“วิโรจน์” มอง ดีแล้ว หลัง รัฐบาลทบทวนเกณฑ์ลดหย่อนภาษี บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชี้ รบ.จะคิดแต่ตัวเลขไม่ได้
“วิโรจน์” มอง ดีแล้ว หลัง รัฐบาลทบทวนเกณฑ์ลดหย่อนภาษี บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชี้ รบ.จะคิดแต่ตัวเลขไม่ได้ ปม ตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการฯ คนลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ จนถูกแซวเป็น “บัตรสวัสดิการเนรคุณ” เตือน ปชช. ระวังถูกหลอกเปิดบัญชีม้า อาจเสียสิทธิ์รับสวัสดิการและเสี่ยงถูกดำเนินคดี
วันที่ 9 มิ.ย. 69 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวกรณีที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทบทวนการยกเลิกเกณฑ์การลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูบิดามารดา ในการรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า เห็นนายกรัฐมนตรีสั่งให้ทบทวนแล้ว เพราะเป็นคนละประเด็นกัน แต่หากพูดตามความจริงสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี หากนำมาคำนวณเป็นมูลค่าก็ไม่ได้มากอะไรเลย
อีกทั้งการเอาค่าเลี้ยงดูหรือการดูแลบิดามารดา มาใช้เป็นสิทธิ์ในการลดหย่อน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือ การพยายามจะสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง สร้างให้ลูกดูแลบุพการี โดยที่รัฐให้มาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจ แต่ปรากฏว่าคนที่กตัญญูกับบิดามารดากลับถูกลงโทษ หลายคนถึงขั้นแซวว่า “บัตรสวัสดิการเนรคุณ”
นายวิโรจน์ ระบุต่อว่า ส่วนตัวเข้าใจกระทรวงการคลัง แต่บางเรื่องจะคิดแต่เรื่องตัวเลขคงไม่ได้ ท่านอาจจะคิดว่าคนเหล่านี้ดูแลบิดามารดา ดังนั้นรัฐไม่ต้องดูแลแล้ว ซึ่งท่านอาจจะคิดแต่เรื่องตัวเลข แต่หากท่านคำนึงถึงเรื่องวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนโยบายนี้หรือหลักเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีท่านจะเข้าใจ รวมถึง หากคำนวณคณิตศาสตร์เพิ่มเติมอีก ก็คงไม่ได้มากมายอะไร ซึ่งมีการประเมินด้วยซ้ำไปว่า เงินเดือนที่ได้ประโยชน์ และได้ลดหย่อนภาษี ต้องเกิน 40,000 กว่าบาท โดยคนมากมายไม่ได้มีรายได้มากมายขนาดนั้น
”ดีแล้วที่ทบทวน ไม่เช่นนั้น จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจจะกลายเป็นบัตรสวัสดิการเนรคุณไปแล้ว“ นายวิโรจน์ กล่าว
เมื่อถามว่าการทบทวนยกเลิกอาจส่งผลแค่ปีนี้เท่านั้น แต่ปีหน้าเกณฑ์ดังกล่าวอาจถูกนำกลับมาใช้อีก นายวิโรจน์ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจ ส่วนตัวมองว่ามี 2 เหตุผลที่ถูกแรงต้าน คือ 1. รัฐบาลไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ในการลดหย่อนภาษี ว่า รัฐบาลพยายามจูงใจให้ลูกดูแลบิดามารดาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพความเป็นครอบครัวที่ดี ซึ่งมองว่าเป็นหัวใจสำคัญ คงไม่ได้คิดแค่เรื่องตัวเงินอย่างเดียว จึงโดนประชาชนคัดค้าน และ 2. หากจะเริ่มอะไรมองว่าควรเริ่มในปีถัดไป ไม่ใช่อยู่ดีๆ ที่มีการลดหย่อนภาษีไปแล้วจะนำมาคิด
”ซึ่งหากรัฐบาลจะสื่อสารเรื่องนี้จริงๆ ก็มองว่าสามารถทำได้ แต่ต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา มีการคำนวณให้ประชาชนดูว่าอะไรมันคุ้มกว่า อีกทั้งต้องพิจารณาให้ประชาชนทราบแบบชัดแจ้งก่อนจะมีการยื่นภาษี เช่นว่า หากจะยื่นลดหย่อนภาษี พ่อแม่จะไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่สุดท้ายมันก็ต้องใช้กระบวนการในการทำความเข้าใจ ไม่ใช่ทำไม่ได้หรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่รัฐบาลต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และจริงใจที่สุดเท่านั้นเอง หากคิดในเชิงคณิตศาสตร์อย่างเดียวมันเป็นไปได้ แต่ขอตั้งคำถาม รัฐบาลมีช่องทางในการหาเงินอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่ ก่อนที่จะนำเงินตรงนี้เข้าใจว่าหากตัดสิทธิ์การลดหย่อนภาษีก็คงจะได้เงินการจัดเก็บรายได้เข้ามา แต่ต้องยอมรับ ซึ่งนายเอกนิติ ทราบอยู่แล้ว ฐานภาษีส่วนใหญ่ของประเทศ คือฐานภาษีจากการบริโภคหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งชนชั้นกลางที่จ่ายรายได้ภาษีบุคคลธรรมดา ก็มีไม่มากนัก หากไปยกเลิกการลดหย่อนภาษีตรงนี้ คิดว่าคงได้เงินรายได้กลับมาไม่เท่าไหร่ จึงบอกว่าไปหารายได้จากทางอื่นดีกว่า“ นายวิโรจน์ กล่าว
ทั้งนี้ นายวิโรจน์ ยังฝากย้ำเตือนถึงประชาชนด้วย จากหนึ่งในหลักเกณฑ์ที่มีรายได้ 100,000 บาทต่อปี จะไม่ได้รับสิทธิ์ และหลายคนสถานะทางบ้านไม่ค่อยดี ก็สงสัยว่าทำไมตัวเองไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่ง ซึ่งตรวจสอบอยู่หลายกรณี พบว่าบางคนถูกนายหน้าหลอกไปเปิดบัญชีม้า แล้วถูกผ่านเงินสกปรก พบบางรายเป็นหลักแสนหลักล้านบาท ซึ่งอาจสมเหตุสมผลที่ทางรัฐอาจมองว่าคุณไม่ได้จน เนื่องจากมีเงินผ่านจำนวน ซึ่งอาจเป็นเงินที่มาจากการก่ออาชญากรรม จึงอยากฝากเตือนในประเด็นนี้ถึงประชาชนด้วยว่า
“ต้นทุนที่เราต้องจ่ายกับการเปิดบัญชีม้า มันมีมูลค่าสูงมาก หากใครไม่แน่ใจว่าถูกหลอกหรือเคยพลั้งเผลอไปเปิดบัญชีม้าโดยที่ไม่ได้ใช้บัญชีนั้น ให้ลองไปพูดคุยกับธนาคารเพื่อปิดบัญชีดังกล่าว ที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่ง การทำแบบนี้อาจไม่ใช่แค่ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการ แต่อาจถูกดำเนินคดีด้วย”