เจาะลึกเหตุผล "สี จิ้นผิง" เยือนเกาหลีเหนือ ส่งสัญญาณกระชับมิตรเปียงยาง
วันนี้ิ (9 มิ.ย.2569) CNN รายงาน การเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วันของประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง นับเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบ 7 ปี และถูกมองว่าเป็นมากกว่าการแสดงมิตรภาพระหว่าง 2 ประเทศที่มีความสัมพันธ์ยาวนาน หากแต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ถึงทิศทางใหม่ ของความร่วมมือระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ ในช่วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังเปลี่ยนแปลง
ระหว่างการหารือกับผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ที่กรุงเปียงยาง สี จิ้นผิง ระบุว่า ทั้ง 2 ประเทศควรร่วมกันเปิด "อนาคตที่สดใสกว่าเดิม" ให้แก่แนวทางสังคมนิยมของทั้ง 2 ชาติ รวมถึงส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาในภูมิภาค ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกในศตวรรษที่ 21
ผู้นำจีนยังประกาศความพร้อม ในการขยายความร่วมมือกับเกาหลีเหนือในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการค้า การเกษตร การก่อสร้าง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสาธารณสุข พร้อมทั้งเพิ่มการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงยกระดับความร่วมมือด้านการทหาร การทูต และการบังคับใช้กฎหมายระหว่างกัน
ซิโมน แมคคาร์ธี นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญประเทศจีน ชี้ว่า ถ้อยแถลงครั้งนี้มีรายละเอียดชัดเจน และเป็นรูปธรรมมากกว่าการพบกันครั้งก่อนในปี 2562 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ถูกจับตามองคือ สี จิ้นผิง ไม่ได้กล่าวถึงการสนับสนุน"การปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี" เหมือนที่จีนเคยย้ำมาโดยตลอดในอดีต
ประเด็นดังกล่าวถูกมองว่าอาจเป็นผลดีต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งภายใต้การนำของ คิม จองอึน ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ โดยในปี 2566 เกาหลีเหนือได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรับรองสถานะ และนโยบายการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการ
ดัดหลังรัสเซีย-คานอำนาจทรัมป์
นักวิเคราะห์มองว่า การเปลี่ยนแปลงท่าทีของจีนสะท้อนภาพการประเมินสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่แตกต่างจากเมื่อ 7 ปีก่อน ที่ปัจจุบันจีนกำลังเผชิญการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ อย่างเข้มข้น ขณะที่เกาหลีเหนือก็ได้กระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การเยือนเกาหลีเหนือครั้งนี้ ยังเกิดขึ้นในช่วงที่บทบาทของจีนบนเวทีโลก กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดปีที่ผ่านมา ผู้นำจากหลายประเทศเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง รวมถึงการที่ สี จิ้นผิง สามารถต้อนรับทั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ ประธานาธิบดีรัสเซีย ในการเยือนระดับรัฐภายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งสะท้อนสถานะที่เพิ่มขึ้นของจีนในเวทีระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังถูกมองว่าเปิดโอกาสให้จีนผลักดันภาพลักษณ์ของตนเอง ในฐานะมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบและมีวิสัยทัศน์ต่อระเบียบโลกในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีใต้มองว่า การที่จีนเรียกร้องให้เพิ่มความร่วมมือด้านการทูต ความมั่นคง และการทหารกับเกาหลีเหนือ เป็นสัญญาณว่าปักกิ่งต้องการให้เปียงยางมีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงที่จีนกำลังพยายามสร้างขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงให้สหรัฐฯ และพันธมิตรเห็นว่า จีนยังคงมีอิทธิพลสำคัญเหนือเกาหลีเหนือ
อีกด้านหนึ่ง การกระชับความสัมพันธ์กับเปียงยางยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้จีนในความสัมพันธ์กับวอชิงตัน โดยเฉพาะในช่วงที่ ประธานาธิบดี ทรัมป์ แสดงความสนใจที่จะรื้อฟื้นการเจรจากับ คิม จองอึน อีกครั้ง หลังความพยายามในสมัยแรกไม่ประสบผลสำเร็จ
แม้จีนยังคงยืนยันอย่างเป็นทางการว่า จุดยืนต่อปัญหาคาบสมุทรเกาหลีไม่เปลี่ยนแปลง แต่ผู้สังเกตการณ์บางส่วนมองว่า การกล่าวถึงการเพิ่มความร่วมมือทางทหารกับเกาหลีเหนือ อาจเป็นสัญญาณของการปรับสมดุลทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ และอาจสะท้อนการยอมรับโดยปริยาย ต่อสถานะประเทศครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
การเยือนครั้งนี้ยังมีมิติสำคัญในด้านการรักษาอิทธิพลของจีนเหนือเกาหลีเหนือ หลังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างเปียงยางกับกรุงมอสโกพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2567 คิม จองอึน และ ประธานาธิบดีปูติน ลงนามสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน ขณะที่เกาหลีเหนือส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ สนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครน
ดังนั้น แม้ภายนอกการเยือนครั้งนี้จะเต็มไปด้วยพิธีการและถ้อยคำมิตรภาพ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์แล้ว จีนกำลังพยายามยืนยันบทบาทของตน ในฐานะพันธมิตรหลักของเกาหลีเหนือ และรักษาสมดุลอำนาจในเอเชียตะวันออก ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นระหว่างจีน สหรัฐฯ รัสเซีย และพันธมิตรในภูมิภาค
ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า การเดินทางของ สี จิ้นผิง เป็นการโอบกอดทางยุทธศาสตร์ต่อคิม จองอึน แต่ไม่ได้หมายความว่า จีนจะเปิดทางให้เกาหลีเหนือดำเนินนโยบายใดก็ได้ โดยไร้ข้อจำกัด เพราะปักกิ่งยังคงคาดหวังให้เปียงยาง คำนึงถึงผลประโยชน์ของจีน และหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่อาจสร้างความไร้เสถียรภาพในภูมิภาค
อ่านข่าวอื่น :
"ศุภชัย" ยัน ที่ดิน "ปู่ชัย" ไม่เกี่ยวคดีที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่
สิ่งที่สังคมต้องรู้ เมื่อ "คุกคามทางเพศ" ครอบคลุม "อวัยวะเพศผ่าตัดแปลงเพศ"
โฆษกรัฐบาลยัน "อนุทิน" ไม่ได้ถกผู้นำกัมพูชา แค่ทักทายตามมารยาท