ปธ.ธนาคารโลก ย้ำ “พหุภาคีนิยม” ยังจำเป็น ท่ามกลางแรงท้าทายต่อระเบียบโลก
ประธานธนาคารโลก ย้ำ "พหุภาคีนิยม" ยังจำเป็น แม้โลกเผชิญความปั่นป่วนทางการเมืองและกระแสต่อต้านโลกาภิวัตน์
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก ออกโรงปกป้องแนวคิดพหุภาคีนิยม (multilateralism) ในช่วงเวลาที่โครงการความร่วมมือระดับโลกและองค์กรระหว่างประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
บังกาให้สัมภาษณ์กับรายการ Leaders with Francine Lacqua ของบลูมเบิร์กว่า แม้โลกจะเผชิญความปั่นป่วนทางการเมือง แต่พหุภาคีนิยมยังคงมีบทบาทสำคัญ เพียงแต่คำถามคือ พหุภาคีนิยมในรูปแบบใด และเพื่อวัตถุประสงค์อะไร
อาเจย์ บังกา ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้นำธนาคารโลกในปี 2566 ยกตัวอย่างความสำเร็จจากการระดมทุนรอบล่าสุดเป็นประวัติการณ์ของสมาคมพัฒนาระหว่างประเทศ (International Development Association: IDA) สำหรับประเทศยากจนที่สุดของโลกในช่วงปลายปี 2567 โดยระบุว่า แม้หลายประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและสหราชอาณาจักรจะมีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการกุศลยังสามารถผนึกกำลังร่วมกันเพื่อเพิ่มทุนให้กับองค์กรได้
บังกากล่าวว่า การผสานพลังระหว่างเงินทุนจากภาคเอกชน เงินจากภาครัฐ และการสนับสนุนจากองค์กรการกุศล เป็นส่วนผสมที่เหมาะสมในการขับเคลื่อนการพัฒนา
ทั้งนี้ระบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจพหุภาคีที่เป็นรากฐานของการก่อตั้งธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หลังสงครามโลกครั้งที่สอง กำลังเผชิญแรงสั่นคลอนจากกระแสต่อต้านโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สหรัฐลดบทบาทในโครงการระดับโลกและหันไปเน้นการเจรจาแบบทวิภาคีภายใต้นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน
อย่างไรก็ตามผู้นำเศรษฐกิจโลกจำนวนมากออกมาปกป้องพหุภาคีนิยมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รวมถึงบนเวทีการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่สัปดาห์นี้ ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้เรียกร้องให้ยุโรปรักษาความยึดมั่นต่อพหุภาคีนิยมท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ท้าทาย
บังกายังระบุในบทความแสดงความคิดเห็นของบลูมเบิร์ก ว่า ธนาคารโลกประเมินว่า ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จะมีประชากรราว 1.2 พันล้านคนในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่โลกคาดว่าจะสร้างงานใหม่ได้เพียงประมาณ 400 ล้านตำแหน่งเท่านั้น ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เพียงความท้าทายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาค และทวีความสำคัญในมิติความมั่นคงของชาติด้วย
อ้างอิง : www.bloomberg.com