โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 พฤติกรรมยอดแย่ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำต่อหน้าลูก

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2562 เวลา 11.18 น. • Features

*เด็กวัย 1-4 ขวบ เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น เรียนรู้ภาษาจากการฟังคุณพ่อคุณแม่พูด เรียนรู้พฤติกรรมจากการเห็นและทำตาม คุณพ่อคุณแม่จึงเป็นเหมือนกระจกเงาของลูก *

ดังนั้นพฤติกรรมไหนที่ไม่อยากให้ลูกทำ หรือจดจำไปทำตามในอนาคต คุณพ่อคุณแม่ก็ควรระมัดระวังไม่ทำพฤติกรรมเหล่านั้นต่อหน้าลูก

1. สูบบุหรี่หรือดื่มของมึนเมาให้ลูกเห็น

นอกจากบุหรี่และเครื่องดื่มมึนเมาจะเป็นอันตรายต่อตัวคุณแล้ว ยังเป็นอันตรายทั้งต่อสุขภาพกายและจิตใจของลูกได้ เพราะนอกจากควันบุหรี่จะส่งผลต่อลูกทั้งทางตรงและทางอ้อมแล้ว การดื่มเครื่องดื่มมึนเมาจนขาดสติและแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้ลูกเห็น ก็ทำให้ลูกคุ้นเคยและจดจำพฤติกรรมไปเลียนแบบต่อไปในอนาคตได้

2. พูดคำหยาบและโกหกต่อหน้าลูก

ลูกเรียนรู้ทุกอย่างจากคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะเรื่องคำพูด ดังนั้นคำพูดที่หยาบคาย แม้จะเป็นเพียงการสบถหรืออุทานด้วยความลืมตัวก็ทำให้ลูกจดจำและเลียนแบบได้โดยที่ยังไม่เข้าใจความหมาย

รวมถึงการโกหก ปิดบัง หรือผิดสัญญา เพราะจะทำให้ลูกเข้าใจว่าการโกหกกันเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ทั่วไป คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายเหตุผลที่ถูกต้องมากกว่าการโกหกลูก เพราะลูกมีความคิดและสามารถทำความเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้ด้วยเหตุผล

3. ทะเลาะกันต่อหน้าลูก

ระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกัน มีการใช้คำพูดรุนแรงและคำหยาบต่อหน้าลูก สร้างบาดแผลในใจให้กับลูก ทำให้ลูกรู้สึกสับสนและขาดที่พึ่ง ยิ่งถ้าลูกเป็นเด็กเล็ก ลูกจะรู้สึกแย่ และโทษว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกัน

นอกจากนี้การตำหนิคุณพ่อหรือคุณแม่ให้ลูกฟัง เมื่อลูกได้ยินคนที่รักทั้งสองคนว่ากล่าวกันในทางที่ไม่ดี ลูกจะรู้สึกผิดหวัง ถ้าลูกรับฟังบ่อยๆ จะทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีกับคุณพ่อหรือคุณแม่ และที่เลวร้ายที่สุดคือการทะเลาะจนนำไปสู่ความรุนแรง ทำร้ายร่างกายกันต่อหน้าลูก ทำให้ลูกรู้สึกหวาดกลัว ขี้ระแวง ก้าวร้าว เก็บกด และเลียนแบบพฤติกรรมรุนแรง

4. จ้องจอมากกว่ามองดูลูก

วัยเด็กเป็นวัยที่ควรได้เล่นอย่างเหมาะสม เพื่อฝึกพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ติดจอ ลูกก็จะติดจอตามไปด้วย และผลเสียของหน้าจอมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ด้านสุขภาพ ด้านพัฒนาการของสมอง และด้านพัฒนาการของร่างกาย

นอกจากนี้การที่คุณพ่อคุณแม่ให้ความสนใจกับสิ่งอื่นมากกว่าลูก ทำให้ลูกรู้สึกไม่ได้รับความรัก และความเอาใจใส่จากคุณพ่อคุณแม่

5. แสดงอารมณ์ด้านลบกับลูก

ถึงแม้ว่าคุณพ่อหรือคุณแม่จะเครียดจากการทำงาน ก็อย่าเอาปัญหาเหล่านั้นมาแสดงออกผ่านสีหน้าหรืออารมณ์ เพราะลูกรับรู้ได้ว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่มีความสุข ทำให้ลูกรู้สึกไม่ดี และเมื่อมีปัญหาลูกก็จะไม่อยากบอกหรือเล่าให้ฟัง เพราะไม่อยากเพิ่มความเครียดให้กับคุณพ่อหรือคุณแม่

และไม่ควรแสดงอาการท้อแท้หรือสิ้นหวังให้ลูกเห็น เพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นฮีโร่สำหรับลูก เป็นเสาหลัก และเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าคุณพ่อคุณแม่แสดงอาการสิ้นหวังหรือท้อแท้ให้ลูกเห็น ลูกก็จะซึมซับความพ่ายแพ้  ความอ่อนแอ และสิ้นหวัง

นอกจากนี้อย่าเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น เกิดปมในใจ และในระยะยาว ส่งผลให้ลูกเป็นเด็กเก็บกดและขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง

6. แสดงบทรักบนเตียงให้ลูกเห็น

เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เด็กๆ ไม่ควรเห็น แต่หลายครอบครัวต้องนอนรวมกัน ทำให้บางครั้งลูกอาจสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นเข้าโดยที่คุณไม่รู้ ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่ควรระวัง ไม่แสดงบทรักต่อกันในห้องที่มีลูกอยู่ด้วย

7. เมินเฉยเมื่อลูกทำผิด

เมื่อลูกแสดงพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก เช่น ผลักเพื่อนล้ม งอแง เกเร หรือไม่ทิ้งขยะลงถังขยะ ถึงแม้ว่าจะมองดูเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่เมื่อคุณพ่อคุณแม่ปล่อยไปหลายๆ ครั้ง อาจส่งผลกับพฤติกรรมระยะยาวและทำจนเป็นนิสัย

8. ไม่ทำหน้าที่คุณพ่อคุณแม่

ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ดูแลลูกหรือหน้าที่ภายในบ้าน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรเกี่ยงกันทำให้ลูกเห็น เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า นำไปสู่การไม่นับถือตัวเองและมีพฤติกรรมแยกตัวจากสังคม และหากเป็นหน้าที่งานในบ้าน จะส่งผลให้ลูกไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง

และไม่ควรปล่อยให้ลูกอยู่บ้านกับของเล่น ทีวี โน้ตบุ๊ก หรือหนังสือตามลำพัง เพราะนอกจากลูกจะไม่ได้รับการดูแลเรื่องสุขอนามัยแล้ว ลูกอาจได้รับอันตรายจากเครื่องใช้ไฟฟ้า บ่อน้ำ สารเคมี และอันตรายจากคนแปลกหน้าอีกด้วย

9. ดูถูกและล้อเลียนคนอื่นต่อหน้าลูก

การดูถูกหรือล้อเลียนคนอื่นต่อหน้าลูก เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ เพราะจะทำให้ลูกไม่เคารพและไม่เห็นคุณค่าของคนอื่น แต่กลับมองว่าการดูถูกคนที่ด้อยโอกาสเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ และทำให้ลูกไม่เห็นคุณค่าของตนเองอีกด้วย

อ้างอิง

Amarinbabyandkids

Akerufeed

Beritamuslimmag

Mgronline

Th.theasianparent

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...