โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TLI ดีมานด์ประกันสะสมทรัพย์โต หนุนเบี้ยรับรวมเพิ่ม

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 06.44 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น-TLI ครึ่งปีหลังนี้จะได้ปัจจัยหนุนจากดอกเบี้ยที่อยู่ในทิศทางขาลง หนุนลูกค้ามองหาประกันสะสมทรัพย์ ประเภทได้รับเงินปันผลเพิ่มขึ้น หวังผลตอบแทนช่วงดอกเบี้ยกลับมาเป็นขาขึ้น ส่งผลดีต่อการเติบโตของกรมธรรม์ใหม่ และเบี้ยประกันภัยรับรวมเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

นายฉี-หลิง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และ Chief Actuary บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (TLI) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีหลังนี้ ด้วยทิศทางดอกเบี้ยที่เริ่มลดลงต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ลูกค้าเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ประเภทสะสมทรัพย์ เพื่อวางแผนทางด้านการเงิน ขณะที่บริษัทก็มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรวมอยู่ในผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์ เช่น สะสมทรัพย์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผล หรือ Investment Link ประกันชีวิตควบการลงทุน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า

โดยประกันชีวิตที่มีส่วนร่วมในเงินปันผล ถือว่ามีความนิยมอย่างมาก แม้ปัจจุบันดอกเบี้ยจะต่ำ แต่ลูกค้าที่ซื้อไป ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถูกล็อกดอกเบี้ยที่การันตี ในสภาวะดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสามารถได้รับเงินปันผล หากผลตอบแทนจากการลงทุนดีขึ้น เวลาดอกเบี้ยที่กลับมาสูง ก็จะเป็นผลดีกับลูกค้าด้วย ทำให้คาดว่าธุรกิจที่จะเติบโตได้ในครึ่งปีหลังนี้ มองเป็นประเภทสะสมทรัพย์ จากความต้องการที่น่าจะเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า การเติบโตของกรมธรรม์ใหม่ จะสนับสนุนให้เบี้ยประภัยรับรวม ในครึ่งปีหลังนี้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้ทั้งปีมีการเติบโตกว่าปีก่อน ในระดับปานกลาง

นอกจากนี้ยังมองการเข้าสังคมผู้สูงวัยในประเทศไทยเป็นโอกาสของ TLI เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งลูกค้าก็น่าจะมีการวางแผนในเรื่องของการเกษียณเอาไว้ ทำให้ได้รับการคุ้มครองที่พอเหมาะ ทั้งประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยบริษัทมีการคิดออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า รวมไปถึงการบริการที่เข้ามาเสริม

ด้านการลงทุน ภายหลังทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาลง บริษัทฯ ได้มีการปรับกลยุทธ์มาตั้งแต่ปีก่อน และในระยะถัดไปก็จะยังเน้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และระมัดระวังลงทุนในหุ้นกู้เอกชน รวมถึงการลงทุนในตลาดสารทุน ที่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยฉพาะภาพเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตามการที่ดอกเบี้ยในตลาดลดลง ส่งผลต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัทอยู่แล้ว เนื่องจากพอร์ตการลงทุนส่วนใหญ่มาจาก ตราสารหนี้ สะท้อนจากอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในไตรมาส 1/2568 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 อัตราดอกเบี้ยรับปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดการณ์ว่า เมื่อดอกเบี้ยในตลาดลดลง อัตราดอกเบี้ยรับของบริษัท ก็คงปรับตัวลดลง แต่อัตราเงินปันผลรับที่ได้รับจากการลงทุนในตราสราทุน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการเน้นนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนไทย ซึ่งน่าจะชดเชยกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงได้บางส่วน และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งสำรองสำหรับเรื่องดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...