“ฮ่องกง-สิงคโปร์” เรียก Standard Chartered ชี้แจง หลังซีอีโอพูดถึงการใช้ AI แทนแรงงานมูลค่าต่ำ
"ฮ่องกง-สิงคโปร์" เรียก Standard Chartered ชี้แจง หลังซีอีโอถูกวิจารณ์หนักจากคำพูดเกี่ยวกับการใช้ AI แทนแรงงานมนุษย์มูลค่าต่ำ ระหว่างประกาศแผนลดพนักงาน 8,000 ตำแหน่ง
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของฮ่องกงและสิงคโปร์ได้เข้าหารือกับธนาคาร Standard Chartered หลัง บิล วินเทอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของธนาคาร กล่าวถ้อยคำที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับแรงงานมนุษย์มูลค่าต่ำ (lower-value human capital) ระหว่างพูดถึงแผนใช้ AI ลดจำนวนพนักงาน
รายงานระบุว่า ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นในการหารือระหว่างธนาคารกับธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เมื่อวันพุธ ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลการเงินฮ่องกง (HKMA) ได้สอบถามให้ธนาคารชี้แจงความหมายของคำพูดดังกล่าว รวมถึงผลกระทบจากแผนลดพนักงานในแต่ละประเทศ
วินเทอร์สกล่าวระหว่างการบรรยายต่อนักลงทุนที่ฮ่องกง เมื่อวันอังคารว่า การลงทุนด้าน AI ของธนาคาร “ไม่ใช่การลดต้นทุน แต่เป็นการแทนที่แรงงานมนุษย์มูลค่าต่ำบางส่วน ด้วยเงินทุนทางการเงินและเงินลงทุนที่เรากำลังใส่เข้าไป”
คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง Standard Chartered ประกาศแผนลดตำแหน่งงานสายสนับสนุนเกือบ 8,000 ตำแหน่งภายใน 4 ปีข้างหน้า ทำให้ธนาคารกลายเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินระดับโลกแห่งแรก ๆ ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า AI จะเข้ามามีบทบาทในการลดจำนวนพนักงาน
อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำ lower-value human capital ถูกวิจารณ์อย่างหนักบนโซเชียลมีเดียและในหลายประเทศเอเชีย ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่สร้างกำไรหลักให้ธนาคาร โดยหลายฝ่ายมองว่าเป็นการใช้ถ้อยคำที่ลดทอนคุณค่าของพนักงาน
แหล่งข่าวระบุว่า HKMA ได้สอบถามธนาคารโดยตรงว่า ถ้อยคำดังกล่าวหมายความว่า Standard Chartered กำลังใช้ AI เป็นข้ออ้างในการลดพนักงานหรือไม่ ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงในลอนดอน รวมถึงพนักงานในหลายประเทศ เช่น อินเดีย ซึ่งธนาคารมีพนักงานราว 27,000 คน ต่างรู้สึกกังวลกับผลกระทบที่ตามมา
ด้าน MAS ระบุเพียงว่า หน่วยงานมีการหารือกับธนาคารขนาดใหญ่ในสิงคโปร์อย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับประเด็นสำคัญทางธุรกิจ โดย Standard Chartered มีพนักงานในสิงคโปร์ประมาณ 9,000 คน และมี Temasek Holdings กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด
ขณะที่HKMA กล่าวว่า หน่วยงานมีการพูดคุยกับสถาบันการเงินในหลายประเด็นเป็นประจำ แต่จะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการหารือเชิงกำกับดูแลรายวัน
Standard Chartered ออกแถลงการณ์ว่า การพูดคุยกับหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับกลยุทธ์และแผนการเติบโตถือเป็นเรื่องปกติ พร้อมย้ำว่า บุคลากรยังเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ และธนาคารยังคงลงทุนเพื่อสร้างตำแหน่งงานใหม่ พัฒนาทักษะ และโยกย้ายพนักงานให้สอดคล้องกับความคาดหวังของหน่วยงานกำกับดูแล
หลังเกิดกระแสวิจารณ์ วินเทอร์สได้ส่งบันทึกภายในถึงพนักงานเพื่อพยายามลดความกังวล โดยระบุว่า เขาเข้าใจว่าพาดหัวข่าวและคำพูดบางส่วนที่ถูกตัดออกจากบริบท อาจทำให้พนักงานรู้สึกไม่สบายใจ
ในบันทึกอีกฉบับก่อนการประชุมนักลงทุน วินเทอร์ส ยังระบุว่า“หากบางตำแหน่งหายไป นั่นสะท้อนถึงลักษณะงานที่เปลี่ยนแปลง ไม่ใช่คุณค่าของตัวพนักงาน”
หนึ่งในผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คือ ฮาลิมาห์ ยาค็อบ อดีตประธานาธิบดีสิงคโปร์ ซึ่งโพสต์บน Facebook ว่า การใช้คำดังกล่าวเป็นเรื่องน่ากังวล และลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงาน
อย่างไรก็ตามเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase ซึ่งเคยเป็นอดีตเจ้านายของวินเทอร์ส ออกมาปกป้องเขา โดยกล่าวว่า “ทุกคนล้วนเคยพูดอะไรผิดพลาดได้” และมองว่า วินเทอร์สเพียงเลือกใช้คำพูดไม่เหมาะสมเท่านั้น
ไดมอนยอมรับว่า AI จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในภาคธนาคารมากกว่าที่หลายคนคิด แต่ในอีกด้านหนึ่ง AI ก็จะสร้างตำแหน่งงานใหม่ขึ้นมาด้วยเช่นกัน
แม้เผชิญกระแสดราม่า หุ้นของ Standard Chartered ในตลาดลอนดอนยังปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อวันพฤหัสบดี และตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นราว 65% แม้ธนาคารจะเผชิญแรงกดดันหลายด้าน รวมถึงการลาออกของ CFO และความตึงเครียดในตะวันออกกลางก็ตาม
อ้างอิง : www.bloomberg.com