โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิตของสุนัขในเมือง: แม้แต่น้องหมาก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 12.03 น.
ภาพไฮไลต์

ภาพ:จิตติมา หลักบุญ

การมี ‘สัตว์เลี้ยง’ สักตัวอาจมีหลายสิ่งให้ต้องคำนึงไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่าย เวลา ความสะอาดและอื่นๆ อีกมากมาย

‘สุนัข’ เป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่หลายคนชื่นชอบและเปรียบเสมือนคนในครอบครัว ด้วยนิสัยขี้อ้อน ฉลาดและน่ารักทำให้หลายคนนิยมเลี้ยงสุนัขไว้ที่บ้าน คอนโดหรือที่พักอาศัยต่างๆ แต่สุนัขที่ต้องอาศัยอยู่ในเมืองก็มีข้อจำกัดมากมายและทำให้สุนัขเหล่านี้ต้องปรับตัว

เมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) เองก็มีสุนัขอาศัยอยู่มากมาย ทั้งสุนัขที่มีเจ้าของและสุนัขจร กทม.จึงต้องออกกฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เพื่อควบคุมและดูแลรักษาเมืองโดยรวม

ในช่วงก่อนหน้านี้ กทม. ประกาศจะมีกฎหมายใหม่ที่จะจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดพื้นที่ เริ่มบังคับใช้ 10 มกราคม 2569 เช่น คอนโด 20-80 ตร.ม. เลี้ยงได้ 1 ตัว, 80 ตร.ม. ขึ้นไปเลี้ยงได้สูงสุด 2 ตัว และต้องฝังไมโครชิป เพื่อจดทะเบียนสัตว์ พร้อมทั้งห้ามปล่อยสัตว์ในที่สาธารณะและต้องใช้สายจูงที่เหมาะสมเมื่อพาสัตว์เลี้ยงออกจากบ้าน

นอกจากกฎหมายบังคับต่างๆ สภาพแวดล้อมอย่างอากาศ สวนสาธารณะสำหรับวิ่งเล่นหรือทางเดิน ก็ยังส่งผลต่อสุนัขเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

เนื่องจากวันสุนัขโลก ไทยรัฐพลัสชวนพาสำรวจชีวิตของสุนัขในเมืองที่อาศัยในพื้นที่ที่แตกต่างกันในกรุงเทพมหานคร ที่มีทั้งอุปสรรคและข้อจำกัดมากมาย

สุนัขและร้านอาหาร

โดยทั่วไปสุนัขถูกมองว่าไม่เหมาะกับร้านอาหาร เนื่องจากความสะอาดและสุขอนามัย ทำให้ร้านอาหารส่วนใหญ่มักห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในร้าน

“ตอกแตกๆ” เสียงฝีเท้าของสุนัขอันเป็นเอกลักษณ์ของร้าน Shimi Shabu ร้านอาหารที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมน้ำซุปในย่านประดิพัทธ์ ซึ่งเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นคือ ‘อองตวน’ สุนัขพันธุ์เฟรนช์ บูลด็อก อายุ 7 ขวบ ที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกที่มารับประทานอาหาร

“ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำ บางทีลูกค้าจำชื่อร้านไม่ได้ก็จะจำว่าร้านที่มีน้องอองตวน และด้วยความเป็นร้านอาหารก็จะมีคนชอบบ้างไม่ชอบบ้างที่มีหมาอยู่ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยให้อองตวนเข้าไปในร้านอาหาร แต่จะอยู่ตรงโซนรับแขกอย่างเดียว บางครั้งจะมีวิ่งแวบๆ เข้าไป เราก็ไปดึงมาตลอด แต่ส่วนใหญ่อองตวนจะรู้ว่าอยู่ได้ในพื้นที่ไหน” อั๋น – ชนาธิป สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เจ้าของอองตวนเล่า

ชนาธิป เล่าย้อนว่าอองตวนมาอยู่ตั้งแต่ที่นี่ตั้งแต่อายุประมาณ 4 เดือน เพราะมีคนรู้จักกับฟาร์มสุนัขและฟาร์มไม่ได้ขายแล้วจึงให้อองตวนมา และตั้งชื่อว่าอองตวนเพราะรู้สึกว่าเป็นชื่อฝรั่งเศสเหมือนชื่อพันธุ์เฟรนช์ บูลด็อก

“ปกติอองตวนจะนอนบนเตียงกับผม ตอนเช้าตื่นมาอองตวนก็จะทำธุระส่วนตัว เดินรอบบ้าน เสร็จ พอช่วงจะเข้าไปเตรียมร้านเขาก็จะเดินตามแม่ผมไปด้วย เพราะร้านและบ้านอยู่ในพื้นที่เดียวกัน พอเดินรอบบ้านเสร็จหน้าที่เขาก็จะไปอยู่ในร้าน ตอนกลางวันส่วนใหญ่ก็จะนอน ลูกค้าจะชอบมาเพราะยอมให้จับได้ ส่วนตอนเย็นก็จะเริ่มคึกและเริ่มเห่าบ้าง” ชนาธิปเล่า

นอกจากในบ้านที่อองตวนเดินเล่นเป็นกิจวัตรแล้ว ชนาธิปยังพาอองตวนไปเดินเล่นในสวนสาธารณะด้วย แต่ต้องไปสวนสำหรับสุนัขที่ห่างจากบ้านไปประมาณหนึ่งในโซนชานเมือง ส่วนในวันหยุดก็พาไปเที่ยวด้วยบ้าง

“เป็นหมาในเมืองก็อาจจะลำบากนิดหนึ่ง สวนก็มีไม่กี่ที่ที่หมาเข้าได้ บางเขตก็มีสวนหลายที่เช่นใกล้ที่นี่ก็มีสวนจตุจักร ซึ่งเขาก็ไม่อนุญาตให้เอาหมาเข้าไปเดิน แถวนี้ก็มีไม่กี่ที่ น้องก็อาจจะต้องปรับตัว แต่โชคดีที่เราเป็นบ้าน ทำให้ปัญหานี้อาจจะไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับอยู่คอนโด”

“เลี้ยงหมาในเมืองก็มีข้อจำกัดเยอะ ต้องมีคนช่วยดูแลหมาและต้องมีเวลาในการเลี้ยงหมา ส่วนใหญ่ที่ร้านก็จะมีคนอยู่ตลอด เพราะร้านอยู่ตรงนี้และเราก็ทำงานอยู่ตรงนี้ จึงไม่มีปัญหาว่าน้องจะเหงา” ชนาธิปทิ้งท้าย

สุนัขและคอนโด

แม้หลายคนอาจมองว่าสุนัขควรอยู่บ้านที่มีพื้นที่วิ่งเล่นส่วนตัว แต่ในเมืองที่มีพื้นที่อย่างจำกัด สุนัขหลายตัวจึงต้องอยู่อาศัยในคอนโด อพาร์ตเมนต์หรือห้องเช่าต่างๆ ตามเจ้าของที่ต้องอาศัยอยู่ในเมือง

“ปัญหาของหมาในคอนโดอาจเป็นเรื่องพื้นที่ เพราะขนาดน้องหมาและขนาดพื้นที่ ไม่มีที่ให้เดินหรือวิ่งได้เพียงพอ แต่วิธีแก้ไขส่วนใหญ่ของคอนโดคือจะมีพื้นที่อำนวยความสะดวกส่วนกลางให้น้องหมาไปเดินได้” เจ้าแก้ว ผู้รับเลี้ยงสุนัขในคอนโดเล่า

เจ้าแก้ว เล่าว่า คอนโดที่เคยไปรับเลี้ยงสุนัขจะมี 2 แบบคือ แบบแรกคือมีสวนให้น้องหมา แต่มีอยู่ชั้นเดียว และไม่ได้เป็นที่ที่ใหญ่มาก แบบที่สองคือพื้นที่ที่ให้สุนัขไปเดินรอบตึกหรืออาคาร พอให้สุนัขอยู่ได้ แต่ไม่ได้มีพื้นที่เฉพาะให้สุนัข

“ส่วนใหญ่เจ้าของจะให้น้องหมาออกไปข้างนอกบ่อย เพื่อลดความเครียดของน้องหมาที่อยู่ในห้อง น้องหมาที่ไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นบ่อยเท่าที่ควรไปก็อาจส่งผลต่อพฤติกรรมน้องหมาได้”

“บางครั้งน้องหมาจะเห่าบ้าง แต่น้องหมาอยู่ในชั้นที่คนเลี้ยงหมาหมาทำให้เขาเข้าใจและไม่มีใครไปแจ้งร้องเรียนอะไร”

ภาพจากเจ้าแก้ว

แต่การพาสุนัขออกไปเดินเล่นข้างนอกก็อาจมีข้อจำกัดและอาจอันตรายกับสุนัขได้ เจ้าแก้วมองว่าทางเดินนอกที่พักอาศัยไม่เหมาะพาหมาไปเดินเล่น เพราะเสี่ยงที่หมาจะไปกินของที่ตกอยู่อาจทำให้ท้องเสีย เช่น ขยะ อาหาร หรือบางกรณีเจอคนที่ไม่ชอบหมาก็อาจทำให้สุนัขกลัว

“บางครั้งชาวต่างชาติอยากพาน้องหมาไปเที่ยวด้วยกันกับเขา แต่ตอนนี้เมืองยังไม่มีการเดินทางที่ทำให้เขาเดินทางกับหมาได้สะดวก คนที่ไม่มีรถก็ต้องใช้บริการเรียกรถเอา ทางเดินปกติก็แคบและมีทั้งเสียงรถที่อาจไม่ปลอดภัยสำหรับสุนัขบางตัวที่ไม่ได้รับการฝึก” เจ้าแก้วเล่า

นอกจากการเดินทางที่เป็นอุปสรรคแล้ว ประเภทที่พักอาศัยยังมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปอีก เจ้าแก้วเล่าว่าปัจจุบันที่รับเลี้ยงอยู่เป็นเซอวิสอพาร์ตเมนต์ หรือที่พักเหมือนโรงแรมมีทั้งหมด 3 ห้อง ชื่อ โนร่า หมาพันธุ์ปอมปอมอายุ 9 ปี, เรมี่ หมาพันธุ์มอลทีส อายุ 10 ปีและอีกห้องเป็นสุนัขสองตัวชื่อโลกิและบัฟฟี่ อายุ 14 ปี ซึ่งจะดูแลทั้งการให้อาหารและพาเดินเล่น เจ้าของสุนัขที่เป็นชาวต่างชาติส่วนใหญ่ยังมีปัญหาเรื่องการหาที่พักอาศัยที่เลี้ยงสัตว์ได้ยากและมีพื้นที่น้อยเกินไป

ภาพจากเจ้าแก้ว

“โดยทั่วไปที่พักไม่ใช่เซอวิสอพาร์ตเมนต์จะมีจำกัดทั้งน้ำหนัก ความสูง ขนาดตัวของหมา และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย เท่าที่เคยค้นหาข้อมูลมาคอนโดห้องหนึ่งน่าจะเลี้ยงได้ประมาณ 2 ตัว และส่วนใหญ่เป็นหมาพันธุ์เล็ก แต่ส่วนที่เป็นหมาใหญ่จะเป็นที่พักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะหรือเป็นโรงแรม อพาร์ทเม้นที่ไม่ใช่คอนโด”

ด้วยข้อจำกัดมากมายในแต่ละประเภทที่พักอาศัย ทำให้สุนัขบางตัวต้องอาศัยอยู่ในห้องตัวเดียวอย่างมากก็ 2 ตัว ซึ่งเมื่อเจ้าของไม่อยู่ สุนัขที่ติดคนก็เหงาบ้างเป็นธรรมดา

“หมาในคอนโดอาจมีเหงาบ้างในช่วงแรก เคยมีกรณีที่เคยเจอน้องหมาแล้ว ทุกครั้งที่มาใหม่ก็ต้องทำความรู้จักใหม่ น้องหมาจะนั่งติดประตูมากกว่าปกติ แต่แต่ผ่านไปสักพักเขาก็จะเริ่มรู้ว่าคนนี้มาอยู่กับฉันชั่วคราว แต่เจ้าของส่วนใหญ่เลี้ยงหมาเป็นครอบครัว เขาก็พยายามอยู่กับหมาเอง แต่ถ้าไม่ว่างแบบข้ามคืนก็จะเรียกเราให้มาอยู่เป็นเพื่อน”

“แต่เราไม่ค่อยมีลูกค้าคนไทยมากนัก เพราะคนไทยอาจเลี้ยงแบบตั้งกล้องหรือให้คนมาเยี่ยมหมาเป็นครั้งคราวหรือมาเล่นกับหมาประมาณชั่วโมง แต่ลูกค้าต่างชาติจะให้เราอยู่ตลอดเวลา คิดว่าเพราะเขาให้ความสำคัญเรื่องนี้” เจ้าแก้วเล่า

ภาพจากเจ้าแก้ว

สุนัขและศาลเจ้า

นอกจากที่พักอาศัยตามบ้านหรือคอนโด หลายครั้งสุนัขมาติดตามเจ้าของไปยังอยู่ในสถานที่ที่เจ้าของทำงาน เช่น ร้านค้า ที่ทำงานหรือแม้กระทั่งศาลเจ้า

ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง บริเวณสามย่านที่เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงด้านความศักดิ์สิทธิ์และเคยถูกพาดหัวข่าวในกรณีดังที่พื้นที่นี้เคยจะถูกเวนคืนสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) แต่มีกลุ่มนิสิตและผู้คนจำนวนมากไม่เห็นด้วย ทำให้ปัจจุบันศาลเจ้าแม่ทับทิมยังคงอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากกรณีดังที่มักถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลอยู่บ่อยครั้ง ผู้คนยังมักพูดถึงสุนัขประจำศาลเจ้าที่มักมาต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยือน โดยเป็นสุนัขที่มีหลากหลายพันธุ์รวมกันทั้งหมด 5 ตัว ได้แก่ ร็อกกี้ จิ๊กกี๋ จิ๊ง ก็อตจิและจั๊กกะแหล๋น (หายไปหนึ่งตัวและมีประกาศตามหาอยู่)

“ร็อกกี้เป็นตัวแรกที่มาเลี้ยงที่นี่ ตอนนี้อายุ 16 ขวบแล้ว” ลุงประดิษฐ์ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมเล่าให้เราฟังพร้อมชี้ไปที่สุนัขตัวสีดำอ้วนกลมที่กำลังนอนอยู่ พร้อมเล่าให้ฟังว่าสุนัขทั้งหมดนี้เป็นสุนัขที่นำมาเลี้ยงเองและมี ‘เจ๊นก’ และคนในศาลเจ้าให้อาหารและช่วยดูแล

ลุงประดิษฐ์เล่าว่าบางครั้งสุนัขก็คิดถึงเจ้าของจนไม่ยอมกินข้าว เวลาไปทำธุระต่างจังหวัด ต้องวิดีโอคอลเรียกให้กินข้าวถึงยอมกิน ซึ่งปกติสุนัขที่นี่ก็กินเนื้อสัตว์ปรุงสุกเป็นหลัก เช่น เนื้อหมู

ลุงประดิษฐ์ไล่ชื่อและชี้แต่ละตัวว่าชื่ออะไร แม้จะจดจำสลับหรือลืมชื่อบ้างเนื่องจากหน้าตาคล้ายกัน ก่อนลุงประดิษฐ์จะชี้ไปที่ใบประกาศตามหาสุนัขพร้อมบอกว่า “ลูกของร็อกกี้หายไปตัวหนึ่งสีดำคล้ายกันหายไปเมื่อหลายเดือนก่อน ยังหาไม่เจอ”

สุนัขที่นี่ไม่ได้อยู่ในกรงและสามารถเดินไปได้ทั่วทั้งศาลเจ้าเพราะส่วนใหญ่เป็นสุนัขขนาดเล็กและติดคน แม้จะเป็นสุนัขตัวเล็กที่ดูอายุไม่เยอะ แต่หลายตัวกลับมีอายุ 10 ขวบขึ้นไปและบางตัวก็เป็นแม่ลูกกันด้วย ศาลเจ้าจึงเปรียบเสมือนบ้านและครอบครัวของพวกมันในเมืองหลวงแห่งนี้

สุนัขในกรุงเทพฯ อาจมีชีวิตที่แตกต่างกันและบางครั้งพวกมันอาจเลือกไม่ได้ แต่สุนัขเองก็เป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่ต้องการความรัก การดูแลและ ‘พื้นที่’ ให้พวกมันได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

บทความต้นฉบับได้ที่ : ชีวิตของสุนัขในเมือง: แม้แต่น้องหมาก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...