โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ชัชชาติ" ตั้งโต๊ะแจงคดีทุจริตเครื่องออกกำลังกาย ยันไม่เคยปล่อยผ่าน ประสาน ป.ป.ช. เอาผิดถึงที่สุด

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

วันนี้ เวลา 12.20 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ในฐานะอดีตผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยอดีตรองผู้ว่าฯกทม. ประกอบด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช, นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายจักกพันธุ์ ผิวงาม ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้ากระบวนการตรวจสอบปัญหาการทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย รวมถึงโครงการอื่นๆ ของกรุงเทพมหานครในสมัยที่ผ่านมา พร้อมทั้งนำเสนอทิศทางการบริหารจัดการเมืองที่มุ่งเน้นความโปร่งใส โดยนายชัชชาติกล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ที่นำประเด็นนี้ขึ้นมา และยืนยันไม่ได้โกรธ เพราะเป็นข้อดีที่การเลือกตั้งครั้งนี้เราพูดถึงปัญหาทุจริต ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ แต่ขอให้เรื่องนี้ต่อไปหลังเลือกตั้งด้วย ส่วนเรื่องผลสอบโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย นายชัชชาติยืนยันว่า 1.ยังไม่จบ ไม่ได้รอดยกแก๊ง กระบวนการของกทม.เองยังอยู่ในขั้นตอนคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ ก.ก. และฝ่ายบริหารสั่งให้ทบทวนผลการลงโทษ 2.ส่วนที่ดําเนินการต่อและยังไม่ได้มีข้อยุติก็คือความรับผิดทางละเมิด และ3.คือเรื่องที่อยู่ในชั้น.ป.ช.ก็ยังดําเนินการอยู่ โดยเรายื่นข้อมูลให้กับป.ป.ช.ตั้งแต่เกิดเรื่อง เพราะป.ป.ช.มีพลังมากกว่า กทม. เช่น การสอบเส้นทางการเงิน โดยโครงการที่ตรวจสอบมีทั้งหมด 7 โครงการ เมื่อสอบได้มีมูลและให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรง 3 ราย ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สอบถึงระดับรองปลัด กทม. และผอ.สำนักงบประมาณ แต่ใช้เวลานาน เพราะมีเกษียณ การเปลี่ยนตัว ประกอบกับการสอบสวนหน่วยราชการใช้เวลาค่อนข้างนาน ถึงแม้จะมีกรอบกำกับอยู่ แต่ก็ไปสั่งให้เขาสรุปไม่ได้ เมื่อสรุปแล้วรอบแรกก็มีการแจ้งผลออกมา อาจจะมีข้าราชการบางส่วนซึ่งไปไม่ถึงจริงๆ เราต้องให้ความเป็นธรรม ส่วนคนที่กระทำผิด นายชัชชาติ ชี้แจงว่า เราก็สั่งสอบใหม่ สอบให้ละเอียดขึ้น เพราะเห็นว่าโทษที่ได้รับไม่รุนแรง ซึ่งคราวนี้เป็นเรื่องของทางปลัดฯเป็นหลัก เพราะคนที่เหลืออยู่เป็นอำนาจของปลัดแต่งตั้ง กรรมการก็ได้ให้คำตัดสินยืนยันมาอีกที แต่ไม่ได้สิ้นสุดแค่นี้ ก็ตัดเงินเดือน แต่น่าจะมากกว่า 12-13 คน โดยตอนนี้เรื่องอยู่ที่ ก.ก. ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการลงโทษจึงสั่งให้สอบสวนใหม่ ดังนั้นสุดท้ายการที่จะลงโทษหนักขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ก.ก. จึงสรุปว่าเรื่องยังไม่ได้ยุติ แล้วเรื่องการปรับ 600 บาท ก็เป็นการปรับไปก่อน เพราะถือว่ามีคำสั่งมีโทษมาแล้ว แต่ย้ำเรื่องนี้ยังไม่จบ ดำเนินการอยู่ ส่วนคำถามที่ว่าเหตุใดถึงไม่ตรวจสอบทั้งหมด 24 โครงการนั้น นายชัชชาติชี้แจงว่า ความจริงต้องตรวจสอบทุกโครงการ แต่คำสั่งเริ่มแรกคือตรวจสอบเพียง7 โครงการเบื้องต้นเชื่อว่าหากมีการเอาผิดจะสามารถเอาผิดกับโครงการอื่นที่มาจากฐานวิธีคิดเดียวกัน ส่วนเหตุผลที่ไม่ตั้งคณะกรรมสอบชุดใหม่ เพราะจะทำให้เสียเวลาอีกเป็นปี จึงส่งให้ กก.พิจารณาดีที่สุด ส่วนที่จับตัวใหญ่ไม่ได้ เพราะการสอบวินัยดูตามการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่สามารถโยงไปถึงผู้มีอำนาจสูงได้ แต่ ป.ป.ช.มีอำนาจในการสืบเส้นเงิน วิธีแก้คือต้องเอาหน่วยงานอื่นมาช่วยด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายศุภณัฐถามว่าอีก 17 โครงการจะสอบอย่างไร นายชัชชาติ กล่าวว่า จะต้องขยายผลทั้งหมด ได้ส่งไปที่ ป.ป.ช. และไม่ได้มีแค่ 17 โครงการ มีกี่ร้อยโครงการต้องลุยให้หมด หัวใจสำคัญคือต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น และต้องไปไล่ตามจับเรื่องในอดีตที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งได้ตั้งกรรมการตรวจสอบทุกโครงการแล้ว จะต้องตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานอื่น

นายชัชชาติ ยังตอบคำถามกรณีนายศุภณัฐ ระบุว่า เหตุใด กทม.ไม่ใช้กระบวนการ E-Bidding ในโครงการต่างๆ แต่กลับมีการล็อคสเปคว่า E-Biddingมีการตรวจสอบในมันเอง หากเราประกาศTORแล้วมีคนเห็นว่าล็อกสเปคก็สามารถร้องเรียนให้ทบทวนได้ โดยกรณีเครื่องออกกำลังกายมีปัญหา เพราะไม่มีราคากลาง และมีความหลากหลายเรื่องคุณสมบัติ ส่วนคำถาม 12 ข้อของนายศุภณัฐ ข้อแรกที่ถามว่าคณะกรรมการสอบสวนวินัย นายชัชชาติ เป็นคนเซ็นแต่งตั้งเองใช่หรือไม่ และโฟกัสไปที่เงินค่าปรับ 600 บาท นายชัชชาติ ชี้แจงว่า คณะกรรมการดังกล่าว ปลัด กทม.เป็นคนแต่งตั้งและส่งมาให้ตนเองอนุมัติ ตนเองไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัว ส่วนเรื่องเงิน 600 บาท ตนเองไม่เคยเห็นชอบ ส่งให้กลับไปสอบด้วยซ้ำ แต่พอสอบใหม่มาแล้วก็เหมือนเดิม จึงให้เข้าคณะกรรมการ กก.พิจารณา เพื่อให้สอบในมิติอื่นที่หลากหลาย ขออย่ามองว่าเราอ่อนข้อ แต่เราทำเต็มที่ในกรอบที่เรามี ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นใน กทม. ฝ่ายบริหารไม่เคยเจอเองเลยสักครั้ง นายชัชชาติ กล่าวว่า หลายกรณีมีการแจ้งเบาะแสเข้ามาแล้วจับ กระบวนการทุจริตและประมูลต้องไม่ให้เกิดขึ้นเลย 41กรณีที่ไล่ข้าราชการออกจากคดีทุจริต เราก็ทำเอง ไม่ใช่ไม่เอาจริงเอาจัง เพียงแต่ต้องมีมูลมาก่อนและไปร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ส่วนหากได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ อีกสมัย เรื่องการทุจริตต้องลุยต่อให้สุดซอย ต้องขยายผลให้ครบทุกโครงการที่เกี่ยวข้อง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถูกโจมตีตลอด 2 สัปดาห์ เสียสมาธิในการนำเสนอนโยบายหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้สมัครต้องตอบประชาชน ส่วนที่มีคนกล่าวหาตนเองพยายามชี้แจงให้หมด เชื่อว่าที่ทำมา 4 ปี ถ้าโดนก็คงโดนตลอด ช่วงนี้ต้องชี้แจงไปตามสภาพ ยืนยันเรื่องทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องที่ตนขยะแขยง ตนรับไม่ได้ ต้องเอาจริงเอาจัง ด้าน รศ.ทวิดา กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามว่านายชัชชาติไม่เอาจริงเอาจังในการตรวจสอบการทุจริตหรือไม่ โดยรศ.ทวิดาชี้แจงว่า นายชัชชาติให้นโยบายตั้งแต่แรกและในทุกการประชุมว่าท่านไม่ทนต่อการทุจริตและให้แจ้งในทุกๆช่องทางที่เข้ามา สิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นก็คือในวันที่ 7 มิถุนายน 2567 เราได้รับเรื่องจากชมรม strong ว่า 7 โครงการนี้มีปัญหา นายชัชชาติก็ได้สั่งการให้นำเรื่องนี้เข้าสู่ศูนย์ต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น จากนั้น 1 สัปดาห์ นายชัชชาติสั่งการให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสืบสวนข้อเท็จจริงเลย ซึ่งเป็นการแต่งตั้งที่เร็วมาก ดังนั้นหากถามว่านายชัชชาติ ชนกับการแก้ปัญหาทุจริตหรือไม่ ก็ตอบว่าชน

ส่วนกรณีที่ระบุว่าคดียุติแล้วนั้น รศ.ทวิดา ยืนยันว่าไม่ได้ยุติ แต่การลงโทษต้องทำก่อนการตัดขั้นเงินเดือนมีกำหนดอยู่ในราชกิจจาฯ เป็นกฏของ ก.ก.ว่าการตัดขั้นเงินเดือนมีในระดับไหนสำหรับฐานโทษแบบใด ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจ ส่วนที่นายศุภณัฐ บอกว่านายชัชชาติทำงานมุ่งมั่น แต่ทีมงานอาจจะไม่ใสซื่อนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ตนเองรับผิดชอบทุกคน ต้องรับผิดชอบทั้งหมดเพราะเป็นหัวหน้าทีม ทีมงานทุกคนตั้งใจทำงาน ทุกอย่างถ้ามีปัญหาตนเองรับผิดชอบ และมีตรงไหนที่ทีมงานไม่บริสุทธิ์ ไม่ดี ก็ต้องให้ออก ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว นายชัชชาติ ได้หันไปถามนางสาวทวิดาว่า “พวกเรา ใครไม่ใสซื่อ” ก่อนที่นางสาวทวิดา จะชะงักแล้วตอบกลับว่า “ไม่รู้ หนูหน้าใส”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...