โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปธ.ธนาคารโลก ย้ำ “พหุภาคีนิยม” ยังจำเป็น ท่ามกลางแรงท้าทายต่อระเบียบโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 06.48 น.

ประธานธนาคารโลก ย้ำ "พหุภาคีนิยม" ยังจำเป็น แม้โลกเผชิญความปั่นป่วนทางการเมืองและกระแสต่อต้านโลกาภิวัตน์

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก ออกโรงปกป้องแนวคิดพหุภาคีนิยม (multilateralism) ในช่วงเวลาที่โครงการความร่วมมือระดับโลกและองค์กรระหว่างประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก

บังกาให้สัมภาษณ์กับรายการ Leaders with Francine Lacqua ของบลูมเบิร์กว่า แม้โลกจะเผชิญความปั่นป่วนทางการเมือง แต่พหุภาคีนิยมยังคงมีบทบาทสำคัญ เพียงแต่คำถามคือ พหุภาคีนิยมในรูปแบบใด และเพื่อวัตถุประสงค์อะไร

อาเจย์ บังกา ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้นำธนาคารโลกในปี 2566 ยกตัวอย่างความสำเร็จจากการระดมทุนรอบล่าสุดเป็นประวัติการณ์ของสมาคมพัฒนาระหว่างประเทศ (International Development Association: IDA) สำหรับประเทศยากจนที่สุดของโลกในช่วงปลายปี 2567 โดยระบุว่า แม้หลายประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและสหราชอาณาจักรจะมีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการกุศลยังสามารถผนึกกำลังร่วมกันเพื่อเพิ่มทุนให้กับองค์กรได้

บังกากล่าวว่า การผสานพลังระหว่างเงินทุนจากภาคเอกชน เงินจากภาครัฐ และการสนับสนุนจากองค์กรการกุศล เป็นส่วนผสมที่เหมาะสมในการขับเคลื่อนการพัฒนา

ทั้งนี้ระบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจพหุภาคีที่เป็นรากฐานของการก่อตั้งธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หลังสงครามโลกครั้งที่สอง กำลังเผชิญแรงสั่นคลอนจากกระแสต่อต้านโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สหรัฐลดบทบาทในโครงการระดับโลกและหันไปเน้นการเจรจาแบบทวิภาคีภายใต้นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน

อย่างไรก็ตามผู้นำเศรษฐกิจโลกจำนวนมากออกมาปกป้องพหุภาคีนิยมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รวมถึงบนเวทีการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่สัปดาห์นี้ ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้เรียกร้องให้ยุโรปรักษาความยึดมั่นต่อพหุภาคีนิยมท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ท้าทาย

บังกายังระบุในบทความแสดงความคิดเห็นของบลูมเบิร์ก ว่า ธนาคารโลกประเมินว่า ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จะมีประชากรราว 1.2 พันล้านคนในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่โลกคาดว่าจะสร้างงานใหม่ได้เพียงประมาณ 400 ล้านตำแหน่งเท่านั้น ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เพียงความท้าทายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาค และทวีความสำคัญในมิติความมั่นคงของชาติด้วย

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...