โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สีหศักดิ์” ยอมรับไทยอาจลดพึ่งสหรัฐฯ หลังถูกเมินช่วยวิกฤตตะวันออกกลาง จ่อหันซบพันธมิตรใหม่

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 02.03 น.

“สีหศักดิ์” ยอมรับไทยอาจลดพึ่งสหรัฐฯ หลังถูกเมินช่วยวิกฤตตะวันออกกลาง จ่อหันซบพันธมิตรใหม่

วันที่ 30 เม.ย. 2569 The Washington Post เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า ท่ามกลางการขาดแรงสนับสนุนจาก วอชิงตัน ดี.ซี. ไทยจำเป็นต้องหันไปกระชับความร่วมมือกับ รัสเซีย และ จีน เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก

นายสีหศักดิ์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ รับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศในเอเชีย แต่ยังไม่มีการยื่นความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม โดยท่าทีหลักที่ไทยได้รับคือคำแนะนำให้ประเทศที่ขาดแคลนพลังงานหันไปซื้อน้ำมันและก๊าซจากสหรัฐฯ ซึ่งถูกมองว่าเป็นข้อเสนอเชิงพาณิชย์มากกว่าความช่วยเหลือในฐานะพันธมิตร

รายงานยังชี้ว่า วิกฤตปุ๋ยก่อนฤดูเพาะปลูกในเดือนพฤษภาคม ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยต้องเดินทางไปยัง มอสโก เพื่อเจรจากับรัสเซียโดยตรง รวมถึงความพยายามจัดหาน้ำมันดิบ แม้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่ทำให้สถาบันการเงินไทยลังเล

ขณะเดียวกัน ในการหารือกับ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ที่จังหวัดกระบี่ ไทยได้ขอให้จีนช่วยเจรจาเปิดทางให้เรือสินค้าไทย 8 ลำที่ติดค้างอยู่ใน ช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม จีนเองก็เผชิญสถานการณ์เดียวกัน โดยมีเรือสินค้าของตนติดค้างอยู่จำนวนมาก

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังมองว่า นโยบายของรัฐบาลทรัมป์มีความไม่แน่นอนสูง ทั้งในด้านเป้าหมายของสงคราม นโยบายกำแพงภาษี และการลดงบช่วยเหลือระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่า ไทยไม่ได้ต้องการเลือกข้างในความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังบีบให้ไทยต้องทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหม่ทั้งหมด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...