โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักวิชาการชี้น้ำท่วมใต้ สงขลาเสียหายสูงสุด 7.5 หมื่นล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 07.15 น.

“อัทธ์” ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจ เผยน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้กระทบหนัก จังหวัดสงขลาเสียหายสูงสุด 7.5 หมื่นล้านบาท จี้รื้อระบบภัยพิบัติทั้งประเทศ

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ “น้ำท่วมภาคใต้” น้ำท่วมหาดใหญ่ ได้ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยภาคใต้มีทั้งหมด 14 จังหวัด มีขนาดเศรษฐกิจรายจังหวัด (Gross Provincial Product : GPP) อยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท (2566) คิดเป็น 8% ของ GDP ทั้งประเทศ มี 9 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสุราษฎร์ธานี

จังหวัดเหล่านี้มีขนาดเศรษฐกิจรวมกัน 967,221 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของเศรษฐกิจภาคใต้ ประชาชนได้รับผลกระทบ 2.9 ล้านคน (เกือบ 3 ล้านคน) คิดเป็น 32% ของประชากรในภาคใต้ (9.5 ล้านคน) ครัวเรือนได้รับผลกระทบ 1 ล้านครัวเรือน คิดเป็น 33% ของครัวเรือนในภาคใต้ (3 ล้านครัวเรือน) (ปี 2566 ครัวเรือนไทยมี 23 ล้านครัวเรือน) คนเสียชีวิต (ยังไม่มีตัวเลขที่แน่นอนคาดว่ามากกว่า 100 คน)

จากการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจเบื้องต้นเสียหาย 1.4 แสนล้านบาท พบว่าน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. 2568 ถึง 27 พ.ย. 2568 รวม 7 วัน ทั้ง 9 จังหวัดได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจเบื้องต้น 1.4 แสนล้านบาท คิดเป็น 15% ของ GPP ทั้ง 9 จังหวัด โดยจังหวัดสงขลาได้รับผลกระทบมากสุดถึง 7.5 หมื่นล้านบาท

“พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้มากสุด คืออำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ใน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-27 พ.ย. 2568 เป็นผลกระทบทั้งทางตรง (การหยุดกิจกรรมเศรษฐกิจ) และทางอ้อม (ความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยตรง บ้านเรือน, รถ, ร้านค้า, สต๊อกสินค้า, ถนน, ไฟฟ้า, ประปา) แบ่งออกเป็น 2 ฉากทัศน์คือ กรณีผลกระทบน้อยและกรณีผลกระทบมาก พบว่าผลกระทบอยู่ระหว่าง 5,750 ล้านบาท ถึง 12,100 ล้านบาท คิดเป็น 7.5% ถึง 16% ของ GPP หาดใหญ่ (75,000 ล้านบาท)”

ดร.อัทธ์กล่าวว่า ผลกระทบน้ำท่วมครั้งนี้มีความเสียหายทางเศรษฐกิจ ชีวิตและทรัพย์สิน มากกว่าน้ำท่วม ปี 2560 ความเสียหายเศรษฐกิจครั้งนี้อย่างน้อย 1.4 แสนล้านบาทใน 9 จังหวัด ไทยต้องถอดบทเรียนอีกกี่ครั้งจึงจะแก้ปัญหาภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ รัฐบาลปัจจุบันจัดการน้ำท่วมล้มเหลว เพราะมาจาก

1.การแบ่งงาน “เบี้ยหัวแตก” มีทั้งนายธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธาน มีศูนย์ภัยพิบัติทั้งส่วนกลาง และท้องถิ่น รัฐมนตรีแต่ละท่านรับผิดชอบแต่ละจังหวัด การแบ่งงานที่ “ไร้แม่ทัพหลัก” จะไม่ไปในทิศทางเดียวกัน

2.ระบบเตือนภัยพิบัติ “ไม่แม่นยำ” และไม่เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน เห็นได้จากช่วงแรกเทศบาลหาดใหญ่บอกว่า “เอาอยู่” ในขณะที่หน่วยงานส่วนกลางเตือนภัย ประเทศไทยได้ใช้งบประมาณในส่วนนี้มากในแต่ละปี แต่ยังไม่เป็นที่ไว้ใจ หรือเชื่อถือได้เมื่อเกิดภัยพิบัติ

3.ความ “ล่าช้า” ในการช่วยเหลือและอพยพประชาชน เป็นแบบ “แต่คน ต่างทำ” ภาคเอกชน องค์กร หน่วยงานราชการ ไม่มีแผนปฏิบัติร่วมกัน

4.ทิศทางการสื่อสาร ท้องถิ่นกับส่วนกลาง “ไม่ไปในทางเดียวกัน” ประชาชนจะเชื่อใครดี ผลที่ออกมาเป็นอย่างที่เห็น

“ประเทศไทยผ่านภัยพิบัติมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ละครั้งที่เกิดขึ้นทุกภาคส่วนพูดเหมือนกันว่า “ต้องถอดบทเรียน” แต่ประเทศไทยสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ถึงเวลาแล้วที่ต้อง “รื้อระบบการจัดการภัยพิบัติของประเทศ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการชี้น้ำท่วมใต้ สงขลาเสียหายสูงสุด 7.5 หมื่นล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...