โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดไม่มิด!ทรัมป์รับแล้วอิหร่านสอยร่วงฮ.อาปาเช่สหรัฐฯ ประกาศกร้าวจะต้องตอบโต้

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันอังคาร(9มิ.ย.) ยอมรับ อิหร่าน เป็นคนสอยร่วงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ลำหนึ่งของอเมริกาในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมประกาศจะทำการตอบโต้ สถานการณ์ล่าสุดที่ก่อความสงสัยเกี่ยวกับแนวโน้มสันติภาพระหว่าง 2 ชาติ

ทรัมป์ บอกว่านักบินสหรัฐฯ 2 รายในเหตุการณ์นี้ ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ "กระนั้น ด้วยความจำเป็น สหรัฐฯต้องตอบโต้การโจมตีนี้" ผู้นำอเมริกาโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯรายหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนาม ระบุว่าเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ถูกสอยร่วงโดยโดรนโจมตีพลีชีพลำหนึ่งของอิหร่าน

ส่วน อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ไม่พูดถึงเหตุการณ์นี้โดยตรง แต่บอกว่ากองกำลังต่างชาติในภูมิภาค มีความเสี่ยงที่จะประสบเหตุบังเอิญหรือโดนลูกหลงอยู่แล้ว "เพื่อลดความเสี่ยงนี้ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาคือออกมาจากตรงนั้น" เขาโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์

สื่อมวลชนแห่งรัฐอิหร่านรายงานในเวลาต่อมา อ้างแหล่งข่าวทหาร บอกว่าไม่มีการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใดๆ ในช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นอกจากนี้แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่าอิหร่านจะตอบโต้อย่างเด็ดขาด ในกรณีที่ฝ่ายศัตรูหวนคืนสู่ความเป็นปรปักษ์อีกรอบ ในปฏิกิริยาตอบสนองที่มีต่อเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์

ทรัมป์ กล่าวกับวอลล์สตรีท เจอร์นัล ระหว่างให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในวันอังคาร(9มิ.ย.) ว่าเหตุการณ์นี้ "ไม่ใช่เรื่องใหญ่" และเน้นย้ำว่า "นักบินปลอดภัยดี"

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจซ้ำเติมความตึงเครียด แก่ความพยายามบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางในวงกว้าง และกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันสำคัญ คิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานโลก

ประธานาธิบดีอเมริกาเน้นย้ำว่าอิหร่านและสหรัฐฯใกล้บรรลุข้อตกลงหนึ่งๆกันได้แล้ว แม้ที่ผ่านมาแทบไม่ปรากฏสัญญาณแห่งความคืบหน้า นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นเดือนเมษายน

กองทัพอเมริกาเผยว่าโดรนผิวน้ำของกองทัพเรือพบและช่วยเหลือนักบิน 2 คน หลังเฮลิคอปเตอร์โจมตีของกองทัพสหรัฐฯร่วงหล่นลงสู่น่านน้ำใกล้ชายฝั่งโอมาน ระหว่างปฏิบัติการลาดตระเวณ ตอนราวๆ 03.00น.ของวันอังคาร(9มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯไม่ได้ให้สาเหตุของการร่วงหล่นครั้งนี้ แต่เผยว่ากำลังพลได้รับความช่วยเหลือหลังจากนั้น 2 ชั่วโมงและอาการของพวกเขาทรงตัว

ในความขัดแย้งคู่ขนาน อิสราเอลโจมตีเมืองไทร์ เมืองท่าเก่าแก่ทางใต้ของเลบานอน สังหารผู้คนไปอย่างน้อย 8 ราย ในเหตุโจมตีเล่นงานเมืองแห่งนี้ครั้งนองเลือดที่สุดนับตั้งแต่การสู้รบในเลบานอนปะทุขึ้นช่วงต้นเดือนมีนาคม หลังจาก ฮิซบอลเลาะห์ ยิงจรวดเข้าใส่อิสราเอล

อิสราเอลปฏิเสธยุติปฏิบัติการทางทหารกับพวกฮิซบอลเลาะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน จุดยืนที่เตะถ่วงความพยายามของทรัมป์ในการยกระดับข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบาง ในสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน ให้กลายเป็นข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน

อิหร่านและอิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่กันในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายในเตหะราน กระตุ้นให้ ทรัมป์ ส่งเสียงเตือนไปยัง เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล อย่าได้หวนกลับไปทำสงครามกับอิหร่าน "บีบี คุณต้องระวังตัวให้ดี ไม่งั้นคุณจะอยู่ตัวคนเดียวในไม่ช้า'

เตหะรานยืนกรานมาช้านานกว่าข้อตกลงสันติภาพใดๆกับวอชิงตัน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการยุติการสู้รบในเลบานอน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา อิสราเอลไม่เคยหยุดปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันราย พร้อมอ้างว่าความขัดแย้งนี้ควรได้รับการปฏิบัติแยกจากข้อตกลงหยุดยิงใดๆระหว่างอเมริกากับอิหร่าน ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ก็ยังคงเดินหน้าโจมตีอิสราเอลเช่นกัน

ขณะเดียวกัน เตหะรานยังคงเดินหน้าขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามปะทุขึ้น เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันสำคัญยิ่งของโลก กระตุ้นให้วอชิงตันตอบโต้ด้วยการใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯกล่าวในวันอังคาร(9มิ.ย.) ว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากๆ แต่อาจต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่ากระแสพลังงานจะกลับสู่ภาวะปกติ ครั้งที่สงครามจบลงแล้ว

(ที่มา:รอยเตอร์ส)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...