โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เซอร์จอห์น เบาว์ริง-สังฆราชปาลเลกัวซ์ สุดทึ่ง! กรุงเทพฯ “เมืองแมว”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 เม.ย. เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 10.06 น.

เซอร์จอห์น เบาว์ริง-สังฆราชปาลเลกัวซ์ สุดทึ่ง! กรุงเทพฯ เมืองแมว

เราอาจรู้จักสังคมสมัยต้นรัตนโกสินทร์ในแง่วิถีชีวิตผู้คน แต่เราแทบไม่รู้เรื่องเพื่อนร่วมโลกอย่าง “สุนัข-แมว” ในสมัยนั้นสักเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องสัตว์ทั้ง 2 ชนิดนี้ เซอร์จอห์น เบาว์ริง และ สังฆราชปาลเลกัวซ์ ชาวต่างชาติที่มีบทบาทสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 3-4 ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน ทำให้รู้ว่า กรุงเทพฯ เมืองแมว เป็นอย่างไร

กำพล จำปาพันธ์ นักประวัติศาสตร์ เล่าไว้ในผลงานเล่มล่าสุด “Siamese Cat สยามวิฬาร์ & ประวัติศาสตร์ไทยฉบับแมวเหมียว” (สำนักพิมพ์มติชน, 2567) ว่า

กรุงเทพมหานคร สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นเมืองที่ชุกชุมไปด้วย “แมว” เหมือนสมัยกรุงศรีอยุธยา ดังที่ เซอร์จอห์น เบาว์ริง (Sir John Bowring) ราชทูตอังกฤษที่เข้ามาทำสนธิสัญญาเบาว์ริง สมัยรัชกาลที่ 4 บันทึกไว้ว่า

“ในถนนหนทางและบ้านเรือนของชาวสยาม มีสุนัขและแมวเป็นจำนวนมาก สุนัขนั้นก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นและสกปรก เป็นสัตว์ที่ไม่มีตระกูล การปรากฏตัวของพวกมันโดยเฉพาะตามวัดวาอารามก่อให้เกิดความรบกวนและเป็นที่รังเกียจ

“ส่วนแมวนั้น พวกมันจำนวนมากสวยแต้มเป็นสีและรูปต่างๆ ไม่เหมือนแมวตระกูลยุโรปทั่วไป พวกมันมีทั้งหางยาว หางสั้น หางกวัก หางกุด คือไม่มีหางเลย แมวที่จับหนูดีที่สุดคือพวกที่มีขนสีเปลือกลูกเกาลัด มีจุดแต้มสีดำและขาว ซึ่งพวกเราได้เอาไปเป็นตัวอย่างหลายตัว และพวกมันก็เป็นที่โปรดปรานในความรักและการเอาใจจากเจ้าของ และคุณภาพที่เป็นประโยชน์ของมัน”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเซอร์จอห์น เบาว์ริง เทใจให้น้องแมวชัดเจน!

จากบันทึกข้างต้น กำพลสังเกตว่า ประโยค “ซึ่งพวกเราได้เอาไปเป็นตัวอย่างหลายตัว” ทำให้ทราบว่าคณะของเซอร์จอห์น เบาว์ริง น่าจะเป็นกลุ่มแรกๆ ตามที่มีหลักฐานปรากฏเรื่องการนำแมวสยามไปยังประเทศในยุโรป

ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีหลักฐานบอกว่า บรรดาแมวที่นำออกไปนั้นอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ หรือมีลูกแมวหลานแมวหรือเปล่า เพราะการนำแมวจากประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนอบอ้าวไปยังประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นเป็นเรื่องค่อนข้างลำบาก ระยะแรกของการเดินทางของแมวสยามจะพบว่า พวกมันมีอายุสั้นมาก เพราะทนกับสภาพอากาศและโรคภัยไข้เจ็บไม่ได้เท่าช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20

เซอร์จอห์น เบาว์ริง ยังกล่าวถึงสุนัขและแมวที่อยู่ในวัดในกรุงเทพฯ ด้วยว่า

“สุนัขและแมวนั้นมีอยู่มากมายภายในกำแพงของวัด ณ ที่นั้น พวกมันมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยและแก่ตาย แน่นอนพวกมันเป็นสิ่งรบกวน แต่ว่ากรุงเทพฯ ก็มิสู้จะเลวร้ายกว่ากรุงดามัสกัส หรือกรุงคอนสแตนติโนเปิล”

กำพลยังยกตัวอย่างบุคคลสำคัญอีกหนึ่งราย ที่ทำให้เห็นถึงความเป็น กรุงเทพฯ เมืองแมว ก็คือ ฌัง-บัพติสต์ ปาลเลกัวซ์ (Jean-Baptiste Pallegoix) บาทหลวงชาวฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ในสยามตั้งแต่รัชกาลที่ 3 จนถึงรัชกาลที่ 4

สังฆราชปาลเลกัวซ์ มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชุมชนชาวคริสต์ในหัวเมืองต่างๆ ในสยาม ทั้ง อยุธยา อินทร์บุรี พรหมบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี บางปลาสร้อย แปดริ้ว นครนายก ระยอง จันทบุรี และทุ่งใหญ่ ซึ่งทุกที่ที่ไป สัตว์ที่มีมากก็คือสุนัขและแมวนั่นเอง จนสังฆราชปาลเลกัวซ์ถึงกับออกปาก “หมากับแมวมีมากเหลือเกินในประเทศสยาม”

กำพลให้เหตุผลว่า ที่สยามมีสุนัขและแมวเยอะ เพราะนอกจากสัตว์ทั้ง 2 ชนิดแล้ว สยามยังมี “หนู” ชุกชุม ผู้คนจึงนิยมเลี้ยงแมวไว้ตามบ้านเรือนเพื่อให้ช่วยไล่หนู และวิธีหนึ่งที่จะให้แมวอยู่แต่บนเรือนก็คือการเลี้ยงสุนัขไว้ใต้ถุนเรือน

จากเมื่อร้อยกว่าปีก่อนที่ชาวสยามเลี้ยงสุนัขและแมวไว้เพื่อประโยชน์ใช้สอย มาถึงปัจจุบันนี้ ทั้งสุนัขและแมวต่างกลายเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักประจำบ้านไปแล้ว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กำพล จำปาพันธ์. Siamese Cat สยามวิฬาร์ & ประวัติศาสตร์ไทยฉบับแมวเหมียว. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, 2567.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 มีนาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เซอร์จอห์น เบาว์ริง-สังฆราชปาลเลกัวซ์ สุดทึ่ง! กรุงเทพฯ “เมืองแมว”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...