โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

การเปลี่ยนรูปความรุนแรงที่ชายแดนใต้ : อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

กรณีความสูญเสียจากเหตุยิง ครูปาตีเมาะ ยาโงะ ครู รร.ประสานวิทยามูลนิธิ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี คือ ความรุนแรงที่ไม่มีใครควรต้องเผชิญ การทำร้ายผู้บริสุทธิ์ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องถูกปฏิเสธอย่างถึงที่สุด แต่ในเวลาเดียวกัน หากสังคมหยุดอยู่เพียง ความโกรธ และ การประณาม โดยไม่พยายามทำความเข้าใจเงื่อนไขที่ทำให้ความรุนแรงดำรงอยู่ เราอาจกำลังต่อสู้เพียง “ปลายเหตุ” ขณะที่บาดแผล ความกดทับ และความรู้สึกสิ้นหวัง ที่สะสมมายาวนานในพื้นที่ ยังคงถูกผลิตซ้ำความรุนแรงต่อไปทุกวัน

ศ.เกียรติคุณ อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สะท้อนมุมมองและหลักคิดไปสู่การหาทางออกต่อกรณีความรุนแรงที่ชายแดนใต้ ผ่านบทความที่เผยแพร่อยู่ในเพจ ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง โดยระบุเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า

ศ.เกียรติคุณ อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

แน่นอนว่าการใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าในกรณีใด ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องถูกประณามอย่างถึงที่สุด แต่หากสังคมหยุดอยู่เพียงการก่นด่าทางศีลธรรม โดยไม่พยายามทำความเข้าใจเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ อารมณ์ และโครงสร้างที่ผลักดันให้ความรุนแรงเช่นนี้ปะทุขึ้น ความรุนแรงก็อาจยังดำรงอยู่ต่อไปในรูปแบบที่ลึกและซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

การประณามความรุนแรงเป็นหน้าที่ทางศีลธรรมของสังคม แต่การทำความเข้าใจความรุนแรงคือหน้าที่ทางปัญญา หากสังคมเลือกเพียงก่นด่าโดยไม่พยายามเข้าใจ เราอาจกำลังต่อสู้กับเพียง “อาการ” โดยปล่อยให้เงื่อนไขที่ ผลิตซ้ำความรุนแรง ยังคงดำรงอยู่ ส่วนคนก่อการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือพลาดพลั้ง ก็ควรจะต้องรับรู้ว่านี่เป็นการสูญเสียทางการเมืองอย่างยิ่ง การต่อสู้เพื่อสิทธิความเป็นมนุษย์จะต้องไม่ทำลายมนุษย์ผู้บริสุทธิ์

ความยาวนานของความขัดแย้งในภาคใต้ที่ดำเนินมายี่สิบกว่าปี ได้ทำให้ความรุนแรงในพื้นที่ค่อย ๆ เปลี่ยนรูปความรุนแรง จากการจัดตั้งมาสู่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเองในชีวิตประจำวัน (everyday spontaneous violence) กล่าวได้ว่า ความรุนแรงที่ผู้คนเผชิญอยู่ในยี่สิบปีที่ผ่านมาได้ ตกตะกอนลงในชีวิตแล้ว (the descent of violence into the ordinary) การปะทุขึ้นของความรู้สึกถูกกดทับที่สะสมมายาวนาน ประกอบกับ พื้นที่การเมืองสาธารณะถูกปิดกั้น ความโกรธจึงไหลเข้าสู่ชีวิตประจำวัน การกระทำการที่ข้ามพรมแดนการต่อสู้ทางการเมืองที่เหมาะสมจึงเกิดขึ้น

คนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2547 เขาไม่ได้เพียง “อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้ง” แต่ชีวิตของเขาถูกหล่อหลอมโดยความขัดแย้งตั้งแต่ยังไม่มีภาษาที่จะเข้าใจและอธิบายโลกเสียด้วยซ้ำ สังคมที่ผู้คนแบกรับความกดดันจนเกิดกว่าที่จะควบคุม/จัดการได้ ความโกรธและความรุนแรงจะปะทุได้ทุกช่วงเวลาและยิ่งปะทุขึ้นมาก ก็จะพบกับการโต้ตอบของรัฐที่ใช้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นข้ามพรมแดนความเหมาะสมอย่างหนัก (การยิงปืนจากเฮลิคอปเตอร์แบบเดียวกับที่อเมริกาทำในเวียดนาม การกล่าวหาโรงเรียนสอนศาสนา การล้อมปราบตลาดในเมือง รวมถึง การ “ให้ท้าย”เจ้าหน้าที่ในการใช้ความรุนแรง) ซึ่งยิ่งทำให้“ชีวิตประจำวัน” อยู่ในภูมิทัศน์ทางอารมณ์ของความเดือดดาล (Landscape of Summering Anger)

การใช้ความรุนแรงใน/กับชีวิตประจำวันอย่างเป็นไปเองโดยไม่ได้วางแผนอะไร มีแนวโน้มที่จะเกิดได้มากขึ้น ความรุนแรงเช่นนี้จะกระจัดกระจายไปในทุกพื้นที่ ความรุนแรงเช่นนี้ไม่ได้เกิดเพราะความเกลียดชังล้วน ๆ หากแต่เกิดขึ้นจากชีวิตประจำวันที่ถูกกดทับทางอารมณ์มาเป็นเวลายาวนาน ความรุนแรงเช่นนี้ป้องกันได้ยากมากเพราะจะเกิดขึ้นได้ในทุกจังหวะของชีวิตประจำวัน

หากการใช้ความรุนแรงภาครัฐเพิ่มมากขึ้นในอัตราเดียวกับช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ผ่านมา ก็ยิ่งจะทำให้ความรุนแรงในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ และจะทำให้“การปราบปราม” ของรัฐทวีความล้มเหลวสูงขึ้น ต้องย้ำเตือนกันว่าเวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมากได้พิสูจน์แล้วว่าการใช้อำนาจและความรุนแรงไม่ได้บรรเทาปัญหาแต่อย่างใด

ทางออกในการดูแลความรุนแรงในชีวิตประจำวันไม่ให้กระจายออกไปกว้างขวางกว่านี้ เน้นว่า น่าเป็นการมองจากรัฐเป็นหลัก ได้แก่ การลดแรงกดทับทุกมิติให้มากขึ้น เปิดพื้นที่สาธารณะทางการเมืองให้มากขึ้น การปรับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่เป็นสายสู้รบอย่างเดียว (สายเหยี่ยว) ออกไปให้มากที่สุด

เสนอแผนการการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับกลุ่มต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เพื่อเปิดโอการให้แก่ความเห็นพ้องร่วมกันและเปิดการเจรจาในทุกจังหวะของการพูดคุย

หากมองจากกลุ่มผู้ก่อการ ก็ต้องตระหนักว่าการต่อสู้เพื่อสิทธิทางการเมืองต้องคำนึงถึงความชอบธรรมของปฏิบัติการด้วย

“ต้องย้ำในท้ายสุดนี้ว่าการทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และไม่ใช่เรื่องเดียวกับการให้ความชอบธรรมต่อความรุนแรงนะครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

จนท.กู้ภัยแจ้งพบแล้ว 5 คน ติดถ้ำในลาว อาการปลอดภัยดี – เร่งค้นหาอีก 2 คน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ เปิดงาน "THAIFEX–ANUGA ASIA 2026" ดันไทยฮับอาหารโลก

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...