โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โบรกฯ เตือนหุ้นไทยแพง-เสี่ยงปรับฐาน โยกเล่นหุ้นตั้งรับ-จ่ายปันผลดี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มิ.ย. 2563 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 10.25 น.

นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวมาค่อนข้างมากกว่า 20% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งปัจจุบันหากมองดัชนีแถวๆ 1,300 กว่าจุด ระยะสั้นๆ ถือว่าค่อนข้างแพง ถ้าดูเป็นเทรดดิ้งจะเทรดอยู่ +3.6-3.7 SD หรือประมาณ 3.7 เท่าของค่าเฉลี่ย Moving Forward P/E 3 ปี เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นจุดที่ต้องเริ่มระวัง และอาจจะต้องเริ่มหมุนรอบ (Rotation) ออกจากหุ้นที่แพงแล้วในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เพราะอาจจะมีการปรับฐานเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเข้าลงทุนสู่กลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นหุ้นเชิงรับ(Defensive) กลุ่มที่มีอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ค่อนข้างดี และหุ้นที่มีความแน่นอนของรายได้ (earnings visibility) ชัดเจน เช่น กลุ่มไอซีที(ICT) กลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) หรือกลุ่มโรงกลั่น ซึ่งจะเป็นเขตปลอดภัย (safe zone)

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงให้กว้างกว่าการลงทุนหุ้น ก็อาจจะใช้กลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) เช่น ทองคำ, พันธบัตรรัฐบาล ซึ่งในบางอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้แม้ว่าผลตอบแทนจะไม่มากแต่จะป้องกันเรื่องการสวิงของตลาดได้

“ช่วง 3 เดือนจากนี้ความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นที่จะปรับขึ้นคงไม่เยอะ เพราะตลาดหุ้นไทยแพงแล้ว แต่ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า การฟื้นตัวของตลาดหุ้นเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่าง เริ่มมีการฟอร์มตัวที่ชัดเจนขึ้น”

นายอิสระกล่าวว่า จุดต่อไปที่ต้องมองคือ 1.เศรษฐกิจจะเดินหน้าต่ออย่างไร ด้านสาธารณสุขจะเป็นอย่างไร 2.นักลงทุนทั้งโลกคงพยายามมองหาจุดที่ลงไปจนถึงจุดต่ำสุด (Bottom Out) ของทั้งเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียน(บจ.) รวมถึงแนวโน้มของโรคระบาดโควิด-19 ว่าจะควบคุมอย่างไร วัคซีนจะมาเมื่อไหร่
โดยโมเม้นตัมของกลุ่มตลาดประเทศเกิดใหม่(EM) กับกลุ่มตลาดประเทศพัฒนาแล้ว(DM) วันนี้ยังโดนผลกระทบโรคโควิดใกล้เคียงกัน ฉะนั้นจุดที่เงินลงทุน(โฟลว์) พร้อมจะเข้ามาลงทุนในตลาด EM นั้น ให้มองจากสัญญาณค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่เริ่มอ่อนค่า พร้อมๆ กับการฟื้นตัวของทั้งตัวเลขดัชนีต่างๆ ของฝั่ง EM จะเป็นตัวคอนเฟิร์มว่าจะเป็นตำแหน่งที่เงินเริ่มเปลี่ยนทิศไหลกลับข้างมาตลาด EM

นายปรเมศร์ ทองบัว ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.บัวหลวง กล่าวว่า คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวขึ้นมาในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้ โดยไตรมาส 2 ตลาดหุ้นลงลึกไปแทบจะทุกประเทศ และครึ่งปีหลังจะกลับมาเป็นบวกได้ ฉะนั้นภาพตลาดหุ้นอาจจะไม่ได้โฟกัสช่วงไตรมาส 2 ว่าจะลงไปลึกเท่าไหร่ แต่จะกลับมาโฟสกัสของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และการกลับมาของดีมานด์

โดยประมาณการเบื้องต้นกำไรสุทธิ บจ.ช่วงไตรมาส 2 คาดว่าจะลดลงประมาณ 48% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และกำไรหลักจะลดลง 47% ซึ่งต้องอัพเดทการปรับประมาณการหลังจากที่เห็นตัวเลขของเดือน พ.ค.-มิ.ย.ออกมาด้วย หากออกมาดีกว่าที่ประเมินไว้ก็น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับตลาดหุ้นโดยรวม ที่น่าจะเห็นการปรับประมาณการกำไรขึ้น

ทั้งนี้กำไรที่ลดลงแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม(เซ็กเตอร์) กลุ่มท่องเที่ยว (Tourism) หดตัวแรงถึง 340% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน กลุ่มขนส่ง (Transport) ลดลง 191% YoY กลุ่มสื่อ (Media) ลดลง 164% YoY และกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์(Automotive) ลดลง 101% YoY เป็นต้น ซึ่งบางกลุ่มอาจจะออกมาดีกว่าคาด หากการฟื้นตัวของดีมานด์ หลังปลดล็อกมาตรการล็อกดาวน์กลับมาเร็วกว่าที่ประเมินก่อนหน้า และราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น QoQ FX gain หลังค่าเงินบาทแข็งค่า

“ในปีนี้เราไม่ค่อยอยากจะให้ดูในตัวของ valuation หุ้นมากนัก ถือว่ากำไรของปี 63 เป็นปีที่ฐานกำไรไม่ค่อยปกติ โดยผลกระทบจากโรคโควิดในช่วงท่ไตรมาส 1-3 ซึ่งไตรมาส 4 ก็อาจจะกลับมาฟื้นได้ เพราะฉะนั้นเวลาดู P/E ของตลาด หรือ P/E หุ้นรายกลุ่ม และรายหุ้นปี 64 เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต ซึ่งถ้าเกิดไม่ได้แพงมาก เป็นไปได้ว่าตลาดจะยังคงเล่นในหุ้นที่ P/E ในปีหน้าไม่แพงมาก และมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่เห็นชัดเจนต่อเนื่องครึ่งปีหลังของปีนี้และและปีหน้า”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...