โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประสบการณ์ของหนุ่มรักสุขภาพ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่ป่วยเป็นมะเร็งและต่อสู้จนเอาชนะโรคร้ายได้

MThai.com

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2562 เวลา 17.58 น.
เรื่องของสุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่อาจจะไว้วางใจได้เลยจริงๆ เช่นเดียวกับเรื่องราวของหนุ่มรักสุขภาพคนนี้ที่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่สุดท้ายกลับตรวจพบ มะเร็ง

เรื่องของสุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่อาจจะไว้วางใจได้เลยจริงๆ เช่นเดียวกับเรื่องราวของหนุ่มรักสุขภาพคนนี้ที่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่สุดท้ายกลับตรวจพบมะเร็ง แต่ด้วยความใจสู้ของเขาซึ่งต้องการจะเอาชนะโรคร้ายที่มาเยือนเขาแบบไม่ทันตั้งตัว จนเขาได้ผลรับที่หอมหวานจริงๆ คือ เขาหายจากมะเร็งได้ จนเราต้องเก็บเรื่องราวดีๆ แบบนี้มาฝากชาว Men.MThai ให้ได้เห็นถึง ประสบการณ์ฝันร้ายของหนุ่มรักสุขภาพที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งคนนี้แต่ต่อสู้จนสามารถเอาชนะโรคร้ายได้

ถ้าตรวจพบมะเร็งคุณจะทำยังไง? นั้นคงเป็นคำถามที่มักจะไม่อยู่ในหัวของใครหลายๆ คน ยิ่งถ้าคุณดูแลสุขภาพตัวเองดีด้วยแล้วคำถามนี้ยิ่งไม่มีทางอยู่ในหัวแน่นอน เช่นเดียวกับชายคนนี้ จิรภัทร เลิศเมธาตฤณชาติ ที่เผยเรื่องราวผ่าน Facebook ส่วนตัว เล่าถึงประสบการณ์ฝันร้ายในครั้งนี้ว่า

เราเคยเป็นผู้ป่วย มะเร็งหลังโพรงจมูก และไม่ต้องถามครับว่าสาเหตุเกิดจากอะไร? เราจะตอบเลยว่า ซวย ครับ เพราะบรรพบุรุษก็ไม่เป็น ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ก็ไม่ได้ทำ หมอก็บอกทุกวันนี้ทางการแพทย์ก็ยังหาสาเหตุไม่ได้จริงๆ

เราเป็นคนชอบฟิตเนสมาก ฟิตทุกวัน วิ่งทุกวัน แต่แล้ววันหนึ่ง มีเจ้าเม็ดปริศนาโตขึ้นที่ข้างคอด้านขวา ล่างติ่งหู โผล่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก็เลยไปหาหมอ

ทีแรกคิดว่าเม็ดนั้นเป็นต่อมไขมันโง่ๆ ทั่วไป แต่ที่ไหนได้….ตรวจไปตรวจมา เป็นก้อนเนื้อร้าย!! โดยหมอบอกว่า เป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก นั้นคือวันที่ 10 พ.ค. 2561

ความรู้สึกตอนนั้น…ก็ช็อค เพราะปกติ เหล้าแทบไม่กิน บุหรี่แทบไม่สูบ ออกกำลังกาย กินคลีน กินดี แต่ดันตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง แต่ก็ทำใจ ให้ทำไงอ่ะ เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องรักษา

ซึ่งแน่นอนครับว่าการจะรักษามะเร็งนั้นแค่สภาพร่างกายพร้อมอย่างเดียวมันไม่พอ สภาพจิตใจต้องดีด้วย โดย จิรภัทร เล่าถึงช่วงเวลาที่รักษาว่า

ก่อนจะเริ่มรักษาด้วยการ ฉายแสง ก็เริ่มเปิดด้วยการ เจาะท้อง ก่อน ซึ่งความคิดในหัวตอนนั้น… คือ จะเจาะทำไม? ซิกแพคสวยๆ ต้องมีรอยแผลเป็น โดยหมอให้คำตอบว่าเจาะไปเถอะ เพราะถ้าฉายแสงไปสักพัก มันจะไหม้ แล้วกินอะไรไม่ได้เลย ทีแรกจะไม่เจาะ แต่แม่ขอให้เจาะ ก็เลยเจาะ 

หลังรักษาจบยกที่ 1 ด้วยการฉายแสงครบ 33 ครั้ง คือ คอไหม้ กินอะไรทางปากก็ไม่ได้ จะกินได้ไงหล่ะ ขนาดผิวคอขนาดนี้ ด้านในจะขนาดไหน แล้วกินยังไง? ก็ที่เจาะท้องไง ปั่นอาหารเหลวๆ ใส่สายทางหน้าท้องอารมณ์แบบนั้น ต้องกราบหมอ กราบแม่ ที่แนะนำให้เจาะตอนนั้น…

หลังจากรักษายกที่ 2 จบ คีโม 3 รอบใหญ่ จากหุ่นที่มีกล้ามฟิตเฟิร์ม กลายเป็นคนผอมแบบคนขาดสารอาหาร น้ำหนักจาก 67 กิโลกรัม เหลือ 57 กิโลกรัม

แต่หลังจากทำคีโมครบ จนเนื้อร้ายหายไปแล้ว ก็การพักร่างกายอีก 1 เดือน แล้วเริ่มกลับไปฟิตเนส จากนั้น เที่ยวแหลก กินแหลก ฟิตเนสแหลก ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ และลืมอดีตที่เคยเจ็บปวดทุกอย่าง

หุ่นดีจากการเป็นคนชอบออกกำลังกาย
เจ้าเม็ดปริศนาที่โตขึ้นข้างคอ
ผลตรวจที่ทำให้รู้ว่าเป็น มะเร็งโพรงจมูก
เริ่มด้วยการเจาะท้อง
คอไหม้ หลังจากรักษาด้วยการฉายแสงครบ 33 ครั้ง
ในวันที่ท้อใจ แต่ไยังไม่หยุดสู้
ภาพ(ขวา) หลังจากรักษายกที่ 2 จบ (คีโม 3 รอบใหญ) น้ำหนักจาก 67 kg เหลือ 57 kg (ซ้าย:ก่อนรักษา ขวา:จบการรักษา)
หลังจากให้คีโมครบจบ พักร่างกายอีก 1 เดือน แล้วเริ่มกลับไปฟิตเนส ซึ่งใช้เวลาแค่ 2 เดือน แปลงร่างจากรูปซ้ายไปรูปขวา
เทียบให้เห็น timeline หุ่นชัดๆ ก่อนรักษา, รักษาจบยก 1, รักษาจบยก 2, หลังจบยก 2 ไม่ถึง 4 เดือน
หลังจากเนื้อร้ายหายไปก็กลับมาใช้ชีวิตได้เต็มที่
เรียกหุ่นเฟิร์มกลับมาไว้มาก

ต้องบอกว่าเรื่องราวของ จิรภัทร นั้นมหัศจรรย์มากๆ นะครับ จากคนที่รักสุขภาพสุดๆ ไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ แต่กลับตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง และต่อสู้กับโรคร้ายนี้จนหายดีและกลับมาทำในสิ่งที่รักได้อีกครั้ง ซึ่งตัวของ จิรภัทร ยังบอกในโพสต์บน Facebook ส่วนตัวอีกด้วยว่า “เราไม่อยากแค่ให้กำลังใจคนที่กำลังป่วยหรือกำลังรักษาไม่ว่าจะโรคอะไรก็ตาม แต่เราอยากเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้คนทุกคน ใช้ชีวิตให้มันคุ้มค่าให้มีพลังบวกมากกว่าเดิม รวมไปถึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่กำลังท้อไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามให้กลับมาสู้ใหม่” ทางเราต้องขอยอมรับในหัวจิตหัวใจของชายคนนี้เลยจริงๆ ครับ

ที่มา FB : JI Jiraphat

เรียบเรียงเนื้อหาโดย Men.MThai

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...