โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘บิ๊กเต่า’ ยืนยันไม่เคยช่วยเคลียร์คดีให้ใคร หลังถูกแอบอ้างชื่อแทรกแซงคดีทุจริต

เดลินิวส์

อัพเดต 9 มิถุนายน 2569 เวลา 20.32 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“บิ๊กเต่า” ยืนยันไม่เคยช่วยเคลียร์คดีให้ใคร หลังถูกแอบอ้างชื่อแทรกแซงคดีทุจริต รับที่ผ่านมามีคนอ้างความสนิทและขอความช่วยเหลือทางคดีอยู่บ่อยครั้ง แต่การทำงานยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก พร้อมรอผลพิสูจน์ข้อเท็จจริงกรณีอดีตอธิบดีอัยการถูกกล่าวหาแอบอ้างชื่อเรียกรับผลประโยชน์

จากกรณีที่ นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความและอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตอธิบดีอัยการรายหนึ่ง ในความผิดฐานเสนอสินบนและแอบอ้างชื่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อแทรกแซงคดีทุจริตนั้น

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากปฏิบัติการเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ซึ่งเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. ร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เข้าจับกุมผู้อำนวยการกองช่างของเทศบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมพวกรวม 3 คน กรณีเรียกรับเงินเพื่อออกใบอนุญาตก่อสร้างและต่อเติมร้านอาหาร

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าสามารถประสานหรือเคลียร์คดีกับตนและผู้ใหญ่ในหน่วยงานต่าง ๆ ได้นั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมามีการนำชื่อของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บังคับบัญชาไปแอบอ้างอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงมีบุคคลเดินทางเข้ามาขอความช่วยเหลือทางคดีจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าการทำงานของตำรวจสอบสวนกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดตามพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

“ใครจะฝากเรื่องอย่างไรก็เป็นเรื่องของคนฝาก แต่การทำงานของเราตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือบุคคลใดเป็นพิเศษ ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

พร้อมระบุว่า ขณะนี้คดีที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ ได้ส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว

ส่วนกรณีการนำชื่อของตนและอธิบดีอัยการไปแอบอ้างนั้น จะต้องรอให้กระบวนการทางกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิสูจน์พยานหลักฐานก่อน ว่ามีการแอบอ้างเกิดขึ้นจริงหรือไม่ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามอธิบดีอัยการผู้เสียหาย ได้รับการยืนยันว่าไม่เคยมีผู้ใดโทรศัพท์หรือติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือในคดีดังกล่าว จึงเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า การกล่าวอ้างดังกล่าวอาจเป็นการอ้างขึ้นเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งยังต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...