนออกไปจำนวน 2 นัด เพื่อทำการระงับเหตุและป้องกันชีวิตตนเอง ทำให้กระสุนพุ่งเจาะเข้าที่ต้นขาและหน้าอกซ้ายของนายกฤษณพลจนล้มลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนจะได้ร่วมกับแพทย์ พนักงานอัยการ และฝ่ายปกครอง ทำการสอบสวนปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดระงับเหตุทั้งหมด รวมถึงพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามพยานหลักฐาน พร้อมยืนยันให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ด้านนายโอรส (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี น้าผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุหลานชายคลุ้มคลั่ง ตำรวจมากระงับเหตุเกิดการต่อสู้กันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนถูกยิงสวนเสียชีวิต ก่อนหน้านี้ก็มีพฤติกรรมทำร้ายพ่อหลายครั้งด้วย

ด้านนายสมศรี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 79 ปี พ่อผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายมีอาการคุ้มคลั่งเป็นประจำเนื่องจากที่ผ่านมามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และขาดการกินยารักษาต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละวันจะมาขอเงินพ่อ กับแม่ทุกวัน วันละ 3 ครั้ง เช้า เที่ยง เย็น เพื่อไปซื้อเสพติด โดยจะให้ครั้งละ 50 บาท เพราะหากไม่ให้ก็จะอาลวาด ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตมีพฤติกรรมหวงที่ดิน หากมีบุคคลจะผ่านมาบริเวณไร่ของตัวเองไม่ได้ ก่อนเกิดเหตุ ตนให้คนมาตัดต้นไม้ จึงมาขอเจรจาแต่เจ้าตัวไม่ยอม กระทั่งจำเป็นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ และเกิดเหตุดังกล่าว โดยทางญาติไม่ได้ติดใจ

ขณะที่นายสมภักดิ์ อนุสรณ์ อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่ผู้ใหญ่บ้านคำศรี หมู่ที่ 13 กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยบ่อยครั้งที่จะอาละวาด และทำร้ายบุคคลอื่น เป็นบุคคลอันตราย ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจได้เข้ามาแล้วระงับเหตุหลายครั้ง และนำตัวส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลบ่อยครั้งมาก แต่ก็ไม่หาย เพราะกลับมาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว

อย่างไรก็ตามด้าน พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.หนองกุงศรีตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ผู้เสียชีวิตนอกจากจะขาดการกินยารักษาต่อเนื่องแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเกี่ยวข้องจะต้องเร่งทำการขยายผลแหล่งที่มาของยา เพื่อจับตัวกลุ่มผู้ขายให้ได้ และนำมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเรื่องของคดีให้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน และขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...