พบแหล่งแร่ 'Rare Earth' ใหญ่สุดในยุโรปที่สวีเดน
พบแหล่งแร่ ‘Rare Earth’ ใหญ่สุดในยุโรปที่สวีเดน
สำนักข่าวบีบีซีและรอยเตอร์รายงานว่า LKAB บริษัทเหมืองแร่ของรัฐบาลสวีเดน ได้ค้นพบแหล่งแร่ “Rare Earth” หรือ กลุ่มธาตุหายาก ขนาดกว่า 1 ล้านตัน ซึ่งนับว่าใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปที่ทางตอนเหนือของประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 12 มกราคม โดยแร่หายากเหล่านี้ถูกใช้ในการผลิตสินค้าหลายชนิดตั้งแต่โทรศัพท์มือถือไปจนถึงขีปนาวุธทางการทหาร และถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญ ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสีเขียว หลังคาดว่าจะมีความต้องการรถไฟฟ้าและกังหันลมเพิ่มขึ้นในอนาคต
ภายหลังการค้นพบ เอ็บบา บุช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสวีเดน กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 มกราคมว่า สหภาพยุโรปพึ่งพาแร่หายากจากประเทศอื่นมากเกินไป พร้อมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง “ในเรื่องของการสร้างกระแสไฟฟ้า การที่สหภาพยุโรปต้องพึ่งพาตนเอง และเป็นอิสระจากรัสเซียกับจีน จะเริ่มต้นขึ้นจากการทำเหมือง” บุชกล่าว
ในขณะนี้ ยังไม่มีการขุดทำเหมืองแร่ Rare Earth ในทวีปยุโรป ทำให้ 98% ของแร่ดังกล่าวที่ใช้ในทวีปยุโรปในปี 2021 มาจากการนำเข้าจากประเทศจีน และถึงแม้ว่าการพบแร่ Rare Earth ในครั้งนี้จะนับว่าใหญ่ที่สุดในยุโรป ปริมาณของแร่ที่พบยังถือว่าเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณแร่ Rare Earth ของโลกที่ถูกสำรองไว้ทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ราว 120 ล้านตัน ตามรายงานการคาดการณ์ของสหรัฐ
แร่ Rare Earth คือกลุ่มแร่หายากที่ประกอบไปด้วยธาตุทั้งสิ้น 17 ธาตุ และถูกใช้ในสินค้าหลายประเภทที่สำคัญต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ อาทิ โทรศัพท์ ฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ รถไฟ รถไฟฟ้า กังหันลม ไปจนถึงอาวุธทางการทหาร ขั้นตอนการสกัดแร่ Rare Earth ทำได้ยาก และอาจส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม แต่ความต้องการของแร่ดังกล่าวในอนาคตอาจเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันถึง 5 เท่าภายในปี 2030
นายยาน โมสตอร์ม ซีอีโอของ LKAB กล่าวว่า กว่าที่แร่ Rare Earth ที่ถูกค้นพบในสวีเดนครั้งนี้จะไปปรากฏอยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ คงใช้เวลาราว 10-15 ปี เนื่องจากขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆ จะใช้เวลานาน เพราะต้องมีการประเมินถึงความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมเสียก่อน นายโมสตอร์มเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐบาลช่วยเร่งขั้นตอนการดำเนินการให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะมั่นใจว่าจะมีการขุดเหมืองหาแร่ Rare Earth ในยุโรปเพิ่มขึ้น