รวบ 4 ชาวต่างชาติ ตั้งแก๊งในภูเก็ต ขับรถชนจี้ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกายเหยื่อ
รวบแล้ว 4 ต่างชาติ จี้ชิงทรัพย์ นาฬิกาหรู มูลค่า 2.3 ล้านบาท จากหนุ่มมะกัน ด้านหนุ่มมะกันเผย เมืองไทย เปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังที่ 2
จากกรณีสื่อโซเชียลแชร์เหตุชายชาวต่างชาติ ขับรถยนต์สีน้ำเงิน แล้วชนท้ายรถจักรยานยนต์จนกระเด็นแล้วได้เปิดประตูรถลงมาครับ ปล้นจี้ชาวต่างชาติที่ขี่รถจักรยานยนต์มา ซึ่งได้นาฬิกาหรู มูลค่ากว่า 2 ล้าน 3 แสนบาท จากนั้นชายชาวต่าง ชาติซึ่งทราบต่อมาเป็นชายชาวอเมริกันอายุประมาณ 40 ปีกว่า เข้าแจ้งความที่ สภ.เชิงทะเล หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ไปจุดเกิดเหตุและตามไล่กล้องวงจรปิด เพื่อตามหาคนร้าย
ล่าสุดวันที่ 19 ก.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล สามารถจับกุมคนร้ายได้ 4 ราย ดังนี้ นายฮุสเซน เมียร์ (MR.HUSSAIN MEER) อายุ 26 ปี สัญชาติ บริติช , นายมิร์ เวย์น แคร์ริว (MR.MIR WAYNE CAREW) อายุ 25 ปี สัญชาติบริติช , นายยานน์ ซาร์ควัต (MR.YANNE SARKAWT) อายุ 25 ปี สัญชาติบริติช และนายมาลิก ไค วอลเตอร์ส (MR.MALIQUE KAI WALTERS) อายุ 27 ปี สัญชาติบริติช ก่อเหตุปล้นชายชาวต่างชาติซึ่งเป็นทนายความ มาเที่ยวภูเก็ตหลายครั้งแล้ว บริเวณลายันซอย7 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน, ยึดรถจำนวน 3 คัน, นาฬิกาของผู้เสียหาย ยี่ห้อเอพี (AP) มูลค่ามหาศาลกว่า 2.3 ล้านบาท
จากการสอบถามชาวต่างชาติผู้เสียหาย ทราบว่า ขณะที่กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อกลับที่พัก ก็ถูกรถเก๋งไล่ชน หลังจากนั้นมีคนร้ายเป็นชายรูปร่างใหญ่ 2 คน ได้เข้าไปทำร้าย โดยใช้ด้ามมีดทุบลงไปที่คอ 1 ครั้ง และพยายามชิงนาฬิกาที่ตนสวมอยู่ พร้อมกับพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าถ้าไม่ให้นาฬิกา จะทำร้ายตนอีกด้วยมีด ตนจึงยอมให้นาฬิกาไป หลังจากนั้นคนร้ายก็ได้ขึ้นรถขับหลบหนีไป ส่วนตนก็มีพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือ และได้มีการแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ทราบ
จากการสอบถามเพิ่มเติมทราบว่า ผู้เสียหายมีอาชีพเป็น ทนายความ อาศัยอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ และถือพาสปอร์ต 3 เล่ม เดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ต ในครั้งนี้ได้ประมาณ 10 วันแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย และภูเก็ต แล้วมากกว่า 60 ครั้ง และไม่เคยพบกับเหตุการณ์อย่างนี้เลย
ซึ่งครั้งนี้ก็รู้สึกตกใจมากที่เกิดเหตุแบบนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องกับใคร และผิดใจกับใครมาก่อน ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้ ตนก็ใส่มาตลอด และก่อนที่จะมาเกิดเหตุ ได้ไปกินกาแฟ เดินตลาด ไปร้านซักผ้า และแวะร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะมาเกิดเหตุ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวตรงจุดเกิดเหตุนั้น เป็นถนนแถวทางไปลายันซ. 7 ตนคิดว่า น่าจะเป็นเส้นทางที่ทะลุเข้าไปอย่างที่พักของตนได้
ซึ่งตอนนั้นฝนตก และโทรศัพท์ ก็นำไปวางไว้ที่ล็อกใส่ของในรถมอเตอร์ไซต์ ไม่ได้เปิดแมพ แต่แล้วก็มาเกิดดังกล่าวขึ้นตรงจุดบริเวณนั้น ทั้งนี้มีการตั้งข้อสงสัยว่า 2 โจรต่างชาติ เหมือนมืออาชีพ มีการเจาะจงเหยื่อ และอาจทำจะเป็นขบวนการหรือไม่ เพราะในที่เกิดเหตุมีรถยนต์คันข้างหน้า รถก่อเหตุ และมีรถอีกคันที่ขับตามหลังมาด้วย
ด้าน นายสมภูมิ นพหวานแก้ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสนามบินภูเก็ต ซึ่งเป็นเจ้าของกล้องหน้ารถ และพบเหตุการณ์เป็นคนแรก เล่าว่า รถตนจอดอยู่ระหว่างกลางกับรถผู้ต้องหาซึ่ง รถน้ำเงินอยู่ด้านหน้าตน รถตนอยู่หลังและรถคันขาวอยู่หลังรถตน จากนั้นรถคันขาวก็รีบขับแซงไป พอหลังจากนั้นฝรั่งก็วิ่งมาหาตน ตนก็บอกว่ามีกล้อง ตนก็บอกว่ามีอะไรตนช่วยเต็มที่แล้วตนพามาที่สถานีตำรวจ
ซึ่งเขาบอกว่าเขาเห็นที่นี่เป็นบ้านหลังที่ 2 เขาจะกลับมาอีกเหมือนกับที่เขาพูดเรื่องวีซ่าว่า สำคัญและเขาบอกว่าพวกนี้ไม่ทำที่บ้านเขาหรอกเขาคิดจะทำที่ไทย ตำรวจคงไม่ทำอะไรเขาซึ่งเขาเชื่อมั่นในกระบวนการของเขาและเมื่อคืนเขาไม่ได้นอนเลยเขาส่งข้อความหาตนและพอหลังจากจับคนร้ายได้ตนก็บอกเขาไปและรับเขามา และที่เห็นมีทั้งปืนและมีดที่ทำร้ายเขาซึ่งเป็นไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ตนก็สั่นเหมือนกันตอนนั้นตนกำลังจะกลับบ้าน ไปเจอพอดีตามในคลิป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบ 4 ชาวต่างชาติ ตั้งแก๊งในภูเก็ต ขับรถชนจี้ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกายเหยื่อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th